ทางลัด
โดย : ไพ [ 6 ธ.ค. 2544 15:12:12 น. ]
[ Login ]

เนื้อความ :

                     ทางลัด

จิตที่พ้นความปรุงแต่ง 
จะรู้ธรรมชาติที่พ้นความปรุงแต่ง (นิพพาน)
ทางลัดที่สุดสำหรับการปฏิบัติธรรม 
จึงไม่ใช่การกระทำ (ปรุงแต่ง) ใดๆ
แต่เป็นการหยุดกระทำ 
โดยไม่กระทำ(ปรุงแต่ง)ความหยุดให้เกิดขึ้น
มีเพียง การรู้อย่างเงียบสนิทจริงๆ เท่านั้น
(โดยไม่มีมายาของการคิดนึกปรุงแต่ง 
และมายาของการหยุดคิดนึกปรุงแต่ง)
ที่เป็นสิ่งสุดท้ายซึ่งผู้ปฏิบัติจะทำได้ 
ก่อนที่จิตเขาจะ "ก้าวกระโดด" ไปเอง

หากพระพุทธเจ้าจะทรงแสดงธรรมอย่างถึงที่สุด 
ย่อมต้องปิดพระโอษฐ์เงียบ
แต่นั่นเป็นสิ่งยากเกินกว่าเวไนยชนจะเข้าใจได้
และหากจะทรงกล่าวธรรมอย่างย่นย่อที่สุดว่า 
สิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น
ก็ยังยากที่จะมีผู้รู้ตามได้ 
เพราะสัตว์ทั้งหลายถ้าไม่ยึดรูปธรรม
ก็ต้องยึดนามธรรมไว้ก่อน
พระองค์จึงทรงบอก ทาง ของการปฏิบัติขึ้นมามากมาย 
โดยอิงกับรูปธรรมและนามธรรม
เช่น ทาน ศีล ภาวนา กุศลกรรมบถ 
ตลอดจนการทำสมถะและวิปัสสนา
ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พวกเราเดินเข้าใกล้
การหยุดพฤติกรรมทางจิต 
จนเหลือเพียงรู้อย่างเงียบสนิทจริงๆ
 นั่นเอง

เช่นทรงสอนให้ทำทาน 
เพื่อลดความกระวนกระวายเพราะความโลภ
ทรงสอนให้รักษาศีล 
เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับความสงบระงับ
ทรงสอนสัมมาสมาธิ 
เพื่อให้จิตตั้งมั่นและรู้ตัว
และทรงสอนวิปัสสนา
เพื่อทำลายแรงดึงดูดของอารมณ์
ที่จะพาจิตให้ทะยานไปก่อภพก่อชาติตลอดนิรันดร
ผู้ปฏิบัติที่ยังขาดความเข้าใจ 
ย่อมปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ เพื่อที่จะปฏิบัติต่อไป
ส่วนผู้ที่เข้าใจแล้ว ก็จะ หยุด การปฏิบัติ 
ได้ด้วยปัญญาญาณอันแหลมคม

หากต้องการทางลัด
ก็จำเป็นต้อง รู้ และเลิกคิดเรื่อง ทาง ไปเลย
แต่ถ้ายังไม่รู้จัก รู้ ก็ยังจำเป็นต้องอาศัยทางเหล่านั้นต่อไปก่อน

(สวนโพธิ์ / 4 ธันวาคม 2544 )

โดย : ไพ [ 6 ธ.ค. 2544 15:12:12 น. ]

ขอสงวนสิทธิ์ ห้ามไม่ให้มีการคัดลอกข้อความบางส่วนหรือทั้งหมด โดยมิได้รับอนุญาตฯ

ข้อความที่ 1 : ( นิพครับ )

กราบ กราบ กราบ _/I\_ _/I\_ _/I\_ ในธรรมของหลวงพ่อครับ

สาธุและขอบคุณพี่ไพที่เอาธรรมดีๆมาฝากครับ _/I\_ 
^_^

โดย : นิพครับ [ 6 ธ.ค. 2544 15:33:36 น. ]


ข้อความที่ 2 : ( ธนา )

ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำปรุงแต่งออกจากใจมาได้อย่างไรถึงจะเป็นดั่งที่ปราถนา
ก็คงได้แต่เพียง  เก็บปากเก็บคำเอาไว้  มุ่งหมายปฏิบัติต่อไปให้ "รู้" และมี "สติ"ต่อไป

โดย : ธนา [ 6 ธ.ค. 2544 21:02:28 น. ]


ข้อความที่ 3 : ( สุรวัฒน์ )

สาธุในธรรมที่หลวงพ่อได้แสดงไว้
ขออนุโมทนาและขอบคุณ คุณหมอไพ ที่ได้นำธรรมจากหลวงพ่อมาฝากครับ

โดย : สุรวัฒน์ [ 7 ธ.ค. 2544 08:39:18 น. ]


ข้อความที่ 4 : ( ธีรชัย )

สาธุครับ
_/\__/\__/\_

โดย : ธีรชัย [ 9 ธ.ค. 2544 19:27:42 น. ]


ข้อความที่ 5 : ( ลูกเต่า )

       สาธุมากๆครับ เพิ่งไปที่วัดนึงมาเจอน้องผู้หญิงอายุน้อยคนนึง แกเล่าถึงสภาวะตรงนี้ให้ฟังพอดีที่แกเคยเห็นทั้งผู้รู้และผู้ถูกรู้แต่สุดท้ายแกบอกว่ามันไม่
เหลือทั้งสองผู้คือ ไม่เหลืออะไรเลย รู้นิ่งๆอย่างเดียวทั้งวัน ผมเข้าใจว่าก็คือ รู้อย่างเงียบสนิทที่สุดที่หลวงพ่อบอกนี่เอง แกตกงานครับเลยมาอยู่วัด 3 เดือน แล้วทำความรู้สึกตัวอย่างเดียวโดยต่อเนื่องทั้งวันจดคืน 3 เดือนเต็ม(เพราะไม่มีอะไรทำ) โดยที่แกไม่รู้คำบาลีหรือการปฏิยัติหรือแวดวงภาวนาใดๆเลยลุยทำอย่างเดียว บังเอิญจริงมาอ่านเจอที่นี่เรื่องนี้พอดีเลย สำหรับผมที่อินทรีย์ยังมิแก่กล้าพอ ก็ขอเกาะความรู้สึกตัว (รูปธรรม นามธรรม)ไปจนกว่าจะรู้อย่างเงียบสนิทจริงๆครับ

โดย : ลูกเต่า [ 11 ธ.ค. 2544 10:03:33 น. ]


ข้อความที่ 6 : ( อติ )

เข้าใจแล้วครับว่า ทำไม หลวงพ่อจึงบอกว่า ในช่วงแรกของการ รู้ จึงมีการ พากษ์ไปด้วย  อย่างไม่สงสัยอีกต่อไปแล้วครับ  
ขอฝึก รู้  โดยการ  พากษ์ ประกอบ ไป พลาง ๆ  ก่อน นะครับ จนกว่า จะรู้อย่างเงียบสนิท จริง ๆ ครับ 

โดย : อติ [ 14 ธ.ค. 2544 19:28:36 น. ]


ข้อความที่ 7 : ( โยคาวจร )

หยุดดูให้รู้จริง ก.เขาสวนหลวง

ถ้าเรารู้จักปล่อยวางแล้วก็ประจัญหน้าอยู่กับความว่าง
เพราะว่าจิตนี้เมื่อไม่ยึดถือแล้วไม่มีเรื่อง
แต่นี่มันโง่ไปเที่ยวยึดถือมาเท่านั้นเอง ทีนี้เราต้องรู้จักใช้มัน
ทางอายตนะผัสสะนี่ก็ใช้มันตามสมควร
เช่นตาเห็นรูป หูฟังอะไรนี่ใช้มันตามสมควร
แต่ไม่ยึดมั่นถือมั่น ย้ำอยู่เรื่องนี้ สอบกันอย่างนี้ให้ถี่ยิบทีเดียว
อย่าไปเอาเรื่องอะไรมาสอบ มาจำ มาคิด มาพูดเพ้อเลย
บอกว่าหยุดเสีย ท่านทั้งหลายต้องหยุดหมดนะ
หยุดจำ หยุดคิด หยุดพูด อะไรต่ออะไรนี่หยุดหมดเลย
แล้วปิดประตูดูข้างในนิ่งเงียบกริบอยู่ทุกคน

แล้วจะพบมรรค พบพระ พบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ภายในจิต
ข้างนอกนั้นพบมามากแล้ว ทีนี้พบข้างในเสียที

โดย : โยคาวจร [ 19 ธ.ค. 2544 07:30:31 น. ]


จบกระทู้บริบูรณ์