อายตนนิพพาน
 เนื้อความ :

อายตนนิพพาน สังขารบอด
วิญญาณมอด รูปนามก่อ ต่อไม่ติด
ไฟตัณหา โรยลาลับ ดับมืดมิด
เย็นสนิท จิตไม่ต่อ ก่อภูมิไหน

อายตนนิพพาน ถ่านขี้เถ้า
จุดไฟเผา ต่อเท่าไร ไฟไม่ไหม้
สังขารดับ วิญญาณดับ ดับอาศัย
เหตุปัจจัย หมดที่ไป ต่อไหนเลย....

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 21 พ.ค. 2546 / 21:36:02 น. ]
     [ IP Address : 203.118.123.183 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ปล่อยรู้)

รู้ปัจจุบัน กับอดีต ขีดเส้นไว้
รู้สึกได้ กับจำได้ ไม่เหมือนกัน
"รู้สติ" "จำสัญญา" กั้นแบ่งชั้น
รู้เท่าทัน ฟันอดีต ดีดกระเด็น

อากิญจัญญายตนะ
อีกเนวะสัญญานาฯ สัญญาเห็น
ล้วนอดีต หวลให้นึก คราจำเป็น
หลบหลีกเร้น ปลีกวิเวก ปลุกเศกธาตุ

นิโรธเวทนา สัญญาดับ
ขันธ์ระงับ ดับปัจจัย ไฟไม่ช๊าต
ไม่น้อมนึก ไม่น้อมนำ จำทุกชาติ
จิตเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด จากสัญญา....

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 22 พ.ค. 2546 / 06:07:23 น. ]
     [ IP Address : 203.118.120.136 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ต่องแต่ง)

อายตนนิพพาน ไม่มีในพระไตรปิฎก แต่เกิดขึ้นในสมัยกึ่งพุทะกาล ในพระไตรปิฎกมีการกล่าวถึงเพียง อายตนะที่รู้ถึงนิพพานได้ ซึ่งก็คือใจ ครูบาอาจารย์บางท่าน (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) จึงได้แสดงธรรมไว้ว่า "นิพพานอยู่ที่ใจ นิพพานไม่ได้อยู่ที่ไหนๆ"

 จากคุณ : ต่องแต่ง [ 22 พ.ค. 2546 / 09:21:58 น. ]
     [ IP Address : 202.44.10.77 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (ศานติ)

เท่าที่ศึกษามานั้น   นิพพานธาตุนั้นไม่มีอายตนะ   คำว่าอายตนะนั้นใช้ได้แต่เฉพาะ  อายตนะทั้งหก    อายตนะทาง   ตา    หู   จมูก   ลิ้น    กาย    ใจ
เมื่อกระทบ   รูป   เสียง   กลิ่น    รส    สำผัส    ธรรมารมณ์    ก็จะเกิดปฏิกิริยารับรู้     ทาง  ตา   หู  จมูก   ลิ้น  กาย   ใจ  ซึ่งเรียกว่าวิญญาณทั้งหก   แต่สภาวะของนิพพานธาตุนั้น    สำผัสไม่ได้ทางอายตนะทั้งหก   หากแต่เป็นสภาวะธรรมที่ปรากฏที่ใจ (ผู้รู้)  เมื่อใจมีความรู้แจ้งตามเป็นจริงในรูป- นาม   จิตใจเบื่อหน่าย
คลายจากความหลง   จิตปล่อยวางจาก  ความยึดมั่นถือมั่น   จิตเป็นอิสระจากตัณหาเครื่องร้อยรัด     เมื่อนั้นแหละ นิพพานธาตุหรืออมตธาตุ ปรากฏที่จิต(ผู้รู้)
ซึ่งไม่ใช่เป็นการกระทบอายตนะทางใจ   แต่เป็นสิ่งที่ปรากฏที่ใจ  และเป็นสภาวะธรรมที่ไม่มีอะไรปรุงแต่ง   ถ้าจะเรียกให้เข้าใจง่ายก็คือ   อมตธรรมธาตุ

 จากคุณ : ศานติ [ 22 พ.ค. 2546 / 15:35:59 น. ]
     [ IP Address : 68.42.154.50 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (สงสัย)

คำว่า "อายตนนิพพาน" ตรงๆ เช่นนี้ ไม่มีในพระไตรปิฎก ตามที่ว่า
แต่มี "ตทายตนัง" ที่แปลว่า "อายตนะนั้น" มีอยู่
ตกลง "นิพพาน" ถูกรู้ ได้ด้วย "อายตนะ" อะไร?

 จากคุณ : สงสัย [ 22 พ.ค. 2546 / 22:40:35 น. ]
     [ IP Address : 203.118.111.189 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ปิติ)

เป็นศิลปะในการใช้ภาษาของพระพุทธองค์ครับ
แล้วก็อาศัยศิลปะในการเข้าใจอรรถด้วยครับ
ถ้าเข้าใจความหมายแล้วก็จบครับ

 จากคุณ : ปิติ [ 23 พ.ค. 2546 / 02:35:17 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (วิริยะ)

อายตนะ สามารถใช้ในความหมายของแดนหรือภูมิที่ตั้ง นอกเหนือไปจากอายตนะทั้งหก ที่เป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณเมื่อมีผัสสะ ดังปรากฏอยู่ใน มหานิทานสูตร ทีฆนิกาย มหาวรรค

------  ดูกรอานนท์ วิญญาณฐิติ ๗ อายตนะ ๒ เหล่านี้ วิญญาณฐิติ ๗ เป็นไฉน คือ-

๑. สัตว์มีกายต่างกัน มีสัญญาต่างกัน ได้แก่พวกมนุษย์ และพวกเทพบางพวก พวกวินิบาตบางพวก นี้เป็นวิญญาณฐิติที่ ๑
๒. สัตว์มีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน ได้แก่พวกเทพผู้นับเนื่องในชั้นพรหมผู้บังเกิดด้วยปฐมฌาน และสัตว์ผู้เกิดในอบาย ๔ นี้เป็นวิญญาณฐิติที่ ๒
๓. สัตว์มีกายอย่างเดียวกัน มีสัญญาต่างกัน ได้แก่พวกเทพชั้นอาภัสสรนี้เป็นวิญญาณฐิติที่ ๓
๔. สัตว์ที่มีกายอย่างเดียวกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน ได้แก่พวกเทพชั้นสุภกิณหะ นี้เป็นวิญญาณฐิติที่ ๔
๕. สัตว์ที่เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนะด้วยมนสิการว่า อากาศหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงรูปสัญญา เพราะดับปฏิฆะสัญญา เพราะไม่ใส่ใจถึงนานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิญญาณฐิติที่ ๕
๖. สัตว์ที่เข้าถึงชั้นวิญญาณัญจายตนะด้วยมนสิการว่า วิญญาณหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงชั้นอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิญญาณฐิติที่ ๖
๗. สัตว์ที่เข้าถึงชั้นอากิญจัญญายตนะ ด้วยมนสิการว่า ไม่มีอะไรเพราะล่วงชั้นวิญญาณัญจายตนะ โดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิญญาณฐิติที่ ๗

ส่วนอายตนะอีก ๒ คือ อสัญญีสัตตายตนะ (ข้อที่ ๑) และข้อที่ ๒คือ เนวสัญญานาสัญญายตนะ....

ดูกรอานนท์ เพราะภิกษุมาทราบชัดความเกิดและความดับทั้งคุณและโทษ
และอุบายเป็นเครื่องออกไปจากวิญญาณฐิติ ๗ และอายตนะ ๒ เหล่านี้ ตามเป็น
จริงแล้ว ย่อมเป็นผู้หลุดพ้นได้ เพราะไม่ยึดมั่น อานนท์ ภิกษุนี้เราเรียกว่า
ปัญญาวิมุตติ ฯ  ------
              
"อายตนะนั้นมีอยู่" ในนิพพานสูตรที่ ๑ ซึ่งหมายถึงนิพพานนั้น ใช้ในความหมายของที่ตั้งนี้  และเนื่องจากนิพพานเป็นอสังขตะ ไม่ต้องอาศัยภูมิที่ตั้งแยกจากตัวเอง จึงกล่าวว่า "อายตนะนั้นหาที่ตั้งอาศัยมิได้"

 จากคุณ : วิริยะ [ 23 พ.ค. 2546 / 09:39:10 น. ]
     [ IP Address : 202.28.21.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (บอยวิลาศ)

คุณศานติกล่าวได้ดีครับ

"นั้นแหละ นิพพานธาตุหรืออมตธาตุ ปรากฏที่จิต(ผู้รู้) ซึ่งไม่ใช่เป็นการกระทบอายตนะทางใจ   แต่เป็นสิ่งที่ปรากฏที่ใจ"

เพราะนิพพานไม่ใช่ธรรมอันเป็นเหตุแห่งการเกิดของธรรมอื่น ผัสสะจึงไม่เกิด เมื่อไม่เกิด การกระทบของอายตนะภายนอกและอายตนะภายใน เช่น ธรรมารมณ์และใจก็ไม่มี

คุณวิริยะครับ อายตนะนั้น มีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า "แดนเกิด" ด้วยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ "ที่ตั้ง" เท่านั้นครับ ซึ่งในความหมายนี้แล้ว นิพพานย่อมไม่ใช่อายตนะ แต่ในควาหมายตามพระสูตรนั้น กล่าวถึง อายตนะภายนอกและภายในกับผัสสะ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวข้องกับนิพพานอยู่แล้วครับ

ส่วนที่กล่าวไว้ว่า รู้ถึงนิพพานได้ด้วยใจ นั้นก็ถูกแล้วครับ แต่คำว่าใจในที่นี้ ไม่ใช่ใจที่เป็นอายตนะในผัสสะ 6 แต่ต้องเข้าใจว่า หมายถึงใจที่เป็น จิตหนึ่ง หรือ จิตเดิม ของท่าน เว่ยหลาง ฮวงโป โน่นแหน่ะครับ

 จากคุณ : บอยวิลาศ [ 23 พ.ค. 2546 / 11:15:18 น. ]
     [ IP Address : 172.16.2.27 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (ขันธ์ )

นิพพานเป็นเช่นไร อย่าไปคิดเลย  เพราะว่าเราไม่สามารถจะอธิบายได้หรอก

 จากคุณ : ขันธ์ [ 23 พ.ค. 2546 / 16:01:11 น. ]
     [ IP Address : 203.155.163.61 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (โชติฯ)

พุทธภาษิต จูฬสุญญตสูตร ตรัสอย่างไร ทำไมไม่พินิจกันบ้างครับ
เสนอน่าสนใจมากครับ น่าเอามาศึกษากัน
ตรัสว่า ... รู้ชัดสิ่งที่เหลืออยู่ในเจโตสมาธินั้นว่า สิ่งที่ยังมีอยู่นี้มีอยู่

แปลกใจที่ชาวพุทธไม่เอ่ยถึง พุทธภาษิตสูตรนี้ ใน .com นี้?

 จากคุณ : โชติฯ [ 23 พ.ค. 2546 / 23:02:40 น. ]
     [ IP Address : 203.118.109.197 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (yoyo)

ผัสสะเป็น เหตุ แห่ง ปัจจัยต่างๆ สู่ ........... ชาติ ชรา มรณะ
ตาม ปฏิจจสมุป...

เมื่อตัดขาด เสียแต่ ผัสสะ ก็เข้าสู่กฏ ที่ว่า
เมื่อสิ่งนี้มี จึงมีสิ่งนี้
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี จึงไม่มีสิ่งนี้ 

เมื่อพิจารณา ผัสสะ ในลักษณะ สติปัฏฐาน4 ในหมวด กาย
การรับรู้ ผัสสะจะอ่อนกำลังลง เป็นสิ่งธรรมดา
มีผัสสะ แต่ ลด การต่อ การเพิ่ม สิ่งต่างๆ
เห็น ผัสสะเป็น สิ่งธรรมดา ไม่ปรุ่งแต่ง ต่อ

......  คิดว่างั้น นะ  :)

 จากคุณ : yoyo [ 24 พ.ค. 2546 / 01:43:27 น. ]
     [ IP Address : 203.118.85.79 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (ปล่อยรู้)

ธรรมเบิกบาน ทุกๆความเห็นครับ...

ถือว่าเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แลกเปลี่ยนประสพการณ์ธรรมซึ่งกันและกัน ผิดพลาดบกพร่อง รู้ชัด ไม่รู้ชัด ใช่ไม่ใช่ โปรดให้อภัยซึ่งกันและกัน สติสมาธิปัญญาของแต่ละท่านย่อมแตกต่าง ไม่เท่ากัน การเรียนรู้ การเข้าใจมีที่มาที่ไปไม่เหมือนกัน

สำหรับความคิดเห็นของผมเองเอาแน่เอานอนอะไรมิได้ แล้วแต่เหตุปัจจัยปรุงแต่งไปตามประสา ผิดถูกอย่างไร อย่ายึดถือเป็นสาระ รู้สึกเช่นไร ก็แสดงออกไปเช่นนั้น หวังว่าพี่ๆน้องๆ ได้เมตตาอภัย ธรรมใดไม่ถูกไม่ควรโปรดช่วยชี้แนะนำแนวทางให้ด้วยนะครับ...

กราบเรียนพี่สงสัย(สรงใส)

ยิ่งสรง ยิ่งใส กากเยื่อใย ไม่เหลือหรอ
ยิ่งสรง ยิ่งละออ ยิ่งกรองกรอ ยิ่งพอดี

นิพพาน ท่านสงสัย(สรงใส) ถูกรู้ได้ อย่างไรนี้
ลองตอบ ท่านดูที แต่ไม่ชี้ ว่าจะใช่

สติ ดำริรู้ ไม่หลงตู่ ว่าผู้ใด
สมาธิ ล้อมกรอบไว้ ปัญญาไซร้ ใช้เรียนรู้

นิพพาน สังขารดับ จิตระงับ ดับทุกผู้
อายตนะ ละที่อยู่ หาผู้รู้ มิเจอเลย...

(นิพพานถูกรู้ได้ด้วย สติ สมาธิ ปัญญา โดยไร้ข้อกังขาว่าไม่มีผู้ใดใครเป็นผู้รู้)
ยินดีน้อมรับธรรมคำชี้แนะจากพี่สงสัย(สรงใส)ในทุกโอกาสครับ

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 27 พ.ค. 2546 / 21:51:03 น. ]
     [ IP Address : 203.118.120.227 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (ปล่อยรู้)

อายตนะ ปลอดโปร่ง โล่งโหวงเหวง
ทุกผัสสะ อย่างนั้นเอง เช่นนั้นหนอ
ทั้งพอใจ ไม่พอใจ  ไม่เติมต่อ
สักว่าพอ หัวร่อยิ้ม อิ่มอกใจ    :-)

อายตนะ ละลดเลิก เพิกถอนกู
สักว่าดู สักว่ารู้ สักว่าได้
อายตนะ ละอุปาทาน รูปนามกาย
ไม่มีฉัน ไม่มีใคร ในอายตนะ...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 27 พ.ค. 2546 / 21:57:17 น. ]
     [ IP Address : 203.118.120.227 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (ปล่อยรู้)

เครื่องยนต์ดับ ไฟไม่ชาร์ท สตาร์ทไม่ติด
กุญแจบิด ไขเท่าไร ไฟไม่ชึ้ง
เครื่องยนต์นิพ สนิทเงียบ เย็นเฉียบจริง
รถไม่วิ่ง ไปต่อไป ได้อีกเลย

อายตนะ คือเครื่องต่อ และเครื่องรับ
นิพพานจับ ดับสนิท คิดเงียบเฉย
เคยต่อคิด ไม่คิดต่อ เหมือนอย่างเคย
อายตนะ ไม่เสวยแสวง ที่แห่งใด...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 27 พ.ค. 2546 / 22:07:17 น. ]
     [ IP Address : 203.118.120.227 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (ปล่อยรู้)

อายตนะนิพพาน
ไม่อุปาทาน รูปนามอายตนะ
ทุกสังขาร ทุกวิญญาณ ทุกผัสสะ
ลดเลิกละ มั่นยึดถือ ว่าคือฉัน

อายตนะนิพพาน
หกวิญญาณ เงียบสงบ สยบธาตุขันธ์
อายนตะนอกใน กระทบกัน
ไม่เกิดควันเหมือนอย่างเคย เลยนิพพาน...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 27 พ.ค. 2546 / 22:12:39 น. ]
     [ IP Address : 203.118.120.227 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!