ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
 เนื้อความ :

กรุณาขยายความคำว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ด้วยค่ะ
ที่เคยเรียนตอนมัธยมทราบแต่เพียงว่า คือความเดือดร้อนไม่สบายใจไม่สบายกาย, ต้นเหตุแห่งทุกข์, วิธีดับทุกข์, การปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์   สำหรับท่านผู้ปฏิบัติ ให้ความหมายคำคำนี้อย่างไร จึงจะกระจ่างในความเข้าใจ

 จากคุณ : เล็กน้อย [ 24 ก.ย. 2546 / 13:13:14 น. ]
     [ IP Address : 211.19.45.218 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (บรรพต อ.)

ทุกข์ รวมความว่าถ้ายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ก็ยังทุกข์อยู่
สมุทัย ต้นเหตุของทุกข์ อยากเกิดอีก
นิโรธ ก็คือ นิพพาน
มรรค  ทางเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา

 จากคุณ : บรรพต อ. [ 24 ก.ย. 2546 / 13:27:36 น. ]
     [ IP Address : 203.113.37.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ติสโร)

ขอแสดงความเห็น ตามที่เข้าใจ ดังนี้ครับ :-
อริยสัจ 4
1. ทุกข์ คือ อุปาทานขันธ์ 5 ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่ยึดถือว่าเป็นเรา เป็นของเรา
(ที่ไหนมีเรา ที่นั่นมีผู้ที่จะรองรับความทุกข์ / เมื่อไม่มีเรา ก็ไม่มีผู้ทุกข์)
2. สมุทัย เหตุของความทุกข์ คือ ตัณหา ความทะยานอยาก ที่จะทำให้เกิดความยึดมั่นตามมา เมื่อมีความยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวเป็นตน ความทุกข์ก็เกิดขึ้น -- ดังนี้ ตามปฏิจจสมุปบาท
3. นิโรธ คือ นิพพาน / ความดับสนิทของความทุกข์
4. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับของความทุกข์ โดยย่อ คือ ศีล/ สมาธิ / ปัญญา

สำหรับสิ่งที่ต้องทำ ตามแนวอริยสัจ คือ
1. ให้รู้ ทุกข์
2. ละ สมุทัย
3. ทำนิโรธให้แจ้ง
4. เจริญ มรรค ให้มาก (ทำบ่อยๆ)

ขอขยายความตามภาษาชาวบ้าน ดังนี้ครับ :-
ให้เรามีสติ (ระลึกได้) สัมปชัญญะ (รู้ตัว ทั่วพร้อม ไม่เผลอหลง) ประกอบด้วย ศีล-สมาธิ-ปัญญา ระลึกรู้ สภาพของความทุกข์ ที่กำลังเกิดขึ้น ตามที่มันเป็น ก็จะเกิดปัญญา รู้ตามความจริงว่า นี้คือความทุกข์ นี้คือเหตุของความทุกข์ เมื่อรู้จักเหตุของความทุกข์แล้ว ก็จะละวางมันได้เอง ทำเช่นนี้บ่อยๆ จิตใจก็จะพัฒนาขึ้น ความทุกข์ก็จะลดลงโดยลำดับ จนเข้าถึงความดับของความทุกข์ในที่สุด

 จากคุณ : ติสโร [ 25 ก.ย. 2546 / 00:57:05 น. ]
     [ IP Address : 203.113.34.7 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (pat)

จากมหาสติปัฏฐานสูตร สัจจะบรรพ

[๑๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ ทุกขอริยสัจเป็นไฉน?
แม้ชาติก็เป็นทุกข์ แม้ชราก็เป็นทุกข์แม้มรณะก็เป็นทุกข์ แม้โสกะ ปริเทวะ
ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ก็เป็นทุกข์ ความประจวบกับสิ่งไม่เป็นที่รัก ก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้แม้อันนั้น ก็เป็นทุกข์
โดยย่ออุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นทุกข์.
                         
[๑๔๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ ทุกขสมุทัยอริยสัจ เป็นไฉน?
ตัณหานี้ใด อันให้เกิดในภพใหม่ ประกอบด้วยนันทิราคะ
เพลิดเพลินยิ่งนักในอารมณ์นั้นๆ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา

[๑๔๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ ทุกขนิโรธอริยสัจ เป็นไฉน?
ความดับด้วยสามารถความสำรอกโดยไม่เหลือ ความสละ ความสละคืน
ความปล่อยวาง ความไม่มีอาลัย ในตัณหานั้น

[๑๔๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ เป็นไฉน?
อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แหละ
คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ
สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ

 จากคุณ : pat [ 25 ก.ย. 2546 / 10:56:16 น. ]
     [ IP Address : 202.57.182.248 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ปิ่น)

สาธุ_/|\_

 จากคุณ : ปิ่น [ 25 ก.ย. 2546 / 11:27:05 น. ]
     [ IP Address : 10.44.3.207 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ติสโร)

ขอขยายความอีกนัย เพื่อเชื่อมอริยสัจ เข้าสู่แนวทางของสติปัฏฐาน ดังนี้ครับ :-

การที่เราจะรู้(เท่าทัน)ความทุกข์ได้ เราต้องระลึกรู้อยู่ในขอบเขตของกาย และใจ ซึ่งเป็นที่ตั้งของความทุกข์ (หรือ อีกนัย คือ เป็นตัวทุกข์ซะเอง) -- นี้คือ ทุกข์ ให้รู้

เมื่อระลึกรู้ในขอบเขตของกาย และใจ เราจะเห็นความทุกข์ และสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ เมื่อจิตรู้ชัดว่า สิ่งไหนเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ จิตก็จะคลายจากสิ่งนั้น -- นี้คือ สมุทัย ให้ละ

นิโรธ ทำให้แจ้ง / มรรค เจริญให้มาก -- ที่เหลือ อีก 2 ข้อนี้ อยากให้พี่ๆ เพื่อนๆ ลองพิจารณา แล้วแบ่งปันกันบ้าง ตามภูมิธรรมครับ..  เพราะผมยังไม่แจ้ง เลยไม่รู้จะเชื่อมอย่างไร :-)

 จากคุณ : ติสโร [ 26 ก.ย. 2546 / 00:31:17 น. ]
     [ IP Address : 203.113.35.7 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (บรรพต อ.)

อริยสัจจ์ ๔ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
ก็มรรคมีองค์ ๘ มีสัมมาสติอยู่แล้วครับ

 จากคุณ : บรรพต อ. [ 26 ก.ย. 2546 / 09:33:30 น. ]
     [ IP Address : 203.113.36.9 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (เล็กน้อย)

ขอบคุณทุกท่านค่ะ

 จากคุณ : เล็กน้อย [ 26 ก.ย. 2546 / 12:53:49 น. ]
     [ IP Address : 10.99.3.101 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!