พละ5 และ อินทรีย์5 มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
 เนื้อความ :

อ่านพบในพจนากรมพุทธศาสตร์ ว่าต่างก็ประกอบด้วย
สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา
สงสัยว่าต่างกันอย่างไร

 จากคุณ : Geek [ 11 ก.พ. 2546 / 21:53:23 น. ]
     [ IP Address : 202.183.228.67 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (V 2)

ต่างกันที่ระดับของพลังงาน   ระดับพละ 5 มีกำลังมากกว่า  ถ้าเข้าลึงลงไปถึงระดับโพชฌงค์  7  ยิ่งมีพลังเพิ่มอีกกลายเป็นอัตโนมัติ  ถ้าไปถึงระดับมรรค  8  จะมีกำลังเต็มที่ สามารถประหารกิเลสได้เลยทันที  ซึ่งจะเห็นว่ามีครบทั้ง  4 ตัว ในทุกระดับ คือ วิริยะ   สติ    สมาธิ   ปัญญา  เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเรียกแตกต่างกันไปบ้าง ตามลักษณะหน้าที่ในการทำงาน  เช่น วิริยะเรียกว่า สัมมาวายามะ  ปัญญาเรียกธัมมวิจยะ หรือสัมมาทิฏฐิ  ซึ่งองค์ธรรมอันเดิมนั่นเอง คือ วิริยเจตสิก และปัญญาเจตสิก  ตัวอื่นๆก็ทำนองเดียวกัน   แต่สัททานั้นแม้ท่านจะไม่กล่าวในระดับลึกกว่าพละ 5 ก็ตาม  แต่ยังคงทำงานตามปกติ  เพียงแต่ความชัดเจนถูกตัวอื่นๆกลบไปบ้าง

 จากคุณ : V 2 [ 12 ก.พ. 2546 / 01:06:42 น. ]
     [ IP Address : 68.43.188.91 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง)

พละ5 เป็นกำลังทำให้เกิดความเข้มแข็งมั่นคง ซึ่งธรรมที่ตรงข้ามจะมาครอบงำไม่ได้ เป็ยฝ่ายตั้งรับ
อินทรีย์5 เป็นเจ้าการในการครอบงำเสียซึ่งธรรมที่ตรงข้าม เป็นฝ่ายรุก
ธรรมที่ตรงข้ามแต่ละอย่างคือ ความไร้ศรัทธา เกียจคร้าน ประมาท ฟุ้งซ่าน และความหลงงมงาย

 จากคุณ : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง [ 12 ก.พ. 2546 / 22:41:50 น. ]
     [ IP Address : 203.113.80.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (ลุงสุชาติ)

ระบบกลไกการทำงานของจิต พระท่านเรียกว่า "อินทรีย์" มี ๕ อย่าง คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา แต่ละอินทรีย์มีหน้าที่จะต้องทำแตกต่างกัน ไม่ก้าวก่ายล่วงล้ำกัน เช่นเดียวกับหูมีไว้เพื่อฟัง ปากมัไว้สำหรับพูด จะให้หูมาทำหน้าที่พูด หรือ เอาปากไปฟังไม่ได้ การทำงานของจิตจะบรรลุประโยชน์ได้มากที่สุดก็ต่อเมื่ออินทรีย์ทั้งห้ามีกำลัง (พละ) เพียงพอ ทั้งจะต้องทำงานร่วมกันอย่างมีสมดุลย์ พระท่านได้จับคู่การทำงานไว้เป็นคู่ๆ คือ ศรัทธา ทำงานคู่กับ ปัญญา เหมือนกับแขนขวากับแขนซ้าย วิริยะ ทำงานคู่กับ สมาธิ เหมือนขาขวากับขาซ้าย ทั้งสองจะถ่วงดุลย์กันอย่างพอเหมาะ เราจะถึงทรงตัวอยู่ได้ มีการเคลื่อนไหวได้อย่างสง่างาม ส่วนสตินั้นจะทำหน้าที่เหมือนส่วนหัวของร่างกาย หรือ สมอง ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลควบคุมการทำงานของอินทรีย์ทั้งสองคู่  ถ้ามีกำลัง (พละ) ศรัทธาแรง แต่กำลังปัญญาอ่อน ผู้นั้นก็เป็นคนโง่ ถูกหลอกง่าย คลั่งศาสนา ชาตินิยม เช่นเดียวกับชาวกัมพูชาที่ก่อเหตุร้ายให้แก่คนไทยเมื่อไม่นานมานี้ หากกำลังศรัทธาอ่อน แต่กำลังปัญญาแก่ ก็จะเป็นคนที่กระด้าง รุนแรง ดื้อรั้น ไม่รับฟังความเห็นของคนอื่น หรือ เป็นคนสติเฟื่อง ส่วนผู้ที่มีกำลังวิริยะแรง แต่กำลังสมาธิอ่อน ก็จะเป็นคนที่ทำงานจับจด ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่มีเป้าหมายในการทำงานที่แน่นอน เก่งทุกอย่างยกเว้นงานในหน้าที่ สำหรับผู้ที่มีกำลังวิริยะอ่อน แต่มีกำลังสมาธิแรง ก็จะเป็นคนที่เกียจคร้าน ผู้ที่มีสติดี ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ จะใฃ้สติของตนตรวจสอบกำลังของแต่ละอินทรีย์อยู่เสมอ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ถ่วงดุลย์กัน ประคับประคองกันในลักษณะมัชฌิมาปฏิปทา

 จากคุณ : ลุงสุชาติ [ 13 ก.พ. 2546 / 17:52:03 น. ]
     [ IP Address : 202.133.162.210 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (aratana)

               เป็น อินทรีย์   เมื่อนำมาปฏิบัติข้างหน้า เหมือนม้า ห้า ตัวที่ลากเกวียนพร้อมกันต้องฝึก จน  ม้าทั้ง 5 นั้นชำนาญ ไม่ขัดแย้งกัน....กำลังจะรวมเป็นหนึ่ง
                 เป็นพละ เมื่อ คล่องแล้ว เพียงปรับให้เกิดความสมดุลย์  ม้าแต่ละตัวออกแรงเท่าเทียมกัน เกวียนเรียบไม่โคลงเคลง  เป็น เกวียนที่เปี่ยมด้วยพลัง  นำไปใช้งานได้ดีเยี่ยม.ไม่ต้องฝึกม้าเพียงประคองให้ตรงทาง

 จากคุณ : aratana [ 15 ก.พ. 2546 / 06:31:36 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.196 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!