บทที่ ๕ | หน้าที่ ๑

ชายป่าระหว่างกลางเขตพระนครสาวัตถีและกรุงราชคฤห์

สุริยาลาลับขอบฟ้าเป็นสัญญาณการมาเยือนของราตรี อีกด้านหนึ่งของชายป่ามีกระท่อมน้อยของผู้คนรายเรียงอยู่โดยรอบ ขบวนเกวียนหยุดพักในจุดที่มี การตระเตรียมข้าวปลาอาหารไว้รอท่าอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย ฝ่ายพระสงฆ์องค์เจ้าได้รับการนิมนต์เพื่อทำการถวายน้ำปานะให้ต่างหาก เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจ จึงต่างคนต่างแยกย้ายไปจัดที่หลับที่นอนตามอัตภาพ ล่วงเลยเข้าสู่เวลาแห่งราตรี หากผู้ใดเงี่ยหูฟังจะพลันแว่วเสียงเพลงกล่อมลูก ลอยตามลมมาจากกระท่อมน้อยหลังใด หลังหนึ่งในหมู่บ้านขับขานอย่างอ่อนโยน

อกเอยอุ่นละมุนไอเมื่อใกล้เจ้า
บีบสองเต้ากลั่นน้ำนมขมไหมหนอ
สุริยาลับขอบฟ้ามาเคลียคลอ
อิ่มแล้วหนอแม่จะกล่อมเจ้าจอมใจ

จงเติบใหญ่ใต้ร่มโพธิ์พระภาคเจ้า
เทิดเหนือเกล้าไตรรัตน์วางสว่างใส
ด้วยบุญเก่านำเจ้าเกิดเลิศวิไล
เป็นเวไนยสัตว์ผู้อาจถึงธรรม

แสวงหานิพพานการรู้แจ้ง
อย่าหลงแรงกิเลสลวงบ่วงถลำ
อิ่มเอมรสใดไหนเล่าเท่ารสธรรม
ขอจอมขวัญจงน้อมนำประจำใจ…


“นั่นเพลงกล่อมลูกหรือภาวิณี”
จันทราวตีกระซิบกระซาบในความมืด
“ยังไม่บรรทมหรือเพคะพระธิดา”
“ใครเป็นพระธิดาเจ้า”
“อ้า เปล่าจ้ะแม่หญิงวตี เธอชอบใจเพลงกล่อมลูกบทนี้หรือ”
ภาวิณีเย้าเล่นอย่างขบขัน มองผ่านความมืดเห็นอีกฝ่ายนอนลืมตาแป๋วจึงลุกขึ้นหาเทียนไขมาจุดให้แสงสว่าง ประคองพระธิดาลุกขึ้นประทับนั่งบ้าง
“ใช่จ้ะ ในวังได้ยินเสียงพร่ำบ่นแต่… จงรักษาปราสาทศฤงคาร…อารักขาประชาบาลจากไพรี…ไม่มีนางสนมคนใดสอนลูกให้แสวงหานิพพานสักคน”
“เป็นธรรมดาอยู่หรอก หากกล่อมให้ซาบซึ้งในรสพระธรรมมากๆ คนในปราสาทก็จะพากันหนีไปออกบวชเสียหมด”
“ไม่ดีหรือ”
“ดีสิ แต่เราก็ต้องวางอุเบกขาไว้บ้าง ว่ามนุษย์ทุกผู้ไม่ได้ปรารถนานิพพานเหมือนกันไปเสียหมดทุกคน บิดาเธอปรารถนาให้ไพร่ฟ้าร่มเย็นเป็นสุข พี่ชายเธอปรารถนาจะเติบโตเป็นชายชาตรีผู้แกร่งกล้า เธอเองก็เถิดวตี ปรารถนาอะไรเล่า”
“ไม่รู้ซี ฉันไม่เคยตั้งความปรารถนาต่อสิ่งใด แม้จะศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์มาบ้าง ก็ยังคิดว่านิพพานนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อม”
จันทราวตีพูดพลางทอดสายตาสบตาคู่สนทนาเบื้องหน้า แสงเทียนกระทบแววตาเย็นสงบนิ่งฟังอย่างอ่อนน้อม ภาวิณีระบายยิ้มก่อนตอบอย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไรหรอกเพคะ อ้า ให้ข้าพระองค์เรียกพระธิดาอย่างนี้เถิด เวลานี้คนอื่นหลับกันหมดแล้ว ไม่มีใครได้ยินหรอกเพคะ”
“ก็ได้ แต่ทำไมถึงบอกว่าไม่เป็นไรล่ะ”
“ก็แม้เวลานี้ยังไม่ปรารถนาแต่พระธิดาก็มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอยู่เต็มพระทัยแล้วนี่เพคะ อินทรีย์แก่กล้าเมื่อใด จะทรงรู้เองว่าควรเดินไปทางไหน”
“นั่นสินะ แล้วเธอเล่า”
“ข้าพระองค์ก็มิได้ปรารถนาสิ่งใดเพคะ แม้นิพพานอันเป็นที่หมายมั่นก็ไม่อาจบรรลุได้ด้วยความปรารถนา”
“ถามอีกครั้งเถอะ ไม่ปรารถนาแล้วเธอจะบรรลุได้อย่างไรเล่า”


 
< หน้าก่อนหน้า


หน้าถัดไป >