| เมื่อฝนซาเจ้าชายทรงนำจันทราวตีกลับเข้ากระโจมที่พัก
ในเวลาเดียวกับที่ศรีรามเดินตัวเปียกปอนมาส่งภาวิณีที่หน้ากระโจม เจ้าหญิงและภาวิณีได้พบกันก็โล่งใจ
จันทราวตีมีเรื่องตื้นตันในอก อยากระบายและขอคำปรึกษาจากภาวิณีนัก
ขณะที่เจ้าชายเสด็จกลับไปในกระโจมที่ประทับพร้อมรับสั่งเรียกศรีรามตามไปด้วย
เป็นอย่างไรสหาย ไปตกน้ำตกท่าที่ไหนมา
ข้าพระองค์ยืนบังฝนให้ภาวิณีพระเจ้าข้า ระหว่างที่พาเธอออกตามหาน้องหญิงวตี
ศรีรามทูลตอบเสียงสั่นด้วยความหนาว
เจ้าก็รู้นี่ ว่านางอยู่กับเรา
พะย่ะค่ะ รู้ด้วยว่าเวลานั้นพระโอรสคงไม่อยากให้มีใครไปรบกวน
ฟังประโยคนี้ของศรีราม เทวินทร์วรมันต์จึงทรงอุทานด้วยความชอบพระทัย
ดีมากสหาย เจ้าช่างรู้ใจเรานัก
อยู่กับภาวิณี เกิดอะไรขึ้นบ้าง
มิได้เกิดอะไรเลยพะย่ะค่ะ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเราสนทนาแต่เรื่องของธรรมะ
และแม้ว่าจะหลบฝนอยู่ชิดใกล้ นางก็นั่งหันหลังให้ข้าพระองค์และไม่พูดอะไรจนกระทั่งฝนหยุดตก
ส่วนเจ้าก็ได้แต่ยืนบังฝน ไม่สนใจจะทำอะไรนางเลยกระนั้นหรือ
เทวินทร์วรมันต์ยั่วเย้าประสาชาย ศรีรามรู้ว่าเจ้าชายมีพระทัยแค่เพียงจะหยอกเขาเล่น
แต่ชายหนุ่มนิ่งคิดเป็นจริงเป็นจังแล้วจึงเอ่ย
ไม่พะย่ะค่ะ ตลอดเวลาที่หลบฝนอยู่ด้วยกัน ข้าพระองค์ได้คิดทบทวนดูแล้ว
ความรู้สึกที่ข้าพระองค์มีต่อนาง หากจะเรียกว่าความรัก ก็ขอให้เป็นรักด้วยความผูกพันอย่างคนที่เป็นมิตร
และอยากเกื้อกูลช่วยเหลือให้ได้ดีในทางธรรมด้วยกันมากกว่าพะย่ะค่ะฝ่าบาท
เรื่องจะล่วงเกินนางในเวลานั้นย่อมไม่ใช่เรื่องบังควรเป็นแน่
เทวินทร์วรมันต์ฟังจบแล้วนึกทึ่งในพระทัย แม้อยู่ในยามที่บรรยากาศเป็นใจ
ก็มิได้ทำให้ศรีรามหวั่นไหวไปกับอารมณ์ทางโลก ต่างจากตนเองยิ่งนัก
ที่คอยคิดแต่จะฉวยโอกาสกับจันทราวตีอยู่ตลอดเวลา
ดีแล้วล่ะ คิดได้เช่นนี้เราก็ขออนุโมทนากับเจ้าด้วย
แล้วฝ่าบาทเล่าพระเจ้าข้า
เรามีเรื่องต้องการคำปรึกษา ถึงได้เรียกเจ้ามาเดินอยู่ด้วยกันนี่อย่างไร
เจ้าชายเทวินทร์วรมันต์เล่าเรื่องต่างๆให้ศรีรามฟังทั้งหมด ทั้งเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ที่ทรงเห็นหน้าว่าผู้ปองร้ายเป็นนายทหารของภัทรเสน
องครักษ์ที่ตามมาให้ความช่วยเหลือคือหลานของอำมาตย์นาหิโย รวมถึงเรื่องที่ทรงได้รู้ว่าจันทราวตีที่แท้ปลอมตัวมาจากนครสาวัตถี
ศรีรามได้ฟังชื่อพระธิดาจันทราวตีแล้วอดหวนคิดไปถึงภาวิณีไม่ได้ ว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันหนอ
อย่างน้อยก็น่าจะเป็นคนหนึ่งที่มีความสำคัญในนครสาวัตถีอยู่บ้าง เจ้าชายเล่าจบแล้วเกรงว่าศรีรามจะฟุ้งซ่านไปไกลจึงตรัสตัดบทเพื่อเข้าประเด็น
ช่วยเราคิดก่อนศรีราม ต่อไปนี้เป็นปริศนา ที่เราจะต้องรีบสะสางให้ทันก่อนงานสถาปนาจะเริ่มขึ้น
แม้ทุกคนที่มาจากนครสาวัตถีจะล่วงรู้ถึงการเลื่อนพิธีอภิเษก แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกำหนดการที่นัดหมาย
กำหนดกลับไว้วันใดก็ต้องให้เป็นไปตามนั้น เมื่อเจ้าหญิงจันทราวตีและภาวิณีมาถึงที่พักเหล่าองครักษ์
ก็มารอท่าทูลเสด็จเพื่อนำทางกลับแคว้นโกศล ก่อนเดินทางนั้นจันทราวตีทรงรู้สึกวุ่นวายในพระทัย
ที่จะต้องทรงหนีออกไปโดยมิได้บอกกล่าว เมื่อรับสั่งกับเพื่อนหญิงภาวิณีจึงเรียกหัวหน้าองครักษ์วิภูทะมาไหว้วานธุระอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วกลับมาทูลพระธิดาว่าขอให้ทรงวางพระทัยได้ จากนั้นทั้งหมดจึงออกเดินทางออกห่างจากขบวนอย่างเงียบเชียบ
ระหว่างทางนั้นจันทราวตีประทับนั่งอยู่บนหลังม้า จึงมิได้ตรัสปรึกษากับภาวิณีแต่ประการใด
ได้แต่วุ่นวายในพระทัยอยู่ผู้เดียวอย่างเงียบเหงา
เจ้าชายจะเป็นห่วงเราไหมหนอ
ดำริแล้วว้าวุ่นในพระทัยกับคำถามที่เจ้าชายตรัสเมื่อไม่กี่ชั่วยามที่ผ่าน
หากเจ้าเลือกได้
เจ้าจะเลือกเป็นแบบไหน คนไร้ยศฐาบรรดาศักดิ์หรือเจ้าหญิงที่มีพร้อมทุกสิ่ง
เจ้าหญิงเงยหน้ามองจันทราแล้วรำพึงอย่างหม่นหมอง
ข้าแต่จันทรา หากข้าเลือกจะเป็นอะไรก็ตามที่ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างกับเทวินทร์วรมันต์
เช่นนั้นจะผิดไหม
ดวงจันทรายังคงทอประกายสุกใสให้แสงสว่างนำทางดุจเดิมแต่ไร้ซึ่งคำตอบ
ปล่อยให้เจ้าหญิงตั้งคำถามอยู่เพียงลำพังกระทั่งเข้าใกล้ชายแดนแห่งแคว้นโกศลจนไปถึงนครสาวัตถี
|