ความคิดเห็นที่ 13 : (เฉลิมศักดิ์)
จากหนังสือหลักกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด ของ อ. วศิน อินทสระ ----------------------------------------------------------------------------------------- เรื่องหลักกรรมและสังสารวัฏเป็นซีกหนึ่งของพระพุทธศาสนา คือเป็นเป็นซีกโลกียะ เมื่อนำเอาหลักอริยสัจมาพิจารณาเรื่องตาย - เกิด ก็เป็นเรื่องของอริยสัจ ๒ ข้อต้น คือ ทุกข์กับสมุทัย กล่าวคือตัณหาอันเป็นเหตุให้คนและสัตว์ยังต้องเกิดต่อไป เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องทุกข์ต่อไป ในราตรีที่ตรัสรู้นั้น พระพุทธเจ้าทรงได้ญาณ ๓ ,ญาณ ๒ ข้อต้นก็เป็นพระญาณอันเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลาย และของพระองค์เอง ส่วนญาณที่ ๓ ( อาสวักขยญาณ) เป็นพระญาณอันเป็นไปเพื่อความสิ้นสุดแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ถ้าการเวียนว่ายตายเกิดไม่มี คนเราเกิดมาเพียงชาติเดียวแล้ว การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าจะมีความหมายอะไร นิโรธและมรรคจะเป็นธรรมอันประเสริฐได้อย่างไร แต่เพราะมีกรรมมีการเวียนว่ายตายเกิดนั่นเอง อริยสัจ ๔ จึงเป็นพระญาณอันล้ำลึกของพระบรมศาสดา บางคนกล่าวว่าที่ว่าความเกิดเป็นทุกข์นั้นหมายถึง ความเกิดขึ้นของกิเลสตัณหาในใจ ความเกิดของขึ้นของอหังการ มมังการ(ความยึดมั่นว่า ตัวกุ ของกุ) ไม่ใช่การเกิดจากท้องแม่ ความเห็นนี้มีส่วนถูกเหมือนกันแต่แคบไป เพราะการเกิดจากท้องแม่ก็เป็นทุกข์เหมือนกัน อย่างที่เห็นๆกันอยู่แล้ว อนึ่ง ถ้าถือว่าความเกิดที่ตรัสในนิเทศแห่งอริยสัจ หมายถึงความเกิดของอหังการ มมังการแล้ว ความแก่และความตายก็ควรจะหมายถึงความแก่และความตายของอหังการ มมังการด้วยเหมือนกัน ความตายของอหังการ มมังการเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ด้วยหรือ ? ควรจะเป็นสุขอย่างยิ่งดังพระพุทธพจน์ว่า " อสฺมิมานสฺส วินโย เอตํ เว ปรมํ สุขํ - การถอนอัสสมิมานะเสียได้ เป็นความสุขอย่างยิ่ง" อีกอย่างหนึ่งในนิเทศแห่ง "ชาติ" ในมหาสติปัฏฐานสูตร ก็ระบุชัดหมายถึงการเกิดจากท้องแม่ มีพระพุทธพจน์ดังนี้ " ภิกษุทั้งหลาย ทุกขอริยสัจเป็นไฉน? ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ..... ที่ว่าความเกิดนั้น เป็นไฉน ? หมายถึงความเกิดขึ้น การหยั่งลง การบังเกิดขึ้นใหม่ของสัตว์ทั้งหลาย ในพวกสัตว์นั้นๆ คือการปรากฏขึ้นแห่งขันธ์ การมีอายตนะ(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) " พระพุทธภาษิตนี้ บ่งชัดทีเดียวว่า หมายถึงการเกิดเป็นตัวตนจากท้องมารดา นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานอื่นอีกมาก อันแสดงว่าความเกิดที่พระพุทธเจ้าตรัสนั้น หมายถึงการเกิดเป็นตัวตน เป็นบุคคล มีขันธ์และอายตนะ การเวียนว่ายตายเกิดจะสิ้นสุดลง ก็ต่อเมื่อบุคคลผู้นั้นได้พัฒนาจิตถึงที่สุดแล้ว(ตามแนวทางในมหาสติปัฏฐาน) ละกิเลสตัณหาได้สิ้นเชิง สิ้นกรรมอันเป็นเหตุให้เกิดอีก เรื่องกิเลส กรรมและการเวียนว่ายตายเกิด จึงมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและอย่างจำเป็น คือแยกกันไม่ได้ -----------------------------------------------------------------------------------------
|