ล่วงเข้าเวลาสาย ภายในเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน
ณ กรุงราชคฤห์
ในรัชสมัยของพระเจ้าพิมพิสารเมื่อครั้งพุทธกาลนั้นราชธานีของแคว้นมคธตั้งอยู่
ณ นครราชคฤห์ ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ครั้งพระเจ้าอชาตศัตรูปลงพระชนม์พระราชบิดาแล้วขึ้นครองราชย์
แล้วเคลื่อนย้ายไพร่พลไปยังเมืองปาฏลีบุตรทางฝั่งใต้ของแม่น้ำคงคา
ต่อมาพระโอรสนามว่าอุทัยภัทร ก่อกบฏจับพระเจ้าอชาตศัตรูสำเร็จโทษ แล้วชิงเอาราชสมบัติ
ก็ได้ย้ายราชธานีไปตั้งไว้ที่กุสุมาปุระ ขึ้นเป็นที่ประทับบนฝั่งแม่น้ำคงคาห่างจากกรุงปาฏลีบุตรไปไม่ไกล
ในเวลาต่อมาพระเจ้าอุทัยภัทรก็กลับถูกพระโอรสนามว่าอุนุรุทธะปลงพระชนม์
และกษัตริย์พระองค์ใด เสวยราชย์อยู่ไม่ช้า ก็ถูกพระโอรสปลงพระชนม์ซ้ำรอยเดิม
เป็นเรื่องกรรมสนองกรรมเรื่อยมา จนไพร่ฟ้าประชาชนให้สมญานามราชวงศ์นี้ว่า
ราชวงศ์ปิตุฆาตหรือราชวงศ์ลูกฆ่าพ่อ
เวลาล่วงเลยจนเกือบร้อยปีหลังพุทธปรินิพพาน ในที่สุดประชาชน ทนอยู่ภายใต้การปกครองกษัตริย์วงศ์ปิตุฆาตไม่ไหว
ก็พากันปฏิวัติขึ้นจับองค์กษัตริย์สำเร็จโทษ แล้วเชิญอำมาตย์ผู้หนึ่งชื่อ
สุสูนาค ขึ้นครองราชสมบัติ วงศ์กษัตริย์สายพระเจ้าพิมพิสารสิ้นสุดลง
ในเวลานั้น พระเจ้าสูสุนาคได้ทำการย้ายราชธานีอีกครั้ง ได้ขยายอำนาจของมคธให้แผ่ไปถึงแคว้นโกศล
แคว้นวัชชี และแคว้นอวันตี ล้วนตกเป็นเมืองขึ้นของแคว้นมคธทั้งหมด
ต่อมาจึงให้การสถาปนา พระโอรสนามว่า กาฬาโศก ขึ้นครองราชสมบัติ
พระเจ้ากาฬาโศกกลับให้ย้ายราชธานีไปยังปาฏลีบุตรใหม่ เมืองขึ้นเมืองออกทั้งหลายที่เคยเป็นราชธานี
จึงทรงมีพระราชบัญชาให้พระโอรสที่ประสูตจากอัครมเหสีและอัครมเหสีองค์รอง
ทั้งสิบพระองค์ แยกย้ายกันไปดูแล
ปราสาทดั้งเดิมในราชคฤห์จึงถูกแปรเป็นพระที่นั่งให้เทวินทร์วรมันต์ราชโอรส
ใช้เป็นที่ประทับในยามที่ทรงมีพระประสงค์ และในเช้าวันนี้ แม้ในท้องพระโรงจะยังเต็มไปด้วย
อำมาตย์ที่อยู่ให้คำปรึกษาว่าราชการงานแผ่นดิน แต่เจ้าชายผู้เป็นราชโอรสขององค์ประธานในที่ประชุม
กลับมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ใต้ร่มไม้บริเวณเวฬุวันวิหาร ด้วยความสำราญใจ
ข้างกายเจ้าชายนั้นมีพระสหายในวัยไล่เลี่ยกันอยู่หนึ่งคน หากไม่ต่างกันด้วยฐานันดรศักดิ์
และอาภรณ์ที่สวมใส่ บุรุษหนุ่มทั้งสองที่เดินเคียงกัน ก็ไม่ต่างจากพี่น้องร่วมสายเลือดที่มากอดคอ
เล่าสารทุกข์สุขดิบให้กันฟังอยู่ริมศาลามากนัก ภายใต้เงาของป่าไผ่อันร่มเย็น
เหล่ากระแตตัวน้อยคุดคู้ อยู่ในโพรงมีเพียงหมู่นกสาลิกาเท่านั้น ที่บินวนเริงร่า
มาเกาะบนกิ่งไม้ และเงี่ยหูฟังอย่างสอดรู้สอดเห็น
ไม่ทรงทราบข่าวนี้เลยหรือพะย่ะค่ะฝ่าบาท
อืมม์ เราไม่ได้มาฟังธรรมที่วิหารทุกวันเหมือนเจ้านี่ศรีราม เรื่องที่อยากรู้ก็ไม่ได้รู้
เรื่องที่ไม่อยากรู้แย่งกันทูลเสียให้วุ่น
ถ้าเช่นนั้น ทรงจำประวัติศาสตร์เมื่อครั้งปฐมสังคายนาในนครของเราในอดีตได้หรือไม่พะย่ะค่ะ
จำได้สิ เรื่องการชำระพระธรรมวินัยอันมีพระมหากัสสปะเถระเป็นองค์ประธาน
เวลานั้นมีลูกหลานของท่านอนาถบิณฑิก*
เศรษฐี มาช่วยงานและตั้งบ้านเรือน อยู่ในนครราชคฤห์สืบเชื้อสายมาจนถึงรุ่นของเจ้า
แล้วเวลานี้มีอะไรเกี่ยวข้อง กับการสังคายนาในครั้งนั้นเล่า เหตุการณ์ผ่านมาร้อยปีเกิดอธิกรณ์ใดขึ้นหรือ
เล่าให้เราฟังบ้างเถิด
เรื่องเป็นมาอย่างนี้พะย่ะค่ะ
ศรีรามทูลเล่ากรณีพิพาท ระหว่างพระภิกษุผู้ตั้งกถาวัตถุ ๑๐ ประการกับพระยสะที่ออกมาคัดค้านในเมืองเวสาลีให้แก่เจ้าชายโดยตลอด
ที่ข้าพระองค์ทูลถามย้ำเรื่องการสังคายนาครั้งแรก ไม่ใช่ด้วยเพราะพระราชวงศ์ของฝ่าบาท
หรือวงศ์ตระกูลของข้าพระองค์ไปเกี่ยวข้องอะไรด้วยหรอกพระเจ้าข้า แต่เพราะมูลเหตุทั้งหลาย
เริ่มต้นมาจากความไม่ลงรอยกันมาแต่การชุมนุมครั้งนั้นแล้วต่างหาก
|