บทที่ ๔ | หน้าที่ ๑

แรม ๘ ค่ำ เดือนห้า นอกเขตกำแพงเมืองสาวัตถี แคว้นโกศล

เก็บมวยผมผูกปมกลัดแล้วรัดเกล้า
แม่พริ้มเพราก็ดูคมสมราศี
ทรงชุดขาวอย่างหญิงงามพราหมณี
แทบบาทพระชนนีบังคมลา
ขบวนคล้อยธิดาน้อยก็ไกลลับ
ดาวประดับเดือนหงายในเวหา
ถึงเดือนเพ็ญเย็นใจให้กลับมา
เข้าพิธีวิวาห์อย่าคืนคำ…


ห้องบรรทมขององค์ราชาและราชินี พระนครสาวัตถี

“ลูกเราปลอมตัวเป็นสามัญชนเข้าไปปะปนในขบวนสังคายนา?”
องค์ราชาเปลี่ยนอิริยาบถจากพระบรรทมขึ้นประทับนั่งในทันใด
“เพคะ”
องค์ราชินีตรัสตอบเสียงแผ่ว ประทับนั่งไม่ห่างจากแท่นบรรทมนักจึงลุกขึ้นมาประคององค์ราชาและสนองพระโอษฐ์อยู่ใกล้ๆ
“ไปกับผู้ใด”
“หม่อมฉันสั่งให้ราชองค์รักษ์ปลอมตัวออกติดตามไปสิบสองนาย ส่วนในขบวนก็มีเหล่าอุบาสกอุบาสิกาในวิหารบุพพารามร่วมเดินทางเพคะ ออกไปแต่เช้ามืด”
“แล้วเหตุใดเพิ่งมาบอกเราเอาตอนพลบค่ำ”
“ลูกประสงค์เช่นนั้นเพคะ หากบอกเสด็จพี่เวลานั้น เกรงว่าจะมิได้ร่วมขบวน”
องค์ราชาขบพระทนต์นั่งนิ่ง มิตรัสอันใด องค์ราชินีก็ก้มพระพักตร์และกุมพระหัตถ์อย่างวิตกกังวล ห้องบรรทบเงียบสนิทประหนึ่งว่า ไม่เคยมีสรรพเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาอยู่ชั่วครู่ องค์ราชาจึงถอนหายใจแล้วทรงปรารภ

“เจ้าก็ตามใจลูกเสียจนเคยตัว”
“หม่อมฉันสงสารลูกเพคะ อีกไม่กี่เดือนก็ต้องถูกจับแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ปล่อยให้เธอได้เที่ยวเล่นบ้าง ถึงเวลาเราค่อยไปรับกลับก็ได้”
องค์ราชินีกลั้นพระทัยตรัสประโยคสุดท้าย
“การตัดสินใจทั้งหมดเป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ ขอพระองค์อย่าได้ถือโทษลูกจันทราวตีเลย”

อย่างเต็มพระทัยจะรับความผิด หากแต่องค์ราชาทรงสนองตอบตรงกันข้าม โดยการโอบพระหัตถ์ประคององค์ราชินีไว้แล้วสรวลเบาๆ

“ใครจะลงโทษลูกเมียของตัวเองได้ลงคอ เรื่องที่น้องบอกมาร้ายแรงนัก แต่เรื่องที่พี่ได้รับจากอำมาตย์เมื่อครู่ร้ายแรงกว่าหลายเท่า”
“เรื่องอะไรเพคะ?”
“ลองอ่านราชสาส์นฉบับนี้ดูสิ”
องค์ราชาเสด็จลุกขึ้นไปหยิบราชสาส์นเหนือแท่นบรรทมขึ้นมากางออก เผยให้เห็นอักขระลงนามพระเจ้าแผ่นดินแห่งแคว้นมคธ เนื้อความนั้นระบุคำขออภัยโทษอย่างสูงสุด ในการขอเลื่อนพิธีอภิเษกสมรสระหว่างองค์รัชทายาท แห่งนครราชคฤห์ และราชธิดาแห่งสาวัตถีไปอีกเจ็ดเดือนถัดไป

‘…เนื่องด้วยองค์เทวินทร์วรมันต์จะเสด็จไปเป็นองค์อุปถัมภ์ ในการสังคายนาร่วมกับพระราชบิดา จึงมิอาจจะกลับมาเข้าร่วมพิธีอภิเษกสมรสได้ตามกำหนด…’

ปิดท้ายด้วยคำถวายพระพรและอวยชัยพอเป็นพิธี องค์ราชินีอ่านจบแล้วอุทานแว่ว
“โธ่ ทำไมพระองค์เพิ่งบอกหม่อมฉัน”
“ก็เหมือนเจ้าที่เก็บเรื่องลูกเงียบไม่ยอมบอกพี่แต่เนิ่นๆ”
“หม่อมฉันจะให้ทหารไปตามลูกกลับ”
“ด้วยอำนาจแห่งองค์ราชา เราไม่อนุญาต”
“ทำไมล่ะเพคะ”
“ในเมื่อลูกตัดสินใจแล้วก็ให้เธอออกไปเรียนรู้ด้วนตนเองเถิด บางทีอาจได้รับบทเรียนแล้วกลับมาประพฤติตัวดีขึ้นบ้าง”

องค์ราชินีทรงคัดค้านกี่คำ องค์ราชาก็ได้แต่สรวลเรียบ ตรัสกระเซ้าเย้าแหย่พระมเหสีจนเฉไฉไปเรื่องอื่น คล้ายกับว่ามิได้กังวลพระทัยถึงธิดาองค์น้อยกับเหตุการณ์วุ่นวายที่กำลังจะเกิดตามมาเลยแม้แต่นิด…


 
< หน้าก่อนหน้า


หน้าถัดไป >