อสุภ กรรมฐาน (รูปภาพ สำหรับปลง)
 เนื้อความ :

ไม่ได้ตั้งกระทู้ครับ  อันนี้แนะนำเวปไซต์ รูปภาพ ในการปลงอสุภ 
เป็นการแนะนำ เวปไซ ครับ เกี่ยวกับปลงอสุภ
http://www.kmitl.ac.th/buddhist/tumma/asupa.html   ของเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง
http://www.luangta.com/salawatpa/content.php?content_group=04_01    อันนี้ของศาลาวัดป่า ละเอียดดีครับแบ่งเป็นหมวดหมู่
http://www.geocities.com/bundit_chumanee/sunan.html  เป็นภาพเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการร่วมเพศครับ
http://www.geocities.com/p_tarit/   ภาพจากหน่วยกู้ชีพ นเรนทร
เอาเท่านี้ก่อนครับ ใครมีภาพหรือจะแนะนำเวปไซต์ก็แลกเปลี่ยนกันมาครับผม


 จากคุณ : ผู้เริ่มตื่น [ 19 ก.ย. 2546 / 10:17:00 น. ]
     [ IP Address : 203.155.115.4 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ขันธ์)

ขอถามนะครับ ว่าปลงอสุภ เพื่ออะไร

 จากคุณ : ขันธ์ [ 19 ก.ย. 2546 / 12:37:23 น. ]
     [ IP Address : 202.20.68.246 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (อนุโมทนา)

ขอตอบคุณขันธ์..ครับ
ที่เราดูภาพอสุภก็เพื่อให้ได้ตระหนักรู้ในว่าในกายที่เรารักใคร่หลงไหล ไม่ว่าตัวเอง ไม่ว่าผู้อื่น โดยเฉพาะเพศตรงข้าม แท้จริงแล้วมันมีอะไรที่ไม่น่ารักน่าหลงอีกมากมาย

ดูแล้วจะได้ทำใจยอมรับความจริงได้ว่า เราก็เพียงเท่านี้
มาจากของสกปรก อยู่ก็บำเรอด้วยของสกปรก ตายไปก็สกปรก
จะกอดรักพันตูต่อไปเพื่อประโยชน์อะไรอีก...ทุกสิ่งล้วนทุกข์ทั้งสิ้น
ทุกข์เพราะไม่เที่ยง ทุกข์เพราะอนัตตา นับชาติภพไม่ถ้วน
ล่วงเกินประกาศก็ขออภัยด้วยก็แล้วกันครับ

 จากคุณ : อนุโมทนา [ 19 ก.ย. 2546 / 13:17:30 น. ]
     [ IP Address : 203.185.128.74 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (แถม)

ยังมีภาพปลงอสุภะให้ดูกันอีกครับ
คลิก   http://www.watkoh.com/chat.htm
แล้วเข้าห้องดับจิตไปดูได้เลยครับ

 จากคุณ : แถม [ 19 ก.ย. 2546 / 16:12:11 น. ]
     [ IP Address : 203.113.67.70 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (บรรพต อ.)

พระอริยเจ้าทุกท่านต้องผ่านอสุภะกรรมฐานทั้งสิ้น
เพราะทำให้เกิดนิพพิทาญาณ เบื่อการเวียนว่ายตายเกิด

 จากคุณ : บรรพต อ. [ 19 ก.ย. 2546 / 16:20:28 น. ]
     [ IP Address : 203.113.36.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ขันธ์)

ผมขอแสดงความคิดเห็นนะครับ  ผมคิดว่าการมองอสุภะไม่สามารถกำจัดทุกข์ได้
แต่บางทีผมอาจจะผิดก็ได้  แต่ผมมีความเห็นว่าการมองอสุภ จะนำไปสู่ความไม่สงบ คิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับพระที่ออกบวช และต้องการกำจัดราคะอย่างสิ้นเชิงมากกว่า  แต่สำหรับปุถุชนนั้น ผมไม่แนะนำว่าให้มองอสุภะ เพราะอะไร  ขอตอบว่า นั่นเปรียบเสมือน ทำให้จิตใจเบื่อหน่ายในสิ่งที่เราจะต้องกลืนทุกวัน จะกลายเป็นทุกข์ไปซะ แท้จริงแล้วหากเรามองเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งนั้นก็คือธรรมดา  ไม่จำเป็นต้องไปมองในสิ่งน่าเกลียดเพื่อให้ละความสวย  เพราะเป็นไปไม่ได้มันเป็นสิ่งที่เป็นหลักทวิภาพในใจ  เมื่อเรายิ่งเห็นสิ่งน่าเกลียด จิตใจย่อมกระหายสิ่งสวยงาม
เราปุถุชนควรทำใจเป็นกลางแล้วหันมามองสติจะประเสริฐที่สุด
     ใครจะไม่เห็นด้วยผมไม่ค้านนะครับเพียงแค่อยากให้มองอีกมุมหนึ่งบ้าง

 จากคุณ : ขันธ์ [ 19 ก.ย. 2546 / 19:26:33 น. ]
     [ IP Address : 210.203.177.56 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (ผู้เริ่มตื่น)

ก็คงจะใช่อย่างที่คุณขันธ์ว่านะครับ   แต่ก็แล้วแต่คนนะครับมันอยู่ที่จริต ใช้ได้กับเฉพาะบางคนครับที่มีราคะจริต มากกว่าเพื่อน  ส่วนตัวผม ก็ไม่เน้นทางด้านนี้ครับ เจริญอานาปาน   แต่บางคนก็ใช้ได้ผลดีมากๆ ทำให้จิตนิ่งเข้าสมาธิได้เร็ว

 จากคุณ : ผู้เริ่มตื่น [ 19 ก.ย. 2546 / 21:07:23 น. ]
     [ IP Address : 210.203.186.246 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (บรรพต อ.)

ต้องเข้าใจสติปัฎฐานให้ดีนะครับ
อานาปานุสสติกับอสุภะหรือนวสี ๙
ต่างก็อยู่ในกายานุปัสสนา ในสติปัฎฐาน ๔

 จากคุณ : บรรพต อ. [ 19 ก.ย. 2546 / 22:11:04 น. ]
     [ IP Address : 203.113.37.8 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (หน่อมแน้ม)

อสุภะกรรมฐานก็คือ นวสีถิกาบรรพ เป็นส่วนหนึ่งขันธ์บรรพ เป็นไตรลักษณ์ เพราะ
ในนวสีถิกาบรรพ แสดงให้เห็นว่า เป็นการพิจารณาศพตั้งแต่เริ่มตายใหม่ๆ ไปจนย่อยสลายคืนสู่ธรรมชาติ ที่ว่าเป็นไตรลักษณ์ เพราะแสดงให้เห็นว่ารูปไม่เที่ยง ไม่คงทน ไม่มีตัวตน

คนเราสิ้นสุดที่ความตาย เมื่อ รูปดับ สัญญา สังขาร วิญญาณ เวทนาก็ดับไปด้วย เมื่อไม่ยึดรูป ก็ไม่ยึดสัญญา สังขาร วิญญาณ เวทนา

ในความเห็นของผม ทั้งสี่บรรพ ธาตุบรรพ ปฏิกูลบรรพ นวสีถิกาบรรพ และขันธ์บรรพ ควรจะพิจารณาร่วมกัน

ใน 4 บรรพ ซ่อนมรณาสติ อาหาเรปฏิกูลสัญญา จตุววัตถานธาตุ กายคตาสติ อสุภภะกรรมฐาน

ทั้ง 4 บรรพนี้จึงเป็น วิปัสสนากรรมฐานตัวจริง เพราะเป็นการพิจารณารูปนามไม่เที่ยง และทางนี้จึงจะเป็นทางลัดจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเจริญอานาปานสติ และฝึกความรู้สึกตัวอยู่ทั่วพร้อมในอิริยปถบรรพกับสัมปชัญญะบรรพ เมื่อมีสติต่อเนื่องจึงจะเกิดปัญญาตามที่กล่าวไว้ในโพชฌงค์เจ็ดท้ายอานาปานสติสูตร เมื่อไม่ปัญญาแล้วจะวิปัสสนาได้อย่างไร  ทางนี้ไม่หมูอย่างที่บางท่านเข้าใจ แค่ 4 ขั้นแรก ก็จัดว่ายากมากแล้ว น้อยคนที่จะทำได้

 จากคุณ : หน่อมแน้ม [ 19 ก.ย. 2546 / 22:46:05 น. ]
     [ IP Address : 202.133.154.161 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (p067150342@thaimail.com)

อสุภะเป็นของมีอยู่ไม่ต้องทำเพียงแต่เอาใจใส่มีสติกับความเป็นจริงเท่านั้นอย่างนี้
เป็นอิทธิบาทเป็นสติปัฏฐาน มีสตินับว่าเป็นอินทรีย์

 จากคุณ : p067150342@thaimail.com [ 19 ก.ย. 2546 / 23:58:02 น. ]
     [ IP Address : 10.92.1.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (ลูกสาว)

น่ามีติดไว้ตามสถานที่ท่องเที่ยวอ่ะค่ะ
คนที่ยังไม่รู้ก็มีอีกมาก จะหลงทางไปซะเปล่าๆ

 จากคุณ : ลูกสาว [ 20 ก.ย. 2546 / 22:09:13 น. ]
     [ IP Address : 203.170.159.239 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (หน่อมแน้ม)

ถามคุณ p067150342@thaimail.com และคุณลูกสาว
1.วิปัสสนา เป็นการพิจารณา รูป สัญญา สังขาร วิญญาณ และเวทนา ในแง่ของไตรลักษณ์ ใช่หรือไม่
2. ในนวสีถิกาบรรพ เป็นการพิจารณารูป ตั้งแต่ตายใหม่ๆ จนสูญไปเป็นส่วนหนึ่งของดิน เป็นการพิจารณารูปในแง่ของไตรลักษณ์หรือเปล่า
3. การปลงอสุภะกรรมฐาน เห็นชัดว่ารูป เป็นไตรลักษณ์ ไม่น่ายึดมั่นถือมั่น เป็นวิปัสสนา หรือเปล่า
4. คุณเคยทำสมาธิให้มีสติต่อเนื่องแม้ยามหลับได้ หรือเปล่า
ถามต่ออีกหน่อยว่าข้อความนี้ เป็นฌานหรือวิปัสสนา
"เพียงแต่เอาใจใส่มีสติกับความเป็นจริงเท่านั้นอย่างนี้
เป็นอิทธิบาทเป็นสติปัฏฐาน มีสตินับว่าเป็นอินทรีย์"
5. ถามต่ออีกนิด คุณหลงหรือเขาหลง


 จากคุณ : หน่อมแน้ม [ 24 ก.ย. 2546 / 05:19:24 น. ]
     [ IP Address : 10.1.0.122 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (บรรพต อ.)

คุณหน่อมแน้มคงชอบอสุภะกรรมฐาน อย่าไปถือสาหาความมากเรื่องเลยนะครับ
อสุภะเป็นกรรมฐานสำหรับนักปฎิบัติ   ที่อย่างก้าวสู่ความเป็นพระอานาคามี  ถ้าเราไปคุยกับคนที่ไม่มีจริตทางนี้   ก็จะไม่เป็นธรรมกับเขา    ไม่เหมือนผมที่ผ่านมาแทบทุกอย่าง จึงพอรู้เรื่องบ้าง ความจริงอสุภะนี่สำคัญอย่างยิ่งยวด คุณ P ฟังไว้ก็ดีนะครับ    เผื่อวันหน้าบารมีถึงตรงนี้  จะได้สบาย   อีกอย่างถ้ารักอสุภะ  ก็ต้องมี
พรหมวิหาร ๔ คู่กันไปเสมอ จึงจะตัดกามราคะและความไม่พอใจลงเสียได้ เพราะ
ต้องใช้ในเวลาที่เข้าไปตัดสังโยชน์ข้อ ๔ และข้อ ๕ แต่สำหรับบางคนก็อาจจะผ่าน
อสุภะแค่แว๊บเดียวเหมือนไม่ได้ทำด้วยซ้ำไป   ถ้าตอนนั้นเกิดบรรลุโสดาบัน   และผ่านไปบรรลุอรหัตตผลในที่นั่งเดียว   เพราะไม่ใช่จริตและได้รับการอบรมมาแล้วโดยไม่รู้ตัว
                ดังนั้นการเอาใจเขามาใส่ใจเรา  จึงจำเป็นอย่างยิ่ง  จะบอกว่า ป.๔  ดีกว่า ป.๑ ก็คงจะไม่ได้ เพราะในขณะที่ป.๔ ปฎิบัติเพื่อจะขึ้น ป.๕    ป.๑   ก็กำลัง
ปฎิบัติเพื่อที่จะขึ้น ป.๒  จึงเป็นการยากที่จะพูดว่าอันไหนดีกว่ากัน

 จากคุณ : บรรพต อ. [ 25 ก.ย. 2546 / 14:11:03 น. ]
     [ IP Address : 203.113.36.7 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!