เพียรต่อสู้เพื่อรู้แจ้ง
 เนื้อความ :

บูชาครู...
บรมครู            จอมมุนินทร์           ปิ่นนาถา
หลั่นรองมา      องค์พ่อเทียน          จิตโสภัณ
เขมานันท์         อาจารย์สาม          นามขจร...ฯลฯ
ด้นธรรมกลอน  บูชาครู                   ผู้รู้จริง

ชีวิตอยู่          เพื่ออะไร        ใจควรถาม
แค่กินกาม     เท่านี้เอง          กระนั้นหรือ
ไม่หนำใจ      ไล่ล่าเกียรติ     ให้ระบือ
ร่ำเลื่องลือ     ระบิลนาม        มุ่งแข่งดี

กินกามเกียรติ        แค่โลกีย์       พอละหรือ
ยังไม่ยื้อ                ทำที่สุด         ของทุกข์ได้
พฤตเพียรพรต        บทจร           รอนแรมไป
เร้าพลังใจ              พร้อมบูชิต    จุมพิตธรรม

"เพียรต่อสู้"           น้อมพลังใจ       เพื่อรู้แจ้ง
ขอชี้แจง                แถลงไข           ให้แจ้งฉาน
สู้อะไร                  สู้อย่างไร          อภัยนะท่าน
ขอทางผ่าน            ขอแถลง          แจงฎีกา

ต่อสู้ใน                ขณะยืน            เดินนั่งนอน
แม้นพักผ่อน         ก็สู้ต่อ              เพียรบ่ย่าน
กินดื่ม                 ขับถ่าย             ไม่หน่ายงาน
เพื่อสืบสาน       งานยอดสุด           *มุตโตทัย*
       ถึงตรงนี้ต้องกราบขอขมาหลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต ที่หยิบยืมคำพูดขององค์ท่านมาใช้ "มุตโตทัย"

ยังมีอีก              รู้ในอิ-             ริยาย่อย
สิบ่ถอย            คอยท่ารุก         กิเลสหนอ
รู้ใน                  เหยียดคู้ก้ม       เงยเอียงคอ
ไม่ย่อท้อ       แม้นเหนื่อยหน่าย   รู้กายา

อย่าดูแคลน         แดนฐานกาย           เหมือนง่ายนี้
เป็นถิ่นที่              ชัยภูมิหลัก              นักกรรมฐาน
หมุนรุกรับ            ธรรมจักรผัน           ตามเหตุการณ์
ดูสาธารณ์            แท้เป็นดาน             ฐานพรหมจรรย์

รู้ช่ำชอง               คล่องแคล่ว             กายในกาย
สิจะได้                 อิงฐานกาย             ดูจิตต่อ
ดูของจริง             ต้องพิงกาย             ให้มั่นพอ
ดูเป็นต่อ               Back-upดี              ย่อมมีชัย

ดำเนินจิต             ติดธรรมจักร            มรรคจิต
แหวกความคิด      ตรงรอยต่อ             ข้อสังขาร
ชำแรกถึง             ห้วงอวกาศ              ปลาตตัดผ่าน
สายสังสาร           ป่านมายน               ป่นยับไป

พลิกโลก             เหนือความคิด            อาจติดว่าง
แผ้วถลุงถาง         รู้ความว่าง               แล้ววางก่อน
อวิชชา                 ท้ายสุดร้าย               พึงสังวร
ละเอียดอ่อน         ซ่อนเร้นอยู่                รู้นั่นเอง

ทำลายรู้               ให้เอารู้                   มาดูรู้
สิ่งถูกรู้                   ก็คือรู้                   นะเพื่อนเอ๋ย
มีให้รู้                      ก็รู้ไป                   เท่านั้นเอย
รู้ซื่อเฉย                  จนทกสิ่ง              ดับหมดไป

ไม่มีอะไร                 ให้รู้,รู้                ตั้งอยู่ไหม
รู้นั้นไซร้                   อิงอยู่ได้              สิ่งถูกรู้
วัตถุดับ              วับคล้อยพราก       จากพร้อมคู่
สิ่งอิงอยู่                 รู้นั้นลับ              ดับพร้อมกัน

      เป็นกลอนเล็กๆที่แต่งโดยปุถุชนคนหนึ่งซึ่งย่อมมีข้อบกพร่องเป็นธรรมดา
       จะติติง  ตักเตือน  แต่งเติม  เสริมสร้างสรรค์  เพื่อลุพลัน
ถึงบูรณภาพ ของทุกท่านทุกคนเทอญ  ก็เรียนเชิญเหล่าผองเพื่อนกัลยาณมิตรครับ


 จากคุณ : รู้ปล่อย [ 19 ม.ค. 2547 / 09:15:34 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.169 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ศิษย์ อ.)


พระธรรมเกษีพุทธะ

หลวงพ่อตอบปัญหา
เรื่องพระไตรปิฎก
ผู้ถาม:-มีผู้เล่าให้ฟังว่ามีคณาจารย์องค์หนึ่งปรารภว่า...พระไตรปิฎก ที่สอนหรือที่มีเป็นหลักฐานในประเทศไทยมีความจริงแค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์.
หลวงพ่อ:-แต่ว่าเล่มที่ฉันอ่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี่...คนละเล่มมั้ง!
ผู้ถาม ทีนี้พุทธบริษัทก็งง! ถ้าท่านรู้ว่าของแท้เป็นยังไง...แสดงว่าท่านเป็นพระอริยเจ้าองค์หนึ่งซิครับ
หลวงพ่อ  เอาอย่างนี้ดีกว่า...พระไตรปิฎก ไม่ต้องอ่านหมด เอาแค่ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เอาแค่ ศีล ก็เหลือแหล่แล้ว ไม่ต้องอ่านหมดหรอกนะ...อ่านหมดทำไมเสียเวลา อ่านนิดเดียวก็พอแล้ว เพราะว่าพระไตรปิฎกทั้งหมด คำสอนพระพุทธเจ้าทั้งหมด สอนหมวดเดียวคือ ขันธ์ ๕ ถ้าเข้าใจ เข้าใจแค่นี้แหละ ถ้าข้อไหนสอนผิดขันธ์ ๕ ไม่ปรารภขันธ์ ๕ ข้อนั้นผิด
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

 จากคุณ : ศิษย์ อ. [ 19 ม.ค. 2547 / 10:02:43 น. ]
     [ IP Address : 203.113.37.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ปล่อยรู้)

อีกนิดเดียว เฉลียวดู ตรงตัวรู้
มันมีกู แอบซ่อนอยู่ ในรู้ไหม
ถ้ามีกู อยู่ในรู้ รีบปล่อยไป
อย่าให้กู  อยู่อาศัย ในรู้เลย

ให้เหลือรู้ อยู่เพรียวๆ อย่างเดียวเถิด
เห็นรู้เกิด เห็นรู้ดับ เห็นรู้เฉย
รู้อะไรๆ รู้ไป เหมือนอย่างเคย
ขออย่าให้ มีอ้างเอ่ย กูผู้รู้

รู้แล้วปล่อย  ลอยทุกสิ่ง ทิ้งทุกอย่าง
ใจอยู่กลาง ระหว่างปล่อย ระหว่างรู้
ไม่ยึดรู้ ไม่ยึดปล่อย คอยเฝ้าดู
ตัวปล่อยรู้ ตัวรู้ปล่อย ลอยทิ้งไป

ได้รู้ปล่อย ปล่อยรู้ได้ หายอึดอัด
รู้แจ้งชัด สัจจะธรรม หายสงสัย
ไม่ห่วงเกิด ไม่ห่วงเจ็บ ไม่ห่วงตาย
ธรรมทั้งหลาย ปล่อยลอยไป ไม่ถือเอย...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 19 ม.ค. 2547 / 20:45:06 น. ]
     [ IP Address : 203.107.205.253 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (รู้ปล่อย)

ขอบคุณท่านศิษย์ อ....ธรรมะของท่านมีสีสรรและยึดมั่นในอุดมการณ์เหลือกำลังดีจริงๆ อาจารย์ใหญ่องค์เดียวกันนะครับ  สาธุครับ
ไม่ทราบว่าเช้านี้ทานข้าวด้วยอะไรครับ

 จากคุณ : รู้ปล่อย [ 20 ม.ค. 2547 / 08:36:11 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (รู้ปล่อย)

ขอบคุณ ท่านเมธีธรรม ปล่อยรู้ที่ให้เกียรติมาแนะอุบายธรรม  ที่จริงก็เฉลียวใจอยู่ว่าติดขัดอะไรอยู่ คงต้องอาศัยเวลาสักระยะหนึ่ง
ยินดีที่ได้รู้จักครับ...

 จากคุณ : รู้ปล่อย [ 20 ม.ค. 2547 / 08:44:01 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (รู้ปล่อย)

รู้ตัว              แบบลืมตัว          ไม่มั่วนิ่ม
สบายใจฉิ่ม   คือตัวอย่าง         การ"ปล่อยรู้"
ลืมตัว           แต่รู้ตัว                ชัวร์วางกู
เพื่อนลองดู   เป็นแนวทาง         วาง"รู้ปล่อย"

รู้ๆไป             รู้มอดไหม้            ตัวมันเอง
เช่นนั้นเอง      ดั่งเทียนไข           ให้แสงนั้น
ไหม้เรื่อยไป   เผาเทียนไข           เหลือไส้พลัน
ไฟดวงนั้น      ก็ดับหด               หมดปัจจัย

 จากคุณ : รู้ปล่อย [ 21 ม.ค. 2547 / 08:45:49 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (ปล่อยรู้)

ช่างมันเถอะ ดับไปแล้ว ให้แล้วไป
ไม่ติดใจ ไม่รื้อฟื้น ลืมให้หมด
ไม่มีหลัง ไม่มีหน้า ให้รันทด
จิตหมดจด ใสเลี้ยงเกลา เราไม่มี

ไม่มีเรา เขาไม่มี ที่ไหน
หมดปัจจัย ให้กำเหนิด เกิดเถียงตี
ไฟไม่มี ร้อนก็ หายไปทุกที
ร้อนยังมี ไฟไม่ดับ สนิทเอย...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 22 ม.ค. 2547 / 09:17:20 น. ]
     [ IP Address : 203.107.205.94 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (รู้ปล่อย)

หามิได้             หามิได้          ไม่หมดจด
ด้นกลอนสด     ไปตาม           เนื้อผ้านั้น
ปฏิภาณ           ไหวพริบ         มีไม่ทัน
กลอนผุนั้น       อุบัติพลัน        ในบันดล

กราบขออภัยผมเป็นแค่เพียงปุถุชนเท่านั้นครับ ถ้าแต่งกลอนไม่สุภาพบ้างก็กราบขออภัยอีกเช่นเคยเพียงนึกคำศัพท์ดีๆไมทันเท่านั้นเองไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น
      ขอบคุณท่านปล่อยรู้ที่มาให้อารมณ์กรรมฐาน จะน้อมรับแล้วนำไปปฏิบัติครับ

ปุถุชน                 คนเดินดิน              ปิ่นสาธารณ์
ช่างสนาน           สราญรมย์             กลมใจเกลี้ยง
ทำถูกนิดผิด        ได้หน่อย                ยังพอเลี้ยง
สวดโอมเพี้ยง!     ผมนั้นเพียง           ปุถุชน

อริยบุคคล            ดลใจ                 ตริไตร่ตรอง
ชนทั้งผอง         ต่างหมายปอง       อยากเป็นนั้น
ต่างดิ้นรน          เคว้งไขว่คว้า         จ้าละหวั่น
หลายเชิงชั้น       มารจัดฉาก          หมากกลลวง

 จากคุณ : รู้ปล่อย [ 22 ม.ค. 2547 / 11:53:58 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (รู้ปล่อย)

มีโบนัสมาฝากเพื่อนๆอีกเล็กๆครับ "ลีลากลอนลีลาใจ"

เมื่อจิตไหว              ใจก็สั่น               กลอนกระดิก
ระรี้ริก                     ขยิกใส่              ไหวผวา
ที่เคยลิ่ว                  ปลิวสไว             ก็บ้อท่า
กลอนจ๊ะจ๋า             พลิกลีลา           มาจากใจ

นิ่งจริงไหม                 สิดูได้              ตอนกระทบ
ถึงเจนจบ              ข้ออรรถธรรม       คำเล่าขาน
กระทบไหว             กรรมไกววูบ       ใจสะท้าน
ธรรมเล่าขาน          บ่บรรสาน           ธารธรรมใจ

 จากคุณ : รู้ปล่อย [ 24 ม.ค. 2547 / 06:11:17 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.169 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!