สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป หมายถึงอะไรหรือครับ
 เนื้อความ :

สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป หมายถึงอะไรหรือครับ ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ อาจารย์ให้ทำการบ้าน ผมหาไม่เจอครับ ช่วยผมหน่อยนะครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ

 จากคุณ : สุธี [ 11 ก.ค. 2546 / 23:28:34 น. ]
     [ IP Address : 203.156.9.41 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (1)

4 - ร่างกายคนเราครับที่ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ
     เพราะร่างกายมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย
1 - นั่นคือตัวเราครับ หรือที่เรียกว่า จิตเดิม ที่ไม่มีวันดับสูญ
2 - คือ บาป และบุญ ,บาปจะนำไปสู่ทางทุคติ, บุญจะนำเราไปสู่ทางสุคติ
แต่ 3 คนแห่ ผมไม่แน่ใจว่าใช่เจตสิก หรือเปล่านะครับ

 จากคุณ : 1 [ 11 ก.ค. 2546 / 23:54:58 น. ]
     [ IP Address : 203.121.147.100 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (สมจุก)

สามคนแห่ คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลงครับ

ลงมาจากบนแคร่ได้เมื่อใด ก้ออิสระเมื่อนั้น
พ้นจากคนหาม พ้นจากคนแห่ พ้นจากคนพาไป
หลุดพ้นจากความเมามัวเวียนวน

 จากคุณ : สมจุก [ 12 ก.ค. 2546 / 00:49:16 น. ]
     [ IP Address : 203.114.224.49 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (เสก)

สี่คนหาม หมายถึง ร่างกายของคนเรานั้นประกอบด้วยธาตุ 4 มี ดิน น้ำ ไฟ ลม เมื่อใดสี่ธาตุนี้แตกออกจากกัน เมื่อนั้นเราตาย เรียกว่า สี่คนช่วยกันหาม
สามคนแห่ หมายถึง คนเรานั้นเกิดมามีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ นั่นก็คือ หมายถึง สามัญลักษณะ คือ ลักษณะธรรมดา 3 ประการนั่นเอง อันได้แก่ อนิจจัง คือความไม่เที่ยงแท้แน่นอน เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทุกขัง คือ ความทุกข์อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง และอนัตตาคือความไม่มีตัวตน ดับสูญ
คนหนึ่งนั่งแคร่ หมายถึงใจเรา นั่งแคร่คอยบัญชาการให้ร่างกายทำโน่นทำนี่ ตามสภาพหน้าที่ หรือที่เรียกว่าใจเป็นนายกายเป็นบ่าวนั่นเอง
สองคนพาไป หมายถึง ความดีและความชั่ว ทำดีก็จะไปสู่สุคติ ทำชั่วก็จะไปสู่ทุคติ

 จากคุณ : เสก [ 12 ก.ค. 2546 / 01:10:56 น. ]
     [ IP Address : 164.115.18.184 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ชยทินโน)

สมเหตุสมผล ได้อรรถได้รส เป็นประโยชน์ในเชิงคติธรรม

 จากคุณ : ชยทินโน [ 12 ก.ค. 2546 / 11:10:09 น. ]
     [ IP Address : 203.113.32.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ดาบฟ้าฟื้น)

สี่คนหาม.... หมายถึง  ธาตุสี่  ดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  ที่ประชุมเป็นร่างกายเรา
สามคนแห่... หมายถึง  โลภะ  โทสะ  โมหะ  ที่แห่เชิดจิตของเราไปตามอารมณ์กิเลส  ดีบ้าง  ชั่วบ้าง  ไปตามอำนาจนี้
หนึ่งคนนั่งแคร่... หมายถึง  จิตของเรา ที่เป็นเหมือนเจ้านาย
สองคนพาไป...  หมายถึง  บุญ และบาป  เป็นผู้ติดตามไปส่งผลในที่ที่เกิดใหม่ทุกชาติไป

หมายเหตุ.. แม้แต่จิตเองก็ไม่เที่ยง  เกิดดับๆ ๆ และถูกปรุงแต่งตลอดเวลาเช่นกัน

 จากคุณ : ดาบฟ้าฟื้น [ 12 ก.ค. 2546 / 11:49:26 น. ]
     [ IP Address : 203.113.41.132 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (Tammy)

“อะไรเอ่ย สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป” เขาบอกไม่มีใครตอบได้ เขาก็เลยมาถามฉัน ฉันก็ตอบเขาไป จะถูกหรือไม่ถูกก็ไม่รู้ละเพราะเขาไม่ได้เฉลย พอฉันตอบเสร็จเขาก็ขอบวชทันที”

“หลวงพ่อตอบว่าอย่างไรครับ”

“เธอลองตอบซิ ถ้าเป็นเธอถูกถามอย่างนี้จะตอบว่ายังไง” ท่านถามพระบัวเฮียว

“ไม่ทราบครับ แต่ผมอยากทราบที่หลวงพ่อตอบเขาน่ะครับ”

“ฉันตอบไปว่า สี่คนหามก็คือตัวเราซึ่งเกิดจากการประชุมกันของธาตุทั้ง ๔ คือ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ วาโยธาตุ เตโชธาตุ”

“หลวงลุงหนูไม่เข้าใจ ช่วยแปลหน่อยเถอะฮ่ะ” นายขุนทองขอร้องพระบัวเฮียวจึงรับหน้าที่แปลให้ฟังว่า ธาตุทั้ง ๔ ที่ท่านพระครูพูดถึงคือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ นั่นเอง

“สามคนแห่ ก็คือกิเลส หรืออกุศลมูล ๓ ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ
หนึ่งคนนั่งแคร่ก็คือจิต คืนคนนั้นประกอบด้วยสองส่วนคือ รูปกับนาม รูปเกิดจากการประชุมกันของ ดิน น้ำ ลม ไฟ ส่วนนามก็คือจิต
สองคนพาไปก็คือ บุญกับบาป ขยายความคือคนเราขณะที่มีชีวิตก็ถูก โลภะ โทสะ โมหะ ชักจูงไป พอตายลงก็เหลือแต่บุญกับบาป ที่จะพาไปสุคติหรือทุคติ พอฉันตอบอย่างนี้เขาก็ขอบวช บอกว่าอ่านพระวินัยปิฎกเข้าใจหมดแล้ว สิกขา ๒๒๗ ข้อก็จำได้แล้ว ฉันเห็นท่าทางเข้าทีก็เลยให้บวชแล้วก็สอนกรรมฐานให้ เขาก็ปฏิบัติอย่างเคร่ง ครัดและเอาจริงเอาจัง เทศก์ก็เก่ง ฉันเคยพาไปเทศน์ตามงานต่าง ๆ เทศน์แบบปุจฉาวิสัชนาก็ได้ พวกชาวบ้านชอบใจมาก

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม - ๔๐
สุทัสสา อ่อนค้อม
ธันวาคม ๒๕๓๗
http://www.jarun.org/S00040.htm

 จากคุณ : Tammy [ 12 ก.ค. 2546 / 12:21:58 น. ]
     [ IP Address : 139.132.83.185 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (RadiuS)

สี่คนหาม = ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
สามคนแห่ = ไตรลักษณ์ ( บางทีได้ยินมาว่าเป็นโลภะ โทสะ โมหะ )
หนึ่งคนนั่งแคร่ = จิต
สองคนเดินตาม ( พึ่งได้บิยจากผู้ตั้งกระทู้ว่า สองคนพาไป ) = บุญ , บาป

 จากคุณ : RadiuS [ 12 ก.ค. 2546 / 15:53:10 น. ]
     [ IP Address : 203.151.39.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (RadiuS)

*** แก้คำผิด
สองคนเดินตาม ( พึ่งได้ยินจากผู้ตั้งกระทู้ว่า สองคนพาไป ) = บุญ , บาป

 จากคุณ : RadiuS [ 12 ก.ค. 2546 / 15:53:53 น. ]
     [ IP Address : 203.151.39.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (กาก้า ( คนโบราณ ))

เช่นเดียวกับทุกๆท่าน ที่ เคยฟังมา
หลายๆ ท่านแปลไม่เหมือนกันทั้งสองแบบ
็แต่ เมื่อน้อมใจพิจารณา แล้ว กระผมเห็นว่า
ถ้าจะพิจารณาดู ในแง่ สภาวะ อาการ "แห่"
น่าจะคล้ายกับ สภาวะของ โลภ โกรธ หลง
มากกว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นะครับ
นะครับ

 จากคุณ : กาก้า ( คนโบราณ ) [ 13 ก.ค. 2546 / 16:02:56 น. ]
     [ IP Address : 202.57.173.171 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (สุธี)

ขอบคุณ มาก ๆ เลย ครับ ผมหาไม่เห็นเจอ ไม่รู้ว่าอยู่ในหนังสือเล่มไหนเหรอครับ อาจารย์บอกว่า ต้องหาหนังสืออ้างอิงท้ายรายงานด้วยอ่ะครับ

 จากคุณ : สุธี [ 13 ก.ค. 2546 / 20:32:17 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.23 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (mayrin)

ปริศนาธรรมแห่งชีวิต
อะไรเอ่ย  สี่คนหาม สามคนแห่  หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป
http://dharma.school.net.th/cgi
bin/kratoo.pl/005857.htm

 จากคุณ : mayrin [ 15 ก.ค. 2546 / 07:50:32 น. ]
     [ IP Address : 203.149.37.31 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (mayrin)

ขออภัย 
http://dharma.school.net.th/cgi-bin/kratoo.pl/005857.htm

 จากคุณ : mayrin [ 15 ก.ค. 2546 / 07:52:01 น. ]
     [ IP Address : 203.149.37.31 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (ห้วยหมากแข้ง)

ได้อ่านกระทู้ดี ๆ อีกแล้ว
เคยได้ยินภาษิตนี้เมื่อเด็ก ๆ จำไม่ได้ว่ามีการอธิบายความหมายไว้ด้วยหรือเปล่า
แต่ถึงแม้จะมีใการห้ความหมายเอาไว้  ช่วงนั้นตนเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้หรอกค่ะ
กาล สถานที่ บุคคล มีความหมาย ทรงความสำคัญยิ่ง ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณตั้งแต่ คุณครู นักเรียน ผู้เข้ามาให้คำอธิบาย ให้ความรู้ทุกท่าน ...
และที่สำคัญที่สุดผู้ดูแลลานธรรม

 จากคุณ : ห้วยหมากแข้ง [ 18 ก.ค. 2546 / 08:00:40 น. ]
     [ IP Address : 203.157.9.169 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!