ได้รับรู้ความประพฤติที่ย่อหย่อน และได้เห็นพฤติกรรมการเรี่ยไรเงินพวกอุบาสก
ที่มาทำบุญเพื่อเป็นค่าบริขารของพระสงฆ์ พระยสะจึงได้กล่าวติเตียนภิกษุชาววัชชีว่า
การกระทำเช่นนี้ขัดต่อพุทธบัญญัติ เป็นความผิดทั้งผู้รับทั้งผู้ถวาย
และเทศนาจนเหล่าทายกทายิกาเข้าใจและเกิดความเลื่อมในตัวท่านเป็นอันมาก
เป็นเหตุให้ภิกษุชาววัชชีโกรธคิดจะลงโทษพระยสะโดยการขับไล่ออกเสียจากหมู่คณะ
เหตุการณ์วุ่นวายใหญ่เลยสิ
เจ้าหญิงสดับฟังและเอ่ยถามอย่างสนพระทัย
เพคะ ในครั้งนั้นภิกษุชาววัชชีถึงกับพากันไปห้อมล้อมกุฏิของพระยสะ
แต่ท่านทราบเสียก่อนจึงได้หลบหนีไปยังเมืองอื่นและได้รวบรวมพระภิกษุจาก
เมืองปาวาและเมืองอวันตีไปยังสหชาตินคร เพื่อนิมนต์พระเรวตเถระเป็นองค์ประธานในการประชุม
ในครั้งแรกเหล่าภิกษุฝ่ายของพระยสะหรือภิกษุฝ่ายวินัยวาที คิดจะพิจารณาหา
ทางระงับอธิกรณ์ที่สหชาตินครนั้น แต่พระเรวตะเสนอว่า อธิกรณ์เกิดขึ้นที่ใดควรไประงับเสียที่นั่น
จึงกำหนดสถานที่เป็นวาลิการามที่เมืองเวสาลี ขณะนี้ก็กำลังเป็นเวลารวมตัว
ของพระอรหันต์ตามแคว้นต่างๆ เพื่อไปร่วมการประชุมยังเมืองเวสาลีเพคะ
เรื่องเป็นมาอย่างนี้นี่เอง เธอจึงคิดจะไปร่วมงานด้วย ดีจริง ฉันขออนุโมทนา
ข้าพระองค์ไม่ได้ไปทำอะไรมากหรอกเพคะพระธิดา ที่ประชุมสงฆ์ย่อมไม่ต้องการ
ให้ฆราวาสไปวุ่นวายมากนัก เหล่าอุบาสกอุบาสิกาทำได้ก็แต่เพียงจัดสถานที่ให้สะดวกสบายและเตรียมภัตตาหารอยู่เบื้องนอก
เห็นว่าคู่สนทนารับฟังแล้วนั่งนิ่ง ภาวิณีจึงเอ่ยถาม
ทรงคิดอะไรอยู่เพคะ
ไม่ทราบหรือภาวิณี
ตรัสถามด้วยพระสุรเสียงกระเซ้าเย้าแหย่บ้าง
ไม่ทราบหรอกเพคะ ข้าพระองค์ไม่ได้มีเจโตปริยญาณ*
เสียหน่อย ไฉนเลยจะล่วงรู้พระทัย ของพระธิดาได้
เช่นนั้นเธอจงฟัง ฉันมีแผนการสำคัญที่เพิ่งคิดได้เมื่อครู่ เอียงหูมาใกล้ๆสิ
ต่อไปนี้จะเป็นความลับระหว่างเราสองคน
ว่าแล้วก็ขยับพระวรกายไปแนบชิดพระสหายหญิงคนสนิท กระซิบความอะไรขึ้นมาประโยคหนึ่ง
ภาวิณีฟังแล้วขมวดคิ้วมุ่น สองดรุณีปรึกษากันอยู่ชั่วครู่แล้วจึงปลีกตัวออกไปภายนอกวิหาร
|