หกวิญญาณ
 เนื้อความ :

เห็นวิญญาณ มิใช่เรา เบาทันที
ภพไม่มี ชาติไม่เกิด แต่อย่างใด
เห็นวิญญาณ นั้นเป็นเรา เอาเมื่อไร
ภพก็ได้ ชาติก็เกิด ขึ้นตอนนั้น

หกวิญญาณ นั้นเกิดดับ สลับเปลี่ยน
ไหลหมุนเวียน สร้างรูปนาม ตามสังขาร
หาใช่คน หาใช่สัตว์ ผีเปรตมาร
รู้เท่าทัน วิญญาณหก ตกหายไป

วิชชาเกิด สังขารดับ ไม่นับญาติ
เลิกผูกขาด หกวิญญาณ รูปนามใด
อายตะนะ ทั้งภายนอก ทั้งภายใน
ผัสสะใด ไม่ยึดถือ คือตัวตน

หกวิญญาณ สักว่าธาตุ สักว่าขันธ์
เลิกผูกพัน เลิกยึดมั่น มันก็พ้น
เห็นวิญญาณ ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่คน
หลุดวังวน พ้นวัฏฏะ สังสารเอย...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 16 ม.ค. 2547 / 00:04:31 น. ]
     [ IP Address : 203.107.205.147 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ศิริพร)

       สาธุ...ค่ะ

 จากคุณ : ศิริพร [ 16 ม.ค. 2547 / 06:37:29 น. ]
     [ IP Address : 203.113.57.105 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ดอกดิน)

เมื่อมีสิ่งกระทบวิญญาน   6
จิตก็หกระเหินเพลินยึดหมาย
คิดปรุแต่งเรื่องราวต่างๆไป
จิตคลั่งใคร่เพราะไม่รู้เท่าทัน

แสวงหาความสุขจากภายนอก
จะจนตรอกเพราะสุขนั้นแปรผัน
หวังปัจจัยภายนอกมาเกี่ยวพัน
หวังทุกวันทุกคืนขมขื่นใจ

ในบางครั้งประสบดั่งใจหวัง
มิอาจรั้งของมิให้หาย
ต้องพลัดพรากของรักทุกๆราย
สุขสมใจกลายเป็นเศร้าเคล้าน้ำตา

มรสุมแห่งทุกข์กระหน่ำเข้า
โอ้ใจเจ้าทรมานมากหนักหนา
เคยพบสุขแล้วพบเศร้าร้าวอุรา
อนิจจาจริงหนอโลกช่าง  วก วน

นี่นะหรือคือสังสารวัฏ
วัฏจักร์หมุนเวียนให้สับสน
เมื่อพบสุขแล้วพบทุกข์เผาลน
ทุกข์ระคนสุขมอดม้วยยิ่งป่วยการ

ป่วยการที่ดีดดิ้นแสวงหา
เหยื่อกามานำมาเสพให้สุขสรรค์
ยิ่งเสพแล้วยิ่งอยากมากทุกวัน
ชักหวาดหวั่นเห็นภัยในโลกีย์

มุ่งแสวงหาทางเพื่อหลุดพ้น
เบื่อระคนด้วยทุกข์โลกวิถี
มีแต่ทุกข์กับทุกข์สุขไม่มี
หาทางที่ปลอดภัยไร้กังวล

น้อมจิตบำเพ็ญศีลสมาธิ
คิดดำริด้วยปัญญาไม่สับสน
ดำริละพยาบาทในกมล
ดำริพ้นกิเลสกามหนามยอกใจ

พอจะมีจิตชื้นขึ้นขึ้นมาบ้าง
ทุกข์ลาร้างภายในจิตแจ่มใส
นี่หนอแสงแห่งธรรมที่ส่องใจ
ส่องทางให้ได้พบสุขแท้จริง

สุขที่ไม่ปรุงแต่งด้วยอามิส
สุขในจิตพ้นกิเลสหมดฤทธิ์สิงห์
นี่สุขแท้สุขมิแปรเที่ยงแท้จริง
จิตคลายทิ้งสุขโลกีย์หนีบ่วงมาร

จิตตั้งตรงต่อธรรมองค์ประเสริฐ
ธรรมที่เลิศนิพพานเกษมศานติ์
ทรงความเป็นอมตะอย่ทุกกาล
เกษมศานติ์นิรทุกข์  นิโรธ...เอ๋ย

 จากคุณ : ดอกดิน [ 16 ม.ค. 2547 / 07:07:59 น. ]
     [ IP Address : 68.42.154.57 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (ศิษย์ อ.บรรพต)


พระธรรมเกษีพุทธะ

หลวงพ่อตอบปัญหา
วิญญาณสิง
ผู้ถาม:- หากที่ไหนเกิดอุปัทวเหตุมีคนตายมาก สถานที่แห่งนั้น จะมีวิญญาณสิงอยู่ และมีการตายแทนทุกที วิญญาณเก่าจะได้ไปเกิดจริงหรือเปล่าคะ?
หลวงพ่อ:-  เอาอย่างนี้นะผีทะเลาะกัน มันอยู่นาน ๆ ก็เบียดกันตีกันอยู่นั่นแหละ ความจริงไม่เป็นอย่างนั้นนะ คือวิญญาณคนหรือสัตว์ที่ตายไปแล้วไม่อยู่ที่นั่น มันต้องมีที่ไปคือถ้าตายไปแล้ว ถ้าอารมณ์เป็นกุศลก็ไปสู่สวรรค์ เป็นต้น ถ้าอารมณ์เป็นบาปในเวลานั้นก็ไปสู่นรก เป็นต้น มันไม่อยู่ตรงนั้นหรอก…ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์บุญ ไม่ถึงเกณฑ์บาป เป็นสัมภเวสีก็ต้องไปที่อื่น ความจริงถ้าจะมีคนตายซ้ำที่ตรงนั้น ก็เป็นกฏของกรรมคนนั้นจะต้องตายที่นั่น คือว่าผีไม่อยู่ตรงนั้น ก็คงจะต้องถกเถียงกันอีกว่า เอ๊ะ! ที่ตรงนั้นทำไมมีคนตายกันบ่อยนะ ก็ต้องตอบตามหลวงพ่อว่า ถึงวาระที่เขาจะต้องตายตรงนั้น
เรื่องนี้เคยมีคนเล่าให้ฟัง มีคน ๆ หนึ่งแขวนพระเครื่องของพระชื่อดังองค์หนึ่ง เขาบอกว่าปืนยิงไม่เข้า แต่วันหนึ่งเกิดถูกยิงตาย ก็มีคนสงสัยไปถามหลวงพ่อองค์นั้น ท่านก็บอกว่าลองพลิกศพให้ห่างจากที่ตรงนั้นซิ ปรากฏว่าปืนยิงไม่เข้าจริง ๆ แสดงว่าเขาถึงที่ตายตงนั้น เป็นกฏของกรรมที่ห้ามไม่ได้จริง ๆ

ผู้ถาม:- ค่ะ…เข้าใจแล้วค่ะ
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญญาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 8
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

 จากคุณ : ศิษย์ อ.บรรพต [ 16 ม.ค. 2547 / 17:45:50 น. ]
     [ IP Address : 203.113.37.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (กำลังฟุ้ง)

วิญญาณในทางพุทธต่างจากวิญญาณในทางพราหมณ์...

 จากคุณ : กำลังฟุ้ง [ 16 ม.ค. 2547 / 22:44:37 น. ]
     [ IP Address : 202.133.177.49 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ปล่อยรู้)

ปล่อยท่านไป ตามใจ ของท่านเถิด
ท่านอยากเกิด เป็นอะไร ตามใจท่าน
สังขารมี ท่านก็มี ซึ่งวิญญาณ
สร้างรูปนาม ตามอาการ ที่อยากเป็น

ชอบสวรรค์ ชอบเป็นเทพ ชอบเป็นพรหม
ชอบขนม ชอบของหวาน ชอบของเล่น
วิญญาณหก เกิดแล้วดับ นับไม่เป็น
ท่านกลับเห็น มันเป็นแค่ วิญญาณเดียว

วิญญาณพุทธ วิญญาณพราหมณ์ ไม่เหมือนกัน
ของพุทธนั้น มันไม่มี ผีท่องเที่ยว
ส่วนของพราหมณ์ นามรูปผี มีเยอะเชียว
ให้หวาดเสียว ให้หวาดกลัว เป็นตัวตน

เห็นว่ามี มันก็มี ตามที่เห็น
ตามอยากมี ตามอยากเป็น ตามจิตด้น
อุปาทาน วิญญาณถือ คือตัวคน
เวียนว่ายวน เกิดเป็นเทพ ผีเปรตมาร

ท่านจะเชื่อ เชื่ออย่างไร ตามใจเหอะ
ท่านจะเจอะ  ท่านจะเจอ อย่างไรนั้น
มีไม่มี ใช่ไม่ใช่ ไม่สำคัญ
ทุกข์เท่านั้น สิ่งยืนยัน สำคัญกว่า

ทุกๆที่ ไม่มีทุกข์ สนุกยิ่ง
เป็นของจริง ให้อิงอ้าง ทางค้นหา
ทุกผัสสะ มีแต่สุข ทุกเวลา
ทุกชั้นฟ้า ทุกข์ไม่มี ที่ใดๆ

ท่านจะเชื่อ เชื่ออย่างไร ตามใจท่าน
เชื่อนิพพาน เป็นวิมาน บ้านเมืองไหน
ทุกวิมาน ที่ท่านอยู่ อย่าร้อนใจ
ทุกข์ใดๆ อย่าพานพบ ประสพเลย...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 17 ม.ค. 2547 / 19:11:52 น. ]
     [ IP Address : 203.107.206.187 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (ปล่อยรู้)

แค่อารมณ์ ปุญญาภิสังขาร
ปรุงวิญญาณ สร้างรูปนาม ธรรมคำกลอน
แค่ภาษา หาใช่ตน มีคนสอน
แค่บทกลอน ภาษาธรรม นำพาไป

ตัวปล่อยรู้ นั้นไม่มี ที่ค้นหา
ไม่มีหน้า ไม่มีตา ให้ถามไถ่
เพียงสังขาร เพียงวิญญาณ ตามปัจจัย
วันหนึ่งได้ เกิดแล้วตาย หลายครั้งหน

ทั้งปุญญา อปุญญา พาเกิดดับ
ไม่ไหวนับ จับยึดไว้ ให้สับสน
วิชชามา สังขารหาย คลายทุกข์ทน
หมดกังวล คนไม่มี ที่ใดๆ

แค่ความคิด จิตแสดง ปรุงแต่งเล่น
แลกเปลี่ยนเห็น แลกเปลี่ยนคิด ทิฏฐิไป
ไม่ยืนยัน ความเห็นนั้น ใช่ไม่ใช่
อย่าใส่ใจ เห็นปล่อยรู้ เป็นผู้คน...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 17 ม.ค. 2547 / 19:37:01 น. ]
     [ IP Address : 203.107.206.187 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (Mink770)

ชีวิตคน โลกเวียนว่าย ทั้งชายหญิง
ทั้งที่ท่านพักพิงนอกมิติ ทุกแห่งหน
มีชีวีกำเนิด ขึ้นเป็นตัวตน
เพราะมืดมน ไม่มีปัญญาญาณ...

จึงเกิดมาเวียนว่ายในสงสาร
จนเนิ่นนาน นาน จนนับกัปไม่ไหว
อวิชานั่นหนา พาเราท่านเตลิดไกล
ต้องดับในวิญญาณหก ตามยกมา

วิญญาณดับ สังขารเดี้ยง หมดสงสาร
จึงต้องจัดวิญญาณให้อยู่ เพียงรู้หนอ
ทุกวันวารทำหน้าที่ (ของ)เขาก็พอ
ไม่ต้องรอ ให้ปรุงแต่ง กันต่อไป

 จากคุณ : Mink770 [ 17 ม.ค. 2547 / 19:58:51 น. ]
     [ IP Address : 202.20.67.189 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (ปล่อยรู้)


วันนี้ หรือพรุงนี้ หรือวันวาร
ปัญญาญาณ เหนือกว่าญาณ ฌานไหนๆ
สังขารดับ วิญญาณหมด เชื้อปัจจัย
หยุดเวียนว่าย ในวัฏฏะ สังสารเอย...

โมทนาสาธุครับ คุณMink770...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 18 ม.ค. 2547 / 05:13:31 น. ]
     [ IP Address : 203.107.209.204 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (ปล่อยรู้)

อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ แล้วอดยิ้มไม่ได้...

เรื่องนี้ให้ชื่อเรื่องว่า "คิดเอง ทุกข์เอง"

คุณแม่ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย แจ้งกับตำรวจว่า
ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนแล้วจับให้รถสิบล้อทับนั้น เป็นลูกสาวของตัวเอง
เนื่องจากจำเสื้อผ้าที่ใส่ กับไฝที่ใบหูได้
ตำรวจเอารูปถ่ายศพให้ดูยิ่งร้องไห้ใหญ่ บอกว่าใช่แน่เลย

ครั้นไปดูศพตัวจริง ก็ยิ่งเชื่อมั่นหนักขึ้นไปอีกว่าเป็นลูกสาวของตนเองอย่างแน่นอน
หลังจากเลิกร้องร้องเสียใจระงับสติอารมณ์ลงได้บ้างแล้ว
คุณแม่ก็ให้ความว่า ลูกสาวได้แต่งงานอยู่กินกับลูกเขยที่มีอาชีพขับรถบรรทุกสิบล้อวิ่งอยู่แถวระยอง-ชลบุรี
ก่อนที่ลูกสาวจะตาย ได้ไปหาคุณแม่พร้อมด้วยหลานอีกสองคน
โดยบอกฝากหลานเอาไว้ให้เลี้ยง เนื่องจากทะเลาะแยกทางกับลูกเขยแล้ว
เพราะทนความเจ้าชู้ไม่ไหว โดยลูกสาวบอกว่าจะกลับไปหางานทำแถวชลบุรีระยอง ทีร้านคาราโอเกะนวดแผนโบราณ

ตำรวจได้ตามไปสืบที่ร้านคาราโอเกะนวดแผนโบราณ ตามที่คุณแม่อ้าง
พบว่าลูกสาวของคุณแม่มาทำงานอยู่ที่ร้านนี้จริง
แต่ตอนนี้ได้ให้ออกไปแล้ว เนื่องจากมีแขกมาติดหลายคน และสามีได้ตามมาง้อขอคืนดีอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดปัญหาทะเลาะตบตีมีเรื่องอยู่เสมอ
ทางร้านจึงขอให้ออกจากงานไป แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน...

ตำรวจสรุปว่าคนร้ายที่ลงมือข่มขืน แล้วเอารถสิบล้อทับ จะต้องเป็นคนใกล้ชิดกับผู้ตายอย่างอย่างแน่นอน...

หลังจากที่คุณแม่ให้ปากคำกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว
ตกค่ำวันนั้น ลูกสาวตัวจริงที่คุณแม่เข้าใจว่าโดนข่มขืนโดนรถทับ
ปรากฏตัวขึ้นที่โรงพัก หลังจากที่ทราบข่าวว่าคุณแม่เข้าใจผิด
คิดว่าตัวเองตายแล้ว !!! 

ข่าวไม่ได้เล่าต่อว่า คุณแม่เกิดอาการอย่างไรหลังจากที่ลูกสาวปรากฏตัว...

มองในแง่มุมของปฏิจจสมุปบาท
เห็นทุกข์โศกปริเวทนา ร้องไห้คร่ำครวญเสียใจ ได้อย่างดียิ่ง

เพราะสังขารปรุงแต่งนึกคิด เข้าใจว่าลูกสาวตาย
ตาเห็นรูปถ่าย เห็นศพ อายตะนะผัสสะ เกิดเวทนา เกิดตัณหา
เกิดอุปาทาน เกิดภพชาติ ร้องให้เสียใจ ...

ถ้าสังขารยังไม่ปรุงแต่งนึกคิดเข้าใจผิด ทุกข์ก็ยังไม่เกิดแต่อย่างไร
เหตุการณ์นี้ คุณแม่ร้องไห้ขาดทุนฟรีไป...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 19 ม.ค. 2547 / 22:26:55 น. ]
     [ IP Address : 203.107.206.30 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (กาก้า ( คนโบราณ ))

การที่สังขาไม่ปรุงแต่ง อาจทำให้ไม่เกิดทุกข์ได้
หากแต่มิอาจปิดกั้นกระแสของกฎแห่งกรรมได้
ยดตัวอย่างเช่น การฆ่าพ่อเป็นอนันตริยกรรม
สมมุติว่า นายแดง เป็นเด็กจรจัดตั้งแต่เล็ก ไม่รู้จักพ่อตนเอง
ต่อมาเป็นโจร ได้ไปฆ่านายดำ ซึ่งเป็นพ่อ ทั้งที่ไม่ทราบว่าเป็นพ่อตัว
ดังนี้ ถึงแม้น นายแดงไม่ทราบและไม่ได้ปรุงแต่งว่าเป็นการฆ่าพ่อ
แต่ผลกรรมที่จะได้รับ ย่อมเป็นไปแบบ ผลของอนันตริยกรรมอยู่นั้นเอง

 จากคุณ : กาก้า ( คนโบราณ ) [ 20 ม.ค. 2547 / 20:09:31 น. ]
     [ IP Address : 202.5.80.34 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (กาก้า ( คนโบราณ ))

มองในแง่ กฏแห่งกรรม
บุคคลที่ยังมิบรรลุ อรหัตผล
มิควรประมาท กรรมแม้นเพียงน้อยนิดว่าจะไม่ให้ผล
เนื่องด้วย กรรม ย่อมติดตามผู้กระทำดุจ รอยเกวียน ตามรอยโคฉะนี้
ถึงแม้น จะพยายามระลึกด้วยสติว่าเราจะ ไม่ปรุงแต่ง เมื่อเวทนาปรากฏ
หากแต่เมื่อกรรมให้ผล วิญญานก็ยังคงเสวยวิบาก แลรับเวทนาตามนั้น นั่นเอง
มิอาจหลีกหนี

 จากคุณ : กาก้า ( คนโบราณ ) [ 20 ม.ค. 2547 / 20:14:14 น. ]
     [ IP Address : 202.5.80.34 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (ปล่อยรู้)

สาธุครับคุณกาก้า
ขออนุญาติสนทนาแลกเปลี่ยนมุมมองพุทธธรรมร่วมกันครับ
ตามที่คุณกาก้าได้กล่าวว่า...

>>ถึงแม้น จะพยายามระลึกด้วยสติว่าเราจะ ไม่ปรุงแต่ง เมื่อเวทนาปรากฏ
หากแต่เมื่อกรรมให้ผล วิญญานก็ยังคงเสวยวิบาก แลรับเวทนาตามนั้น นั่นเอง
มิอาจหลีกหนี>>

ผมมีความเห็นดั่งนี้ครับ...
เมื่อสังขารนั้นยังไม่ถูกปรุง เวทนานั้นจะมีมาจากไหน
วิญญาณนั้นจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
ทุกข์นั้นจะปรากฏได้ตอนไหน

เพราะมีการเกิดขึ้นแห่งสังขารนั้น
จึงมีการเกิดขึ้นแห่งวิญญาณทั้งหก

เพราะมีการเกิดขึ้นแห่งวิญญาณทั้งหกนั้น
จึงมีการเกิดขึ้นแห่งนามรูป

เพราะมีการเกิดขึ้นแห่งนามรูปนั้น
จึงมีการเกิดขึ้นแห่งอายตะนะ

เพราะมีการเกิดขึ้นแห่งอายตะนะนั้น
จึงมีการเกิดขึ้นแห่งผัสสะ

เพราะมีการเกิดขึ้นแห่งผัสสะนั้น
จึงมีการเกิดขึ้นแห่งเวทนา

เพราะมีการเกิดขึ้นแห่งเวทนานั้น
จึงมีการเกิดขึ้นแห่งตัณหา

เพราะมีการเกิดขึ้นแห่งตัณหานั้น
จึงมีการเกิดขึ้นแห่งอุปาทาน

เพราะมีการเกิดขึ้นแห่งอุปาทานนั้น
จึงมีการกระทำ มีผลของกรรม...

ถ้านายแดงไม่ยึดมั่นถือมั่นในสังขารที่ปรุงแต่งความรู้สึก
ที่อยากจะไปฆ่านายดำขึ้นมา
นายแดงก็จะไม่ไปกระทำกรรมอันนั้น
ผลแห่งกรรมอันนั้นก็จะไม่เกิด

เพราะนายแดงยึดมั่นถือมั่นในสังขารในความรู้สึกนึกคิด
ที่อยากจะไปฆ่านายดำ
ว่าเป็นตัวกู ของกู ที่อยากจะฆ่านายดำ

ถ้านายแดงปล่อยวางสังขารความรู้สึกนึกคิดนั้นได้
ว่าไม่ใช่ตัวกูของกู ...
วิญญาณ รูปนาม อายตะนะ เวทนา
ตัณหา อุปาทาน กรรม วิบาก
เนื่องจากสังขารแห่งนั้น ก็จะไม่ปรากฏมีขึ้นแต่อย่างไร
นายแดงก็จะไม่เป็นทุกข์ เนื่องจากปล่อยวางสังขารความรู้สึกนึกคิดอันนั้นได้...



 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 21 ม.ค. 2547 / 04:54:53 น. ]
     [ IP Address : 203.107.207.66 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (กาก้า( คนโบราณ ))

สาธุ ครับ คุณปล่อยรู้

เป็นประเด็นที่ดีเชียวเพราะผมเองก้อมักจะสับสน ระหว่าง ธรรมชาติของสังขาร และ ธรรมชาติของอุปาทาน

เคยฟังคนโบราณมาว่า อุปาทานขันธ์ห้านี้แหละคือทุกข์มั้ยครับ
สังเกตุไหมครับ ท่านไม่ได้กล่าวว่า สังขารเป็นตัวทุกข์


ขอยกตัวอย่าง กรณีตา กระทบ รูปารมณ์ในที่นี้สมมุติเป็นรูปลูกสาวถูกรถชน
เพราะหากวิเคราะห์ โดยทั่วไป มักจะตีความว่า อุปาทานเป็นเครื่องปรุงแต่งให้เกิดทุกข์ ในกรณีเช่นนี้ 


สังขาร หรือเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า การปรุงแต่ง เปรียบ เป็น คนปั้นดินเผา ขึ้นรูปปั้นพาหนะ ให้ได้รูปทรง สวยงาม ตามที่จิตต้องการ ภาษาธรรมจึงอุปมา สังขาร เหมือนคนปั้นหม้อ ก้มหน้าก้มตา แต่งหม้อ มิรู้จักหยุด ในขณะที่อารมณ์ กระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ หากปัญญาไม่มีสติ มาไม่ทัน อวิชชาจะเข้าครอบงำ ก็จะมี การปรุงแต่ง ที่ให้เกิดกิเลสขึ้น ปรุงแต่ง เพิ่มพูนขึ้นมา อย่างมิรู้จบ

อุปาทาน อุปมา คือ ดุจดัง ลิงถือลูกท้อ กำแน่นไว้ในมือทั้งสอง มีจิตที่ติดยึด กุมเอาไว้ ปริศนาธรรมข้อนี้ หมายถึง ความยึดมั่น ถือมั่น ทั้งหลายทั้งปวง ได้แก่ ทิฏฐุปาทาน กามุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน 
----------------------

ดังนั้น ทุกข์จึงมีหลายแบบ เช่น
1.ทุกขเวทนา
2.ทุกข์ในปฏิสมุทบาท หรือ
3.ทุกข์ในอริจสัจสี่

ทุกข์เวทนา จึงเกิดขึ้นได้ อันเป็นผลจากวิบากกรรม แต่ไม่ใช่ทุกข์ในปฏิจจสมุทบาทครับ เพราะทุกข์ในปฏิจจสมุทบาท เกิดจากอุปทานขันธ์ แต่ทุกขเวทนาเกิดจากผัสสะ

 จากคุณ : กาก้า( คนโบราณ ) [ 21 ม.ค. 2547 / 13:12:41 น. ]
     [ IP Address : 203.113.35.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (กาก้า( คนโบราณ ))

ขออภัย เพลินไปหน่อย ขออธิบายเพิ่มเติม
ทุกข์ในปฏิจจสมุทบาทนั้นมีเกิดอยู่ สองแห่ง คือ
-เกิดที่เวทนา เรียกว่า ทุกขเวทนา
-เกิดที่อุปาทาน เรียกว่า ทุกขอริยสัจ ครับ

คคหนี้เป็น คคห ส่วนตัว จาก ความเข้าใจของกระผมเอง โปรดตรวจสอบและไตร่ตรองเอาเองอีกครั้งนะครับ

 จากคุณ : กาก้า( คนโบราณ ) [ 21 ม.ค. 2547 / 13:18:07 น. ]
     [ IP Address : 203.113.35.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (กาก้า( คนโบราณ ))

ยังมีอีกครับ ทุกข์ ที่หมายถึง ธรรมชาติที่คงอยู่ไม่ได้ เช่น คำว่า นาม รูป เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

(อิอิ........... เขียนเอง งง เอง)

 จากคุณ : กาก้า( คนโบราณ ) [ 21 ม.ค. 2547 / 13:20:51 น. ]
     [ IP Address : 203.113.35.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (กาก้า( คนโบราณ ))

ผมกำลัง สงสัย ว่าจะอธิบายยังงัยว่า พระอรหันต์ท่านมี ทุกขเวทนา แต่ ท่านไม่มีทุกขอุปทาน

 จากคุณ : กาก้า( คนโบราณ ) [ 21 ม.ค. 2547 / 13:23:44 น. ]
     [ IP Address : 203.113.35.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (กาก้า ( คนโบราณ ))

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2634474/K2634474.html#2

 จากคุณ : กาก้า ( คนโบราณ ) [ 21 ม.ค. 2547 / 19:13:01 น. ]
     [ IP Address : 202.57.175.40 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (ปล่อยรู้)

สัพเพ สังขารา อะนิจจา
สังขารคือร่างกาย จิตใจ แลรูปธรรม นามธรรม ทั้งหมดทั้งสิ้น
มันไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วดับไป มีแล้วหายไป

สัพเพ สังขารา ทุกขา
สังขารคือร่างกาย จิตใจ แลรูปธรรม นามธรรม ทั้งหมดทั้งสิ้น
มันเป็นทุกข์ทนยาก เพราะเกิดขึ้นแล้วแก่ เจ็บ ตายไป

สัเพ ธัมมา อนัตตา
สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ทั้งที่เป็นสังขาร แลมิใช่สังขาร ทั้งหมดทั้งสิ้น
ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่ควรถือว่าเรา ว่าของเรา ว่าตัวว่าตนของเรา

อนิจจา วะตะ สังขารา
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ

อุปปาทะวะยะธัมมิโน
มีความเกิดขึ้นแล้ว มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา

อุปัชชิตวา นิรุชฌันติ
ครั้นเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป

เตสัง วูปะสะโม สุโข
ความเข้าไปสงบระงับสังขารทั้งหลาย เป็นสุขอย่างยิ่ง...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 21 ม.ค. 2547 / 21:05:34 น. ]
     [ IP Address : 203.107.215.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (กาก้า )

สาธุครับคุณปล่อยรู้
ขอแนะนำ ครับ ขอแนะนำ
ทีเด็ด คร้าบ ทีเด็ด
อยู่ที่ คคห 17 ครับ ชวนเชิญคล๊กดูกันเถิด จะถึงบางอ้อ เหมือนกัลล์

เอ้า  เร่เข้ามา เร่เข้ามา คลิ๊กหนอ คลิ๊กเถิด
คคห 17  http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2634474/K2634474.html#2

 จากคุณ : กาก้า [ 21 ม.ค. 2547 / 21:17:35 น. ]
     [ IP Address : 202.5.83.39 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (ปล่อยรู้)

ทุกข์มีกี่แบบ ไม่แปลกใจ
ทุกข์วางได้ ทุกข์พ้นได้ สำคัญกว่า
ทุกๆทุกข์ อย่าให้มี ตัวอัตตา
หมดตัณหา ทุกข์ก็หมด ทุกๆอย่าง...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 21 ม.ค. 2547 / 22:33:50 น. ]
     [ IP Address : 203.107.215.6 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!