หลับ กับ อัปนาสมาธิ อาหาร กับ อุจาระ
 เนื้อความ :

หลับ     นั้น  สงัดจากสังขาร.(คิดไม่เป็น)
แต่ไร้สติคุม  และ ขาดสติเป็นผู้นำทางไป.
จิต จึง เดินไปอย่างไร้ทิศทาง...นอกเหนือ กฏแห่งกาลเวลา (อกาลิโก)
==============================
       ทำให้เราเห็นว่า...ความคิด  และร่างกาย มิใช่เป็นของเราเลย โดยแท้จริง..
==============================
       ต่อเมื่อ สามารถ เจริญสมาธิ ถึงขั้น อัปนาสมาธิ (สมาธิระดับฌาน)  ร่างกายระงับไป (กายวิเวก) สังขาร (ความคิด)ระงับไป  (จิตวิเวก) จิตมีสติ กำกับ  จิตมี สตินำทาง...จึงทำให้เราเห็นตัวเองที่แท้จริง...การสัมผัสกับ ปรโลก  (โลกอื่น) จึงเป็นจริงเสมอ ....ความสุข เกิดจากความ สงัดจากสังขาร จึงจะแสดงผลครั้งนี้แล.....
         ข้อพิจารณาจึงเกิดมาแต่ในนั้นว่า........
                 อาหารใด ๆ ก็ตาม ที่เป็นรูปธรรมนั้น เช่นคำข้าว เป็นต้น  เป็นเพียงเครื่องมือ นำอาหารแท้ ๆ ที่เป็น นามธรรม  ไปสู่ จิต นี้เท่านั้น      จิต จึ่งนำไปเป็นประโยชน์ สมควรแก่กัน   รูปธรรมนั้นเล่า ก็กลายเป็นกากอาหารไป  เมื่อหมดหน้าที่   ก็ถูกทิ้งอย่างไม่แยแส...ทั้งรังเกียจ  ทั้งขยะแขยง  ทั้งที่เมื่ก่อนเคย หอมหวลชวนน้ำลายไหล บัดนี้กลับเหม็น เกินทน   ทั้งร่างกาย และ อาหาร มิได้มี ตัวตนเลย.
==============================
               ความสลด สังเวช กับการปรุงรสอาหารเกิด อย่างฉับพลัน...."สักแต่ว่า กิน"   จึงเข้าใจ ณ . บัดดลนั้นเอง
             โอ้........นี่แหละหนอ  เหตุแห่ง  นิพพิทา ในรสชาด
อัศจรรย์พระธรรมแท้หนอ.....
         นึกถึง พระสาวก รำลึกถึงพระพุทธองค์  แล้วน้ำตาซึม อยู่เป็นนาน............สาธุ  สาธุ  สาธุ  พระองค์ตรัสไว้ชอบที่สุดแล้ว
==============================

 จากคุณ : aratana [ 12 ม.ค. 2547 / 21:11:18 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.196 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (เด็กทุ่ง)

ขอโมทนากับคุณ aratana ครับ

 จากคุณ : เด็กทุ่ง [ 12 ม.ค. 2547 / 22:12:03 น. ]
     [ IP Address : 203.148.187.132 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (เมธาพร)

สาธุ...เจริญในธรรมครับ

 จากคุณ : เมธาพร [ 13 ม.ค. 2547 / 05:32:46 น. ]
     [ IP Address : 203.107.152.113 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (bomba)

ขออนุโมทนาสาธุครับ

 จากคุณ : bomba [ 13 ม.ค. 2547 / 08:13:56 น. ]
     [ IP Address : 203.144.168.162 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ละกิเลส)

สาธุ กิเลสอันเกิดจาก รูป  รส  กลิ่น  เสียง  สัมผัส ก่อให้เกิดอารมณ์ที่เย้ายวนชวนให้จิตเสวยยิ่งนัก จิตเกิดความกระสันต์น้ำลายไหลยืด แต่ก็มีสติฉุดกระชากลากดึงคอยคุ้มเตือนไม่ให้ตกลงในกระแสแห่งโลกกิเลสที่ไหลเชี่ยวนี้ได้ทุกครั้ง สติจึงเป็นผู้อุปการะมากเหลือเกิน

 จากคุณ : ละกิเลส [ 13 ม.ค. 2547 / 08:44:44 น. ]
     [ IP Address : 203.113.57.69 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (บำรุง)

สาธุ ครับ

 จากคุณ : บำรุง [ 13 ม.ค. 2547 / 08:55:43 น. ]
     [ IP Address : 203.155.22.105 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (tripoom99@hotmail.com)

ทำได้เป็นประจำก็ขออนุโมทนาด้วยครับ

 จากคุณ : tripoom99@hotmail.com [ 13 ม.ค. 2547 / 16:24:51 น. ]
     [ IP Address : 202.5.88.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (จุ๊)

อนุโมทนาสาธุ พี่อาราธนาครับ

 จากคุณ : จุ๊ [ 13 ม.ค. 2547 / 16:40:41 น. ]
     [ IP Address : 203.144.163.170 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (เจริญธรรม)

หลับธรรมชาติ = สัมผัสกายละเอียดแต่ควบคุมไม่ได้ ไม่สามารถเอามาใช้งาน
อัปนาสมาธิ = สัมผัสกายละเอียดไม่ยอมควบคุมมีแต่ความสบายหาที่เปรียบไม่ได้
จุดพลัง = จุดรอยต่อรูปฌานและอรูปฌาณ สัมผัสกายละเอียดและควบคุมเอามาใช้งานได้สารพัดเป็นอจินไตย
อาหารกับอุจจาระ = โลกทางวัตถุคือมายาที่เกิดจากใจของผู้ที่มีอวิชชา
...ถ้ายังไม่หมดกิจก็ต้องทำให้เกิดนิพิททาญาณนับครั้งไม่ถ้วนนั้นแล...

 จากคุณ : เจริญธรรม [ 13 ม.ค. 2547 / 16:58:30 น. ]
     [ IP Address : 203.144.198.66 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (aratana)

สาธุ กับผู้รู้จริง ในธรรม ทุกท่าน

พระพุทธองค์ ตรัสรู้ทางจิต  แท้แล้ว หนอ..
พระพุทธองค์  นิพพาน อย่างนั้นเองหนอ
                     กราบขอบพระคุณทุกท่านที่ อ่าน....ขออำนาจแห่งพระธรรม จงหนุนส่งวิถีจิต  ให้เป็นไปในทางที่ชอบ ทุกคนเทอญ  ...

 จากคุณ : aratana [ 17 ม.ค. 2547 / 08:10:10 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.198 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (ศิษย์ อ.)



 จากคุณ : ศิษย์ อ. [ 18 ม.ค. 2547 / 09:35:43 น. ]
     [ IP Address : 203.113.37.8 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (aratana)

มิได้ค้าน  ท่าน "ศิษย์ อ."
และที่สำคัญเห็นด้วย อย่างยิ่ง
========================================
ที่ไม่เอ๋ย ธรรมใดสนับสนุน  เพราะท่านกล่าวมากครั้งแล้ว  (อาจจะบ่อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ) จะทำให้ผู้ไม่เข้าใจ  เกิด ความ อิดหนาระอาใจ พาลไม่ปฏิบัติ ต่างหาก
========================================
สำหรับข้าพเจ้าแล้ว.......ไม่สงสัยเลย...แม้เพียงเศษธุลี.
จึงอยากจะยกพุทธพจน์มากล่าวว่า...
========================================
**มิจฉาสมาธิ   คือสมาธิในนิวรณ์ (ไม่สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย)
**สัมมาสมาธิ  คือสมาธิที่สงัดจากกาม   สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย
          บรรลุปฐมฌาน
          บรรลุทุติยฌาน
          บรรลุตติยฌาน
          บรรลุจตุตถฌาน อันเป็นรูปฌาน 4
      ..บรรลุอรูปฌาน 4 ............................................
========================================
พิจารณาว่า ;
        [๑๑๗] อา. ดูกรพราหมณ์ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นทรงสรรเสริญ
ฌานทั้งปวงก็มิใช่ ไม่ทรงสรรเสริญฌานทั้งปวงก็มิใช่ พระองค์ไม่ทรงสรรเสริญ
ฌานเช่นไร

               ดูกรพราหมณ์ ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มีใจรัญจวนด้วยกามราคะ
ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และไม่รู้จักสลัดกามราคะอันเกิดขึ้นแล้ว ตามความเป็น
จริง เธอย่อมเพ่งเล็ง จดจ่อ ปักใจ มุ่งหมายเฉพาะกามราคะ ทำกามราคะไว้
ในภายใน มีใจปั่นป่วนด้วยพยาบาท ถูกพยาบาทครอบงำอยู่ และไม่รู้จักสลัด
พยาบาทอันเกิดขึ้นแล้ว ตามความเป็นจริง เธอย่อมเพ่งเล็ง จดจ่อ ปักใจ
มุ่งหมายเฉพาะพยาบาท ทำพยาบาทไว้ในภายใน มีใจกลัดกลุ้มด้วยถีนมิทธะ
ถูกถีนมิทธะครอบงำอยู่ และไม่รู้จักสลัดถีนมิทธะอันเกิดขึ้นแล้ว ตามความเป็น
จริง เธอย่อมเพ่งเล็ง จดจ่อ ปักใจ มุ่งหมายเฉพาะถีนมิทธะ ทำถีนมิทธะไว้
ในภายใน มีใจกลัดกลุ้มด้วยอุทธัจจกุกกุจจะ ถูกอุทธัจจกุกกุจจะครอบงำอยู่
และไม่รู้จักสลัดอุทธัจจกุกกุจจะอันเกิดขึ้นแล้ว ตามความเป็นจริง เธอย่อมเพ่งเล็ง
จดจ่อ ปักใจ มุ่งหมายเฉพาะอุทธัจจกุกกุจจะ ทำอุทธัจจกุกกุจจะไว้ในภายใน
มีใจกลัดกลุ้มด้วยวิจิกิจฉา ถูกวิจิกิจฉาครอบงำอยู่ และไม่รู้จักสลัดวิจิกิจฉาอันเกิดขึ้นแล้ว ตามความเป็นจริง เธอย่อมเพ่งเล็ง จดจ่อ ปักใจ มุ่งหมายเฉพาะ
วิจิกิจฉา ทำวิจิกิจฉาไว้ในภายใน ดูกรพราหมณ์ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น
ไม่ทรงสรรเสริญฌานเช่นนี้แล

                ดูกรพราหมณ์ ก็พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นทรงสรรเสริญฌานเช่นไรเล่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมเข้าปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ เข้าทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งใจภายใน มีความเป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะสงบ วิตกและวิจารไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ เป็นผู้วางเฉยเพราะหน่ายปีติมีสติสัมปชัญญะอยู่ และเสวยสุขด้วยนามกาย เข้าตติยฌานที่พระอริยะเรียกเธอได้ว่า ผู้วางเฉย มีสติอยู่เป็นสุขอยู่ เข้าจตุตถฌาน อันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุขเพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่ ดูกรพราหมณ์ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นทรงสรรเสริญฌานเช่นนี้แล ฯ  
                                                           
                                    [โคปกโมคคัลลานสูตร (๑๐๘)]
========================================
ขอให้สังเกตดูให้ดีน่ะครับ  ท่านใช้คำว่า " ที่สงัดจากกาม  สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย "
         ดังนั้นที่ถูกต้อง มาสร้างเหตุให้   "ที่สงัดจากกาม    สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย”

               ดูจะตรงเป้าหมายที่สุด  ของการสร้างสัมมาสมาธิในระดับฌาน.
ที่แท้ กามคุณ 5  และนิวรณ์ 5 เป็นเหตุของมิจฉาสมาธิ  ลองพิจารณาต่อไปนี้
========================================
...เมื่อเธอพิจารณาเห็นนิวรณ์ 5 เหล่านี้ ที่ละแล้วในตน ย่อมเกิดปราโมทย์  เมื่อเกิดปราโมทย์แล้วย่อมเกิด ปิติ เมื่อมี ปิติในใจ  กายย่อมสงบ  เธอมีกายสงบแล้ว  ย่อมได้เสวยสุข เมื่อมีสุข  จิตย่อมตั้งมั่น  เธอสงัดจากกาม  สงัดจากอกุศลธรรม  บรรลุปฐมฌาน... มีวิตก มีวิจาร  มีปิติ และสุขเกิดแต่วิเวกอยู่
                                                                            [สุภสูตร]
========================================

 จากคุณ : aratana [ 18 ม.ค. 2547 / 18:29:54 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.196 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (รู้ปล่อย)

เป็นความหลับในความตื่นพลิกคืนกลับ
ในความหลับกลับมีตื่นคืนพลิกผัน
ปทุมมาศบานเบิกแย้มรับตะวัน
ชีวีนั้นกำซาบซ่านชื่นหมื่นทรวง...

เป็นความหลับในอีกรูปแบบหนึ่งครับท่านอาฯ...

 จากคุณ : รู้ปล่อย [ 19 ม.ค. 2547 / 05:59:34 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (คนป่า)

สาธุกะเจ้าของกระทู้จ้า...

 จากคุณ : คนป่า [ 19 ม.ค. 2547 / 19:25:40 น. ]
     [ IP Address : 203.170.219.86 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!