บทที่ ๒ | หน้าที่ ๑

อรุณรุ่ง ณ วิหารบุพพาราม นครสาวัตถี

ด้วยว่าพระธิดาองค์น้อยเสด็จมาถวายทานอยู่เนืองนิจ จึงไม่มีใครผิดสังเกตว่าวันนี้จะทรงมาเช้ากว่าปกติ ทั้งยังรับสั่งให้นางสนมคอยอยู่เบื้องนอกเหมือนที่เคยทำมา ครั้นถึงในพระวิหารก็ทรงประทับนั่งอยู่เบื้องล่างอันต่ำกว่าอาสนะพระภิกษุผู้ทำการเทศน์ถวาย ในที่นี้จึงทรงเป็นอุบาสิกาดรุณีคนหนึ่ง ไม่ได้แตกต่างจากอีกหลายนางที่นั่งอยู่ใกล้ๆเท่าใดนัก

“ทูลพระธิดาเพคะ เสด็จมาแต่เช้า ข้าพระองค์ไม่ทันออกไปรับเสด็จ”
อุบาสิกานางหนึ่งที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวกันเข้ามาทักทายอย่างนอบน้อม
“ใครว่า ฉันมาสายจนไม่ทันช่วยเธอเตรียมภัตตาหารด้วยซ้ำ เอ้ะ เมื่อครู่ฉันยังเห็นเธออยู่หน้าโรงทานอยู่เลย”
“มิได้เพคะ นั่นพี่สาวของข้าพระองค์ต่างหาก”
“ตายจริง ฉันขอโทษ ทุกทีฉันจะแยกได้”

“ไม่เป็นไรหรอกเพคะ น้อยคนนักจะทักลูกหลานของคุณทวดวิสาขา* ถูก ว่าแต่วันนี้พระธิดาทรงพาพระพักตร์หมองอย่างนี้มาฟังธรรม ไม่สมกับเป็นพระธิดาจันทราวตีที่หม่อมฉันรู้จักเลยเพคะ”
“ทำเป็นรู้ดีไป เธอเล่าภาวิณี พักนี้ฉันไม่เห็นหน้าเห็นตาเลย มัวแต่ไปทำอะไรอยู่”
“ไม่ทราบหรือเพคะ”
ภาวิณีตั้งปริศนาแทนคำตอบ
“พักนี้ฉันยุ่งๆอยู่ในวัง เรื่องของฉันก็วุ่นวายเอาการอยู่ เธอมีอะไรก็บอกมาเถอะ อย่าให้ฉันเดาเลย”
พระธิดาตรัสปฏิเสธเสียงอ่อนล้า

“ข้าพระองค์ต้องเตรียมการเดินทางไปนครเวสาลีเพคะ พระภิกษุผู้อาวุโสหลายรูปในวิหารบุพพาราม มีความจำเป็นจะต้องเดินทางไปที่นั่น

แล้วไหนจะพวกอุบาสกอุบาสิกาที่ประสงค์จะติดตามไปด้วย ครอบครัวข้าพระองค์จำเป็นต้องคอยดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารและเครื่องใช้ต่างๆไม่ให้บกพร่อง”
“เวสาลี ไปทำไมที่นั่น”

“โอ…พระธิดาไปอยู่ที่ไหนมาเพคะ เอ้อ ขอประทานอภัยเพคะ ข้าพระองค์นึกว่าพระธิดาเป็นเพื่อนหญิงคนหนึ่ง”
“เธอเข้าใจถูกแล้ว ฉันเป็นเพื่อนเธอ แต่ฉันกลับพลาดเรื่องสำคัญของเธอได้ เล่ามาสิ ฉันอยากรู้”
“เพคะ ก่อนอื่น คงจะทรงทราบดีว่าถึงเวลานี้ การปรินิพพานของพระพุทธองค์ผ่านมาได้ ๑๐๐ ปีแล้ว”
“จ้ะ ฉันยังนึกเสียดายอยู่ทุกวัน ที่เกิดมาไม่ทันพระองค์ท่าน แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับพุทธศาสนาที่เมืองเวสาลีเล่า”

“เพคะ เมื่อหลายเดือนก่อน พระภิกษุชาวเมืองเวสาลี ได้แตกกันออกเป็น ๒ ฝ่าย อันเนื่องมาจากความขัดแย้งกันในเรื่องวัตถุ ๑๐ ประการที่ภิกษุวัชชีบุตรนำมาแสดง ว่ากันตามพระวินัยแต่เดิมมาวัตถุเหล่านั้นล้วนเป็นของผิดพระธรรมวินัยทุกข้อ แต่กลับนำมาใช้เป็นข้อวัตรปฏิบัติที่เป็นที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม”
“แล้วชาวเมืองเวสาลีไม่คัดค้านกันหรือ”
ภาวิณีพยักหน้าในเชิงปฏิเสธ
“ไม่เพคะ เขาไม่รู้พระวินัย พอมีพระยสะ ซึ่งเป็นพระมาจากที่อื่นไปยังอุโบสถของภิกษุพวกวัชชีบุตรเหล่านั้น



วิสาขา ชื่อมหาอุบาสิกาสำคัญในครั้งพุทธกาล มีลักษณะของเบญจกัลยาณี คือความเป็นหญิงงาม ๕ อย่างคือ ผมงาม เนื้องาม(เหงือกและริมฝีปากแดงงาม) ฟันงาม ผิวงาม วัยงาม(งามทุกวัย) แม้อยู่กลางลูกหลานกว่าห้าร้อยคน ก็แทบแยกไม่ถูกว่าคนไหนเป็นนางวิสาขา


< หน้าก่อนหน้า


หน้าถัดไป >