กระทู้แนะนำตัวครั้งที่ ๒๐
 เนื้อความ :

ใครมีพื้นฐานความเป็นมาอย่างไร มีมุมมองเกี่ยวกับธรรมะอย่างไร
อยากทำความรู้จัก พูดคุย หรือแลกเปลี่ยนความเห็นเป็นส่วนตัวอย่างไร
ก็ขอให้โพสต์ได้ในกระทู้นี้อย่างเต็มที่ครับ หากมีโฮมเพจส่วนตัวแนะนำตนเองไว้แล้วยิ่งดี
ทิ้งอีเมลแอดเดรสไว้บ้างเผื่อคนสนใจธรรมะของท่านจะได้ติดต่อไปก็น่าขอบคุณครับ

ดังตฤณ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 2 ก.ย. 2545 / 22:09:51 น. ]
     [ IP Address : 202.133.160.148 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (B.F.Pinkerton )

สวัสดีครับชื่อ B.F.Pinkerton น่ะครับ ใช้ชื่อนี้ประจำในห้องไกลบ้าน@pantip.com ครับ จบการศึกษาจากธรรมศาสตร์

สาเหตุที่ได้เข้ามาอ่านเวปนี้บ่อย ๆ ก็เพราะตอนนั้นมีเพื่อน forward link เรื่องทางนฤพาน ฯ มาให้อ่าน เลยติดตามอ่านกระทู้ลานธรรมเรื่อย ๆ มา ตอนนั้นมีความทุกข์นิดหน่อยครับ พอได้อ่านเรื่องทางนฤพาน ฯ ก็รู้สึกว่าเราจะหลงโลกมากไปแล้วที่ไปทุกข์กับสิ่งสมมติมากเกินไป เริ่มพยายามหันมาหาธรรมะ อีกครั้ง โดยพยายามสวดมนต์นั่งสมาธิให้ได้ทุกวัน วันละเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับตามแนวทางของหลวงพ่อจรัญ

เคยปฏิบัติมาบ้างครับแต่ไม่ค่อยได้ทำต่อเนื่องเท่าไร ในอดีตเคยชอบแนวทางหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และก็เคยไปกราบไหว้พระอริยะสงฆ์หลาย ๆ รูป หลังจากนั้นก็ห่าง ๆ จากวงการพุทธศาสนาเข้าหาวงการโลก ๆ อยู่นานเหมือนกัน นอกจากนั้นช่วงหลัง ๆ ก็เคยไปปฏิบัติกับยุวพุทธ ฯ และก็วัดอัมพวัน วัดมหาธาตุ แต่ไม่ค่อยเก่งเท่าไร เพิ่งจะมากลับตัวกลับใจอีกครั้งตอนอ่านเรื่องทางนฤพาน ฯ นี่แหละครับ เข้าพรรษานี้ก็ตั้งใจว่าจะพยายามตั้งใจปฏิบัติครับหวังว่าคงจะได้อยู่ในวงการนี้ไปเรื่อย ๆ  ได้ไปศาลาลุงชินมา 4 ครั้งแล้ว แต่ว่ายังไม่เคยได้เจอะเจอพูดคุยกับใครเลย

ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านในที่นี้ครับ สนใจ add msn มาคุยได้ที่ pumsaran@hotmail.com นะครับ

 จากคุณ : B.F.Pinkerton [ 3 ก.ย. 2545 / 00:42:38 น. ]
     [ IP Address : 210.203.189.211 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (P.)

สันโดษเถิดจะเกิดผล

 จากคุณ : P. [ 3 ก.ย. 2545 / 03:42:08 น. ]
     [ IP Address : 202.133.131.64 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (โชติปาละ)

    ผมเองเข้ามาในลานธรรมนี้ประมาณ 2 ปีแล้ว แต่เข้ามาในช่วงแรกนั้นก็แค่อ่านกระทู้และความคิดเห็นต่าง ๆ เท่านั้น ด้วยจุดประสงค์ที่จะหาแต่สิ่งที่มีประโยชน์ไปใช้ปฏิบัติธรรมต่อเท่านั้น ไม่มีการตั้งกระทู้หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ เลย
      เมื่อประมาณ5 ปีก่อน ผมได้รับความทุกข์ แต่ไม่มีรู้จักทุกข์ ผมนึกถึงคุณลุงคนหนึ่งท่านบอกให้ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับนรกสวรรค์ ที่จริงท่านให้ผมมาตั้ง 10 ปีแล้ว ท่านย้ำนักหนาว่า หลานต้องอ่านมันนัก ผมทิ้งมันไว้เป็นเวลา 5 ปีถึงได้อ่านมัน เมื่ออ่านก็เลยสงสัยว่า นรกสวรรค์มีจริงหรือ แล้วผมจะหาคำตอบได้จากไหน ก็คงต้องหาได้จากพุทธศาสนา ผมจึงได้เริ่มศีกษาพระธรรม โดยเริ่มจากคู่มือมนุษย์ของท่านพุทธทาส บทแรกที่ผมอ่านนั้น ก็คืออริยสัจจ์ 4 เมื่อผมอ่านทุกข์เท่านั้น ผมรู้สึกว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนความจริง ๆ ที่ผมไม่เคยเห็น ผมจมอยู่กับมัน ทนทุกข์ แล้วดิ้นร้นหาทางแก้ไขไปเรื่อย ๆ ไม่หยุด เมื่อสำเร็จ ก็พลอยคิดว่าตนนั้นมีความสามารถ มีความสุข จากนั้นมาผมศึกษาพุทธธรรมของพระธรรมปิฏก หลังจากนั้น ผมก็เริ่มถือศีล 5 เมื่อศีล 5ถือได้สบาย ๆ เป็นปกติ ผมรู้สึกถึงความสงบจากศีลที่ผมได้รับ ผมเริ่มศึกษาการทำสมาธิแบบต่าง ๆ ก่อน ผมปฏิบัติตามแนวอานาปานสติ ช่วงนี้ผมเริ่มจริงจัง เข้าวัดปฏิบัติธรรมมากขึ้น เริ่มหามุมสงบ ผมหาอ่านในพระไตรปิฏกในหมวดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทำสมาธิ ผมอ่านอรรถกถาจารย์ ผมคิดว่าผมเข้าใจแล้ว จึงนำไปปฏิบัติ ก็ติดขัดบ้าง ผมได้รับเทปของหลวงพ่อพุธ จึงเริ่มกระจ่างขึ้น ผมพบว่า ที่จริงแล้วในพระไตรปิฏกนั้น พระพุทธเจ้าท่านทรงบอกขั้นตอนอย่างดีแล้ว ท่านทรงบอกว่าต้องมีธรรมใด บอกวิธีทำ และบอกผลอย่างที่ควรบอกเท่านั้น แต่ผมไม่สังเกตเองในตอนอ่านเริ่มต้น ดังนั้นผมจึงกลับไปศึกษาอย่างจริงอีกครั้ง แล้วพบว่า พระสูตรที่ผมคิดว่าอ่านเข้าใจแล้วนั้น ที่ผมเข้าใจน้อยมาก เมื่อผมนำมาปฏิบัติอีกครั้งคราวนี้ ผมก็สามารถทำได้ไปเรื่อย ๆ
     ต่อมาผมจึงได้ไปปฏิบัติธรรมตามวัดป่าบ้าง ตามป่าเขาบ้าง เรียกว่า หยุดเมื่อไร ไม่อยู่บ้าน ต้องหาที่สงบไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่หยุด ก็เจริญอิริยาบทบรรพ เจริญจิตตานุปัสสนา ธรรมมานุปัสสนาไปเรื่อย ๆ
     ดังนั้นผมจึงนับถือท่านพุทธทาสเปลี่ยนเหมือนเป็นอาจารย์คนแรกของผม ท่านพระธรรมปิฏกอาจารย์คนที่สองที่ท่านปูพื้นฐานธรรมให้ผมสามารถศึกษาพระไตรปิฏกได้ดี หลวงพ่อพุธอาจารย์คนที่สามที่สอนการทำสมาธิได้
     ปัจจุบันผมก็ยังศึกษาและปฏิบัติธรรมไปเรื่อย ๆ
      ที่ผมเริ่มแสดงความคิดเห็นนั้น ไม่ใช่เพราะอยากแสดงหรือรู้มากแล้วแสดง แต่ที่จริงก็คือ ช่วงหลังงานผมเริ่มเวลาว่างมาในช่วงทำงานมาขึ้น สิ่งใดที่ผมสามารถช่วยพวกปฏิบัติธรรมด้วยกันได้ ผมคิดว่า ผมควรช่วย สิ่งใดที่ผมไม่รู้ ผมจะไม่ตอบ สิ่งใดที่มีคนอื่นตอบได้ดีอยู่แล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องตอบอีก  ผมจะตอบแต่ที่ผมทำได้แล้วเห็นผลแล้ว และรู้จริงเท่านั้น เป็นเรื่องจริง และเป็นที่ต้องการของคนเท่านั้น
      ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่แสดง E-mailไว้ เพราะผมต้องการความสงบ ทุกคนในลานธรรมเป็นคนดี น่าคบสนทนาธรรมครับ แต่ผมต้องการความสงบ
   แต่การแสดงตนว่า ตนมีแนวการปฏิบัติอย่างไร มีพื้นฐานเป็นมาอย่างไร ก็เป็นสิ่งที่ดี เพื่อให้คนสนทนากับเราได้อุ่นใจ สบายใจขึ้น ดังนั้นผมจึงยินดีที่แสดงครับ
      ผมยินดีรับคำชี้แนะ ตักเตื่อน และยินดีช่วยเหลือในสิ่งที่ผมกระทำได้ ถ้าบ้างช่วงผมหายไป นั้นแสดงว่า ผมมีงานยุ่ง ไม่สามารถช่วยได้ หรือ ไปปฏิบัติธรรมครับ ก็ต้องขออภัยด้วยครับ

 จากคุณ : โชติปาละ [ 3 ก.ย. 2545 / 08:31:28 น. ]
     [ IP Address : 192.168.64.140 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ninenile@hotmail.cm)

สวัสดีค่ะพี่ๆ และเพื่อนชาวลานธรรมทุกท่าน ดิฉันชื่อ ฉัตรพร เสถียรสถา จบปริญญาตรีบัญชี จาก ม.รามคำแหง อายุ 42 ปีค่ะ เข้ามาอ่านทุกวัน ที่นี่มีคนเก่งๆ เยอะ  ก้อเลยอ่านหาความรู้อย่างเดียว ยังไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะ
ภูมิธรรมของตัวเองยังเป็น baby อยู่เลย ขอศึกษาอย่างเดียวไปก่อนค่ะ
ขอบคุณทุกท่านในที่นี้ค่ะ.

 จากคุณ : ninenile@hotmail.cm [ 3 ก.ย. 2545 / 11:48:45 น. ]
     [ IP Address : 210.203.176.101 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (เอกอิสโร/ekkissaro_w@yahoo.com)

สวัสดีครับ ผมชื่อเอกอิสโร เข้ามาที่ลานธรรมครั้งแรกเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) เพื่อมาค้นหาว่า สติปัฏฐาน 4 คืออะไร? เพราะเมื่อคืนก่อน หลังจากสมาทานพระกรรมฐาน แล้วและนั่งรวบรวมอารมณ์จนสงบ ทั้ง ๆ ที่ พยายามจะไม่อยากรู้อะไรแล้ว แต่จู่ ๆ ก็แว้บขึ้นมา ก็เรื่องหัวเมืองต่าง ๆ ของกรุงอนินทิตปุระ ที่ตัวเองกำลังจะเขียนเป็นนิทานอิงเรื่องจริง แต่เป็นเหมือนปริศนาธรรม คือว่ากษัตริย์พระองค์หนึ่ง ตามนิทาน ก็คือเจ้าใหญ่ หรือ "พระเจ้าชัยสิงหวรมัน" ท่านมีดำริจะสร้างเมืองให้เป็นตัวแทนหรือเครื่องหมายให้คนรุ่นหลัง ได้รู้ว่าในสมัยท่านก็มีผู้เข้าถึงธรรมขององค์สมเด็จพระบรมสุคต รู้ทางไปนิพพาน เหล่าเสนาอำมาตย์ โดยอำมาตย์เอกธรรมการ จึงได้ถวายคำแนะนำให้สร้างเมือง ขึ้นเป็นสัญญลักษณ์ กล่าวคือ
หัวเมืองชั้นนอก 8 หัวเมือง แทน อริยมรรคมีองค์ 8
หัวเมืองชั้นกลาง 6 หัวเมือง แทนอายตนะ 6 และ
หัวเมืองชั้นใน 4 หัวเมือง แทน มหาสติปัฏฐาน 4
และใจกลางคือ กรุงอนินทิตปุระ ทำคูเมืองรูปไข่
ความหมายว่า บ้านเมืองนี้ ประชาชนและผู้ปกครองได้ดำเนินชีวิตโดยยึดแนวทางตามมรรค 8 แล้ว รู้จักควบคุมอายตนะ 6 และพากันปฏิบัติมหาสติปัฏฐาน 4 ผลสำเร็จคือ พระนิพพาน คือจุดที่เป็นใจเมืองหรือจุดหมายของชีวิต แต่..
หากในอนาคต ประชาชนและผู้ปกครอง ดำเนินชีวิตโดยไม่ยึดตามแนว มรรค 8 ไม่รู้จักควบคุมอายตนะ 6 และไม่รู้จักการฝึกใจตามสติปัฏฐาน 4 บ้านเมืองนั้นก็จะพบกับความพินาศ คือ "ศูนย์" ที่แทนด้วยคูเมืองรูปไข่
เมื่อได้รู้ดังข้างต้นนี้แล้ว ความอยากรู้ หรือความอยากได้ฤทธิ์ก็เป็นอันหายไป กลับมีแต่ความเบื่อหน่ายการเกิด ที่ต้องเทียวตาย เทียวเกิด จนปรารภกับตนเองว่า ขึ้นชื่อว่าการเกิดไม่ต้องการแล้ว พุทธภูมิไม่ต้องการแล้ว ขอเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ทำหน้าที่ที่ตกค้างในการบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่ขาดหายไปเสร็จแล้ว หากตายขอไปนิพพานสถานเดียว
การปฏิบัติธรรมอยู่ในขั้นเตรียมอนุบาลครับผม

 จากคุณ : เอกอิสโร/ekkissaro_w@yahoo.com [ 3 ก.ย. 2545 / 15:38:13 น. ]
     [ IP Address : 172.16.2.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (คนป่า)

สวัสดีค่ะ  ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่กำลังปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์  เคยปฏิบัติตามแนวคำสอนหลายอาจารย์  หลงทางมาก็มากแล้ว  จนกระทั่งปฏิบัติสติปัฏฐานสี่  พบความอัศจรรย์ที่สุดคือพบความโง่ของตัวเอง  พ้นทุกข์ได้ตามลำดับปัญญาที่เข้าไปรู้ไปเห็นความเป็นจริงในอาการต่าง ๆ ที่ออกมาจากจิต

 จากคุณ : คนป่า [ 3 ก.ย. 2545 / 18:29:03 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (TOM)

-

 จากคุณ : TOM [ 4 ก.ย. 2545 / 14:21:13 น. ]
     [ IP Address : 203.185.80.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (sam4183@hotmail.com)

ขอกราบและอนุโมทนาทุกท่านที่มีจิตรกุศลในลานธรรมแห่งนี้  ที่ได้ช่วยกันให้คนสนใจศาสนาพุทธและศึกษาอย่างจริงจังมากขึ้น  ขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ได้ให้ความรู้ทุกๆท่านมา ณ.โอกาสนี้ด้วยครับ     sam3183

 จากคุณ : sam4183@hotmail.com [ 5 ก.ย. 2545 / 09:28:25 น. ]
     [ IP Address : 202.57.190.2 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (sam3183@hotmail.com)

ขอประทานโทษครับ  พิมพ์ผิดไปเป็นsam4183  เพาะเผลอเลอที่รีบร้อนไป  ทำการกุศลในงานวันประมงน้อมเกล้าที่เมืองทองธารีครับ  กลับมาเปิดดู  โอ้ อนิจาเราทำผิดอีกแล้ว  ที่ถูกคือ sam3183 ครับ  (วศบ ไฟฟ้าสื่อสาร  สนใจทางธรรมมานานแล้วครับ  แต่ความรู้แค่ก่อนอนุบาลครับ)

 จากคุณ : sam3183@hotmail.com [ 5 ก.ย. 2545 / 16:41:34 น. ]
     [ IP Address : 202.57.190.2 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (praves)

เรียนจบทางวิศวกรรมศาสตร์
เคยไปปฏิบัติที่สวนโมกขพลาราม
ศึกษาคำสอนท่านพุทธทาสภิกขุ
หลวงพ่อชา สุภัทโท
และครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น
ตอนบวชได้ฝึกแบบหลวงพ่อเทียน

 จากคุณ : praves [ 6 ก.ย. 2545 / 11:17:14 น. ]
     [ IP Address : 202.183.179.193 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (pawana)

อายุ 49  อาชีพรับราชการ  ระยะเวลาการสนใจธรรมะ
ประมาณ  5  ปี 

 จากคุณ : pawana [ 7 ก.ย. 2545 / 11:17:37 น. ]
     [ IP Address : 202.59.254.101 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (jo-nn)

ผมกำลังเริ่มหรือกำลังสนใจเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมอยู่ครับ ต้องการคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติธรรมกับหลายๆ ท่านครับผม

 จากคุณ : jo-nn [ 7 ก.ย. 2545 / 14:39:54 น. ]
     [ IP Address : 203.113.71.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (aratana)

                ครั้งแรกอ่าน มิลินทปัญหา (ปี 2522) ติดใจ จึงได้ บันทึกแปลความหมาย ย่อ ๆไว้  ตอนนี้กลับไปอ่านดู   สงสารตนเอง จนร้องไห้...จากนั้นศึกษามา ปฏิบัติมาทุกสูตร  หลายสำนัก แม้กระทั่ง ไสยศาสตร์ก็เคย  ทำ.ได้ผลด้วย.
------------------------------------------------------------------------------------------------
              สุดท้าย จบที่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้เป็น มนุษย์ก็เพราะองค์ท่าน รู้อะไรที่เป็น จริง แยกจากมายาได้ ก็เพราะองค์ท่าน ใครจะมาเรียกคืนตัดหัวไปได้เลย.
                                    นอกนั้นถาม ท่าน Nothing

 จากคุณ : aratana [ 7 ก.ย. 2545 / 21:25:18 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.196 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (ใฝ่รู้)

สวัสดีครับ     ท่านพี่ๆทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้  ผมเพิ่งจะได้เข้ามาในลานธรรมแห่งนี้เป็นครั้งแรก จากที่ได้มีผู้แนะนำ  ผมมีเริ่มมีความสนใจที่จะลองเริ่มปฏิบัติดู จากการที่ได้อ่านหนังสือ ทางนฤพาน และหนังสือ วิมุตติปฏิปทา ที่น้องผมได้ให้มา  และได้เห็นว่าท่านทั้งสองที่เขียนหนังสือเล่มนี้ ได้ทำสิ่งที่ดูยากและสับสนให้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นและควรลองปฏิบัติเพื่อผลดีกับตัวเอง เพื่อไม่เสียทีที่ในชาติหนึ่งที่ได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์ในพระพุทธศาสนา 
ผมขอคำแนะนำและฝากตัวกับรุ่นพี่ทุกคนที่อยู่ในลานธรรมแห่งนี้ด้วยครับ

 จากคุณ : ใฝ่รู้ [ 7 ก.ย. 2545 / 22:12:30 น. ]
     [ IP Address : 203.155.227.72 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (pptpbss@hotmail.com)

ยินดีที่ได้มีโอกาสศึกษาธรรมะจากเพื่อนร่วมทุกฃ์ทุกๆท่าน...หากจะมีสิ่งล่วงเกินประการใด...ทั้งที่เจตนาหรือไม่..ทั้งอดีตปัจจุบันอนาคตก็โปรด อโหสิกรรมด้วยนะครับ...
ศึกษาทั้งสายหลวงปู่มั่น..ก.เขาสวนหลวง...เว่ยหล่าง...ฮวงโป...และหลวงพ่อเทียน...ท้ายสุด...ก็บทความท่านสันตินันท์

 จากคุณ : pptpbss@hotmail.com [ 8 ก.ย. 2545 / 20:32:57 น. ]
     [ IP Address : 203.151.39.214 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (ormsin.p)

ชื่อออมครับ  เพิ่งสมัครเป็นสมาชิกใหม่  ฝากตัวด้วยครับผม

 จากคุณ : ormsin.p [ 9 ก.ย. 2545 / 12:52:32 น. ]
     [ IP Address : 202.28.52.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (jick)

สวัสดีค่ะ เป็นนักเรียนปฏิบัติใหม่ ขอฟังด้วยคนค่ะ

 จากคุณ : jick [ 10 ก.ย. 2545 / 07:42:57 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.20 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (sittim)

36 yrs old, married, Bachelor Degree Level, stay in Ramindra Soi 14, Bangkok, working at Thai Photovoltaics Ltd. as Customer Support Supervisor.   Interested in Dhamma and the Lord of Buddha teachings, like reading books, collecting stamps, and have pen friends.

 จากคุณ : sittim [ 10 ก.ย. 2545 / 10:59:34 น. ]
     [ IP Address : 203.170.236.147 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (nothing)

ถูกท่านความคิดเห็นที่ 13 พาดพิง...เลยอดไม่ได้...เข้าลานธรรมพร้อม ๆ กับท่านที่ 13 เกือบปีแล้วครับ...ยอมรับว่าชอบลานธรรมจริง ๆ...ยังยืนยันเหมือนเดิมครับว่า..."ผมไม่ใช่นักปฏิบัติธรรม   เพราะไม่เคยไปปฏิบัติธรรมที่สำนักไหนเลย  เป็นเพียงพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งเท่านั้น"...อ่านแต่หนังสือธรรมะ  แล้วก็ฝึกสติด้วยการกำหนดรู้การเคลื่อนไหวในอิริยาบทสี่ ทำเอาเองที่บ้าน งู ๆ ปลา ๆ ...แล้วก็ฝึกในอิริยบทย่อย เช่นฝึกสติเวลาซักผ้าบ้าง  กวาดบ้านบ้าง ทำกับข้างบ้าง ทานข้าวบ้าง ดื่มน้ำบ้าง บางทีก็วิ่งจ๊อกกิ้งบ้าง ฯลฯ...เพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีภูมิรู้ภูมิธรรมอะไร...แสดงความเห็นใด ๆ ไปก็อย่าได้ถือสากันนะครับ...รักลานธรรมและชาวลานธรรมทุกคนครับ...   

 จากคุณ : nothing [ 10 ก.ย. 2545 / 19:24:57 น. ]
     [ IP Address : 203.113.60.73 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (wsjcoc12220@hotmails.com)

ธรรมสวัสดีครับ
ผมเป็นครูที่ถูกบังคับให้สอนวิชาพระพุทธศาสนาระดับชั้นมัธยมปลาย สอนมา
10 ปีแล้ว  ยังมีความรู้เท่ากับตำราของสำนักพิมพ์ทั้งหลายที่ถูกบังคับให้ใช้
  ครูหมวดวิชาสังคมศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งประเทศไทย  ต้องสอนวิชาพระพุทธศาสนา  โดยไม่มีความรู้จริงๆ  (รู้แจ้ง)  เมื่อถูกนักเรียนซักถามจะตอบไม่ได้
ครูสมควรไปถามพระสงฆ์  หรือนิมนต์พระสงฆ์มาสอน  แต่พระสงฆ์ในท้องถิ่น
คือชาวบ้านที่บวชมานาน (ยังไม่รู้แจ้ง)  แม้แต่กองทัพธรรมกองทัพไทยต้านภัยยาเสพติด   ผลิตพระวิทยากรออกมา  ก็ยังไม่ซาบซึ้งในพระไตรปิฎกมากนัก  ไม่สามารถนิมนต์มาสอนได้ 
            ขอความกรุณาช่วยไขปัญหา
1.  จะสร้างครูผู้สอนพระพุทธศาสนาจริงๆ  ได้อย่างไรจึงจะดีที่สุด
2.  จะหาพระสงฆ์ที่รู้ดีปฏิบัติชอบ มาช่วยสอนพระพุทธศาสนาในโรงเรียนมัธยมศึกษาได้อย่างไร

                                                               ขอบพระคุณ
                                                                      วิทยา

 จากคุณ : wsjcoc12220@hotmails.com [ 10 ก.ย. 2545 / 20:52:36 น. ]
     [ IP Address : 203.152.18.89 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (ดังตฤณ)

ผมยกไปตั้งเป็นกระทู้ใหม่ให้นะครับคุณวิทยา
เป็นคำถามที่น่าช่วยกันคิดครับ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 10 ก.ย. 2545 / 21:03:46 น. ]
     [ IP Address : 202.133.162.117 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (มารกลับใจ)

เคยมีความรู้สึกและการกระทำที่ไม่ดีมากๆในหลายๆเรื่องอยากจะพยายามแก้ไขจากนี้ไปโดยให้มันค่อยเป็นค่อยไปน่ะ

 จากคุณ : มารกลับใจ [ 11 ก.ย. 2545 / 00:30:22 น. ]
     [ IP Address : 203.107.241.25 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (joe265)

คลายเครียดและรับปัญหา
ปัญหาทุกปัญหามีทางแก้

 จากคุณ : joe265 [ 11 ก.ย. 2545 / 12:27:27 น. ]
     [ IP Address : 202.28.27.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (nam-oy)

อยากศึกษาธรรม และนำมาใช้ดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อการดำรงอยู่โดยไม่ประมาท

 จากคุณ : nam-oy [ 11 ก.ย. 2545 / 20:32:32 น. ]
     [ IP Address : 202.44.8.98 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (วิโมกข์ นาคา)

เข้าสู่ธรรมะ ด้วยปาฏิหาริย์  ปฏิบัติแล้วรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่
ขาดไม่ได้เสียแล้ว

 จากคุณ : วิโมกข์ นาคา [ 11 ก.ย. 2545 / 21:54:52 น. ]
     [ IP Address : 203.152.18.65 ]


 ความคิดเห็นที่ 26 : (mong2012)

อาศัยมหาภูตรูปใช้ทำกาย
จิตเดิมไม่มี เหตุสภาวะจึงมี
เหตุสภาวะเมื่อไม่มี จิตก็ไม่มี
บาปและบุญทั้งปวงว่าง เกิดแล้วก็ดับ

 จากคุณ : mong2012 [ 12 ก.ย. 2545 / 12:15:38 น. ]
     [ IP Address : 202.44.73.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 27 : (ณัชร)

เป็นมือใหม่ด้านปฏิบัติมากค่ะ  แต่มีความตั้งใจ  ขอฝากเนื้อฝากตัวกับท่านผู้รู้และผู้เจริญด้วยธรรมทุก ๆ ท่านด้วยนะคะ

 จากคุณ : ณัชร [ 12 ก.ย. 2545 / 16:29:58 น. ]
     [ IP Address : 203.155.117.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 28 : (you)

ผมอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับจิตของคนเรา

 จากคุณ : you [ 13 ก.ย. 2545 / 12:34:00 น. ]
     [ IP Address : 203.185.80.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 29 : (sriariya2)

ผมชื่อเล่นว่า ใหญ่ เรียกว่า ลุงใหญ่ ง่ายดี ผมเป็นผู้มีความรู้ทางด้านการศาสนาค่อนข้างแตกฉาน มีความรู้ด้านธรรมะและได้เขียนหลักการและธรรมะจดลิขสิทธิ์ไว้แต่ยังไม่ได้เผยแพร่ เพราะจะต้องเขียนแบบพิศดารอีก ด้านการปฏิบัติธรรมผมจะนั่งเข้าญาน(วิปัสสนา)เท่าที่นั่งได้ จนบรรลุถึงขั้นมรรคผลเป็นอย่างต่ำ หากท่านใดมีปัญหา หรือไม่เข้าใจในเรื่องธรรมะก็สอบถามผมได้ ผมจะตอบให้ทุกท่านโดยไม่ปิดบัง
                                     ส.อ.เทวฤทธิ์ ทูลพันธิ์

 จากคุณ : sriariya2 [ 13 ก.ย. 2545 / 19:03:51 น. ]
     [ IP Address : 202.57.177.196 ]


 ความคิดเห็นที่ 30 : (sriariya2@thaimail.com)

ข้อคิดเห็นนี้เป็นความตอนหนึ่งซึ่งผมได้เขียนไว้เป็นบางส่วนไม่เคยเปิดเผยให้ใครได้รู้ หากท่านใดได้อ่านแล้วขอจงระลึกเสมอว่ากระผม สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ใดจะนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตมิได้ และผู้ควบคุมกรุณากำชับด้วยครับ
อันบุคคลใดใคร่ถึง(บรรลุ) มรรค ผล ในชั้นคนก็แค่ชั้นหยาบหรือปุถุชนก็ควรจะมีความเข้าใจเสียก่อนว่า มรรคคือหนทาง หรือวิธีการที่จะให้ไปถึง ส่วนผลก็เป็นสิ่งที่เกิดจากมรรค อันนี้เป็นอย่างกว้าง ถ้าอย่างจะให้ท่านเข้าใจเป็นพื้นฐานของการ บรรลุ หรือถึงซึ่งการหลุดพ้นอย่างหยาบก็ต้องอาศัย ข้อศีลทั้งหลายที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ศีล 5,8,10,227 เพียงแต่ท่านทั้งหลายมีความเข้าใจว่าศีลเป็นมรรผลแห่งมรรคผล ถือเป็นทั้งมรรคและผล(อันนี้ควรคิดว่าเป็นมรรคก่อน)ศีลที่มีอยู่เหล่านั้นเป็นช้อฝึกตนเพื่อให้เกิดธรรมะ ฝึกตนให้เกิดความละเอียด ให้เกิดความขยันหมั่นเพียร ฝึกตนเพื่อให้มีการควบคุมความโลภ ความโกรธ ความหลง รวมทั้งอารมณ์และจิตใจ ข้อศีลเป็นข้อยึดถือ ประพฤติปฏิบัติ เป็นเบื้องต้น เหตุเพราะธรรมะเป็นเรื่องยากที่ผู้คนจะเข้าใจและนำไปสู่การหลุดพ้น หากท่านทั้งหลายได้พิจารณาอย่างช้าๆ ก็จะบรรลุถึงมรรคอย่างหยาบ อ่านดูแล้วคงจะเหมือนยากและหน้าเบื่อแต่ความจริงแล้ว การพิจารณาธรรมะเป็นเรื่องสนุกมาก และคงจะต้องมีเรื่องของสมาธิคือการควบคุมตัวเองมาเกี่ยวข้อง ไม่อย่างนั้นก็อาจจะเป็นบ้าไปก็ได้ แต่ถ้าหากรู้จักแบ่งเวลาเพื่อคิดพิจารณา ก็ไม่มีปัญหา ดังนี้ที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นเป็นข้อที่ให้ท่านทั้งหลายได้คิดพิจารณาแล้วก็จะเข้าใจว่าจริงหรือไม่ อนึ่งยังมีวิชชาแห่งการหลุดพ้นอีกสองอย่าง อันได้แก่ วิชชา 3,8 ซึ่งเป็นวิชชาชั้นสูง(อริย)ซึ่งกระผมจะเขียนแบบพิศดารอีกครั้งหนึ่ง
                 ส.อ.เทวฤทธิ์  ทูลพันธ์
                             ร.7 พัน.1 ค่ายกาวิละ ถนนลำพูน ต.วัดเกต
       อ.เมือง  จ.เชียงใหม่ (50000) โทร 053242433
      มือถือ 013667367

 จากคุณ : sriariya2@thaimail.com [ 14 ก.ย. 2545 / 17:57:32 น. ]
     [ IP Address : 202.57.176.78 ]


 ความคิดเห็นที่ 31 : (สารี)

สวัสดีครับเพื่อนพุทธศาสนิกทุกๆคน

 จากคุณ : สารี [ 14 ก.ย. 2545 / 20:11:23 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.162 ]


 ความคิดเห็นที่ 32 : (chanatip)

Hi...My name is Chanantip Kitwiwattanachai. Now I'm a student in America. I want to be one of the Buddhist community krub.

 จากคุณ : chanatip [ 15 ก.ย. 2545 / 00:05:21 น. ]
     [ IP Address : 165.123.164.244 ]


 ความคิดเห็นที่ 33 : (ปาณชู)

เป็นครูแนะแนว

 จากคุณ : ปาณชู [ 15 ก.ย. 2545 / 10:50:55 น. ]
     [ IP Address : 203.185.80.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 34 : (sriariya2@thaimail.com)

เนื่องจากชั่วโมงอินเตอร์เนตที่ได้รับแถมฟรีใกล้จะหมดซึ่งอาจจะไม่มีเงินซื้อเพราะรายจ่ายมากสักระยะหนึ่ง ดังนั้นจึงขออธิบายขยายความเรื่องการบรรลุมรรคผลต่อจากครั้งก่อน  อันว่าศาสนาทั้งหลายนั้นล้วนแล้วแต่มีรากเหง้ามาจากธรรมชาติซึ่งธรรมชาติก็แบ่งเป็น 2 อย่างคือ ลม ฟ้า อากาศ หรือสิ่งที่ไม่มีชีวิต  และบรรดาสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งชั้นต่ำและสูง ในบรรดาธรรมชาติเหล่านี้ ก็จะแบ่งเป็น ธรรมชาติที่ดี และธรรมชาติที่ไม่ดี ,สำรับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ก็เช่นเดียวกันแต่จะแยกแยะรายละเอียดปลีกย่อยออกไปอีกมากเช่น ดีหรือไม่ดีในความคิด ดีหรือไม่ดีในสังคมการเป็นอยู่ร่วมกัน ดีหรือไม่ดีกับใคร สิ่งใด เหล่านี้เป็นต้น แต่ทว่าความที่ดีหรือไม่ดีล้วนแล้วแต่เป็นมรรคและเป็นผลทั้งสิ้น แต่จะเป็นมรรคที่ทุกคนยอมรับหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และจะทำให้ผู้ปฏิบัติหลุดพ้นมากน้อย หรือจีรังยั่งยืนแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังที่กล่าวไปเป็นหลักการในการคิดพิจารณาเบื้องต้น เพื่อจิตใจและอารมณ์จะได้รับการพัฒนา ข้อควรจำควรที่จะอ่านตอนที่แล้วด้วยจีงจะเข้าใจดี                 
              ขอสงวนลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตเว้นแต่จะอ่านในลานธรรมนี้เท่านั้น
                                          ส.อ.เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์

 จากคุณ : sriariya2@thaimail.com [ 15 ก.ย. 2545 / 13:00:39 น. ]
     [ IP Address : 202.57.177.142 ]


 ความคิดเห็นที่ 35 : (sriariya2@thaimail.com)

เนื่องจากชั่วโมงอินเตอร์เนตที่ได้รับแถมมาใกล้จะหมด และอาจไม่มีเงินซื้อเพราะร่ายจ่ายมากสักระยะหนึ่ง ดังนั้นผมจึงขออรรถาธิบายเกี่ยวกับมรรคผลต่อจากคราก่อนเพื่อเป็นแนวทางหรือหลักการในการคิดพิจารณา
อันศาสนานั้นล้วนมีรากเหง้ามาจากธรรมชาติ ซึ่งธรรมชาติจะแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ ลมฟ้าอากาศ หรือสิ่งที่ไม่มีชีวิต และ สิ่งที่มีชีวิตทั้งชั้นสูงและชั้นต่ำ ในบรรดาธรรมชาติทั้ง่หลายก็จะแบ่งเป็น ธรรมชาติที่ดี และธรรมชาติที่ไม่ดี ส่วนในสิ่งที่มีชีวิตก็เช่นกันแต่จะแยกแยะรายละเอียดออกไปได้อีกเช่น ธรรมชาติที่ดีหรือไม่ดีในสายตาหรือความคิด ดีหรือไม่ดีต่อใครหรือสิ่งใด ดีหรือไม่ดีในสังคมการเป็นอยู่ร่วมกัน อย่างนี้เป็นต้น แต่ทว่าความดีหรือไม่ดีเล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นมรรคเป็นผล ซึ่งจะทำให้หลุดพ้นมากน้อย หรือจีรังยั่งยืนเท่าใด ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงกฏหมายหรือข้อบังคับต่างๆ เพราะต้องการให้พิจารณาเป็นการเฉพาะเท่านั้นและกฏหมายฯ ก็เป็นการอยู่ร่วมกันในสังคม หากท่านได้อ่านตอนที่แล้วท่านก็จะเข้าใจและจะรู้ว่าข้อศีล ข้อธรรมเป็นสิ่งที่อยู่กลาง ใช้ขัดเกลาทั้ง่ในระดับต่ำสุดจนถึงสูงสุด และถ้าจะคิดให้ลึกซึ้งท่านก็จะรู้ถึงความรู้สึกของผู้สอนว่าเป็นอย่างไร
      และขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากผม เหตุเพราะในอดีตได้มีผู้นำเอาความคิดหรือปัญญาของกระผมไปใช้โดยไปใส่ชื่อของเขา ว่าเป็นของเขา ปัจจุบันมีกฎหมายรองรับแล้ว จึงเรียนมาเพื่อทราบ
                                          ส.อ.เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์

 จากคุณ : sriariya2@thaimail.com [ 15 ก.ย. 2545 / 13:33:24 น. ]
     [ IP Address : 202.57.177.131 ]


 ความคิดเห็นที่ 36 : (sriariya2@thaimail.com)

อีกความคิดเห็นหนึ่งจากลุงใหญ่(ส.อ.เทวฤทธิ์)
เมื่อได้แนะนำผู้ใฝ่ทางสงบทั้งหลายแล้วในทางทฤษฎีแล้ว ต่อไปก็จะแนะแนวและอธิบายเกี่ยวการนั่งสมาธิ หรือที่เรียกป็นอย่างอื่น สมาธิหมายถึง ความตั้งมั่นแห่งจิตโดยใช้สิ่งใดๆเป็นข้อยึดเหนี่ยว หลักการในการทำสมาธินั้นถ้าจะอธิบายอย่างง่ายๆ ก็คือ การทำจิตใจให้สงบ โดยใช้สิ่งใดเป็นข้อกำหนด รวมความแล้วการอ่านหนังสือก็เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งแต่ใจจะสงบหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นการทำสมาธิคือการที่ไม่คิดสิ่งใด คือการควบคุมความคิดสมองจิตใจให้มั่นคงเหมือนกับการนอนหลับแต่การทำสมาธิจะต้องใช้อะไรบางอย่างเป็นเครื่องยึด เช่น พุทโธ
ยุบหนอพองหนอ หรืออื่นๆ ซึ่งที่กล่าวไปนี้เป็นการฝีกจิตขั้นพื้นฐาน ก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นที่สูง และขณะทำสมาธิห้ามมิให้กำหนดเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้เพราะว่าเป็นการใส่ข้อมูลการปรุงแต่งให้กับสมอง อันอาจการนำไปสู่ความบ๊อง ความบ้าได้ สรุปแล้วการทำสมาธิ ก็คือการควบคุมร่างกาย(รวมทั้งภายในและภายนอก)
จะต้องไม่คิดสิ่งใดเงียบสงบคล้ายการนอนหลับ นอกเหนือจากที่กล่าวเรียกว่าการปรุงแต่ง อนึ่งอาจมีผู้สงสัยว่า การทำสมาธินี้เป็นการปฏิบัติธรรมในข้อใด กระผมก็จะขอกล่าวไว้เลยว่า การทำสมาธิ เป็นการปฏิบัติธรรมในข้อ อิทธิบาท 4 ,และอนูโลมในข้อ พรหมวิหาร 4 ,ฯ
ดังที่ได้กล่าวไปแล้วเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้น และขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย
                                                          ส.อ.เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์

 จากคุณ : sriariya2@thaimail.com [ 15 ก.ย. 2545 / 14:04:27 น. ]
     [ IP Address : 202.57.177.131 ]


 ความคิดเห็นที่ 37 : (degdoi)

สวัสดีครับ ผมได้อยู่อาศัยกับผู้ปฏิบัติมานาน แต่พึ่งจะเริ่ม การปฏิบัติ ครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ

 จากคุณ : degdoi [ 15 ก.ย. 2545 / 22:02:54 น. ]
     [ IP Address : 202.22.37.239 ]


 ความคิดเห็นที่ 38 : (mungketglang)

ชื่อ ไมตรี แปลว่าเพื่อน หรือกัลยาณมิตร
ยังเป็นผู้ใหม่ในธรรม แต่ก็ใคร่ศึกษาและปฏิบัติธรรมครับ

 จากคุณ : mungketglang [ 17 ก.ย. 2545 / 12:46:54 น. ]
     [ IP Address : 202.183.228.67 ]


 ความคิดเห็นที่ 39 : (ประเวศ)

ข้าพเจ้า เป็นผู้ที่กำลังศึกษาและประพฤติธรรมเพื่อออกจากทุกข์ 
ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่ เกิดจากมีทุกข์ใจ จึงศรัทธาและศึกษา
เริ่มในแนวทางปฏิปทาพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ 

(แม่บอกว่า เมื่อข้าพเจ้ายังเล็ก
เคยพาข้าพเจ้าไปกราบหลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล นับเป็นบุญอย่างยิ่ง) 

ข้าพเจ้าเคยไปศึกษาและปฏิบัติที่วัดหนองป่าพง
สวนโมกขพลาราม วัดสนามใน วัดป่าสาลวัน 
ในแนวทาง อานาปานสติ และการดูความคิดแนวหลวงพ่อเทียน

วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ คนจะล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร

พระสุปฏิปันโนสงฆ์ ที่สอนธรรม เทศนาให้เรา สงบทางจิต  สว่างทางปัญญา
(เช่น ฟัง พิจารณา จนพบบางอย่างที่ฉุกคิด ฉุกใจ กระตุกให้ตื่น)
เป็นผู้มีพระคุณต่อเรามากเกินพรรณนา

สาธุในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

 จากคุณ : ประเวศ [ 18 ก.ย. 2545 / 09:22:52 น. ]
     [ IP Address : 202.183.179.145 ]


 ความคิดเห็นที่ 40 : (ไม้น้ำ)

จบด้านคอมพิวเตอร์และธุรกิจ
เพิ่งสนใจปฎิบัติเร็วๆนี้ เมื่ออ่านหนังสือหลวงตามหาบัว
ปัจจุบันกราบหลวงพ่อวิริยังค์เป็นพระอาจารย์ แต่ก็เคารพพระอาจารย์ที่ปฎิบัติชอบทุกท่าน ศึกษาแนวพุทโธ
รู้น้อยด้อยปัญญากว่าคนอื่นๆ
จึงขอฟังด้วยคน

 จากคุณ : ไม้น้ำ [ 18 ก.ย. 2545 / 14:11:34 น. ]
     [ IP Address : 10.0.64.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 41 : (olala)

สวัสดีครับ  ผมขอฝากตัวด้วยนะครับ   ชอบสนใจเกี่ยวกับ
เรื่องธรรมะช่วยแนะนำสั่งสอนด้วยนะครับ   ตอนนี้กำลังเรียนวิศวะลาดกระบังอยู่ครับ 
   email : olala01@hotmail.com
   icq      :162182464

 จากคุณ : olala [ 20 ก.ย. 2545 / 17:29:56 น. ]
     [ IP Address : 161.246.1.33 ]


 ความคิดเห็นที่ 42 : (เด็กโง่)

เป็นผู้มาใหม่ยังไม่แน่ใจว่าจะถึงจุดหมายหรือไม่ แต่ก็พยายามอย่างที่สุดเพื่อนำไปสู่วิมุตติ หวังจะได้รับความกรุณาและคำแนะนำจากผู้ที่เดินผ่านทางมาบ้างแล้วครับ

 จากคุณ : เด็กโง่ [ 20 ก.ย. 2545 / 18:08:36 น. ]
     [ IP Address : 203.151.227.200 ]


 ความคิดเห็นที่ 43 : (pongtheptbpi)

สวัสดีครับพี่ๆทุกคน ผมอายุ24ปีความรู้และประสบการณ์น้อยมาก ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทแห่งหนึ่ง มีพี่ที่บริษัทแนะนำให้อ่านทางนฤพานอ่านแล้วเกิดความสนใจทางพุทธรรมแต่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ผมเหมือนต้องเริ่มจากศูนย์ รบกวนพี่ทุกคนช่วยแนะนำด้วยนะครับ
         จาก  ผู้รู้น้อย

 จากคุณ : pongtheptbpi [ 21 ก.ย. 2545 / 10:26:30 น. ]
     [ IP Address : 202.44.2.23 ]


 ความคิดเห็นที่ 44 : (202.44.2.23)

ท่านใดมีข้อมูลเรื่องการใส่บาตรน้ำผึ้งกรุณาชี้แจงเป็นธรรมทานด้วยครับ
pongtheptbpi@thaimail.com   ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

 จากคุณ : 202.44.2.23 [ 21 ก.ย. 2545 / 10:45:25 น. ]
     [ IP Address : 202.44.2.23 ]


 ความคิดเห็นที่ 45 : (พงศ์เทพ/ผู้รู้น้อย)

ขอโทษครับลืมใส่ชื่อผู้ขอความรู้เรื่องการใส่บาตรน้ำผึ้ง  ผมชื่อพงศ์เทพครับ
pongtheptbpi@thaimail.com  ขอรบกวนทุกคนด้วยนะครับ

 จากคุณ : พงศ์เทพ/ผู้รู้น้อย [ 21 ก.ย. 2545 / 10:50:41 น. ]
     [ IP Address : 202.44.2.23 ]


 ความคิดเห็นที่ 46 : (aspapai@thaimail.com)

สนใจเรื่องธรรมะแต่ไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งได้เข้ามาอ่านในลานธรรมรู้สึกว่ามีประโยชน์มากได้ความรู้หลากหลายอ่านแล้วสบายใจค่ะ ความทุกข์แต่ละคนไม่เหมือนกันต่างก็อยากให้หลุดพ้นคนที่ทำใจได้ก็นับว่าเป็นบุญแต่บางคนก็ยังทำใจไม่ได้ หนูก็เป็นคนหนึ่งค่ะบางครั้งก็ทำใจได้บางครั้งก็อยากให้คนที่มันทำร้ายครอบครัวของเราได้รับผลที่มันทำ ไม่อยากเห็นหน้ามัน โกรธ เกลียด แต่บางครั้งพยายามระงับจิตใจได้บ้าง ขอขอบคุณทุกท่านในลานธรรมถ้ามีข้อแนะนำช่วยบอกด้วยนะค่ะ

 จากคุณ : aspapai@thaimail.com [ 23 ก.ย. 2545 / 11:22:55 น. ]
     [ IP Address : 190.150.1.182 ]


 ความคิดเห็นที่ 47 : (Somboon)

สวัสดีครับ
นั่งอยู่แถวหลังมานาน  ถึงตอนต้องลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองบ้าง
น้องชายผมคนหนึ่งบอกว่า " ทุก ๆ วัน เขาเลิกบุหรี่ได้วันละหลาย ๆ ครั้ง "
ผมเองก็เหมือนกัน " ผมเดินทางถูกมาหลายวิธีแล้ว  และก็กำลังจะถูกอีกวิธีหนึ่ง " 
ตอนนี้สนใจธรรมะในแนวของ อ. สุจินต์ บริหารวนเขตต์ มากเป็นพิเศษ
ท่านใดมีคำแนะนำเป็นพิเศษช่วยแนะนำด้วย
ถ้าใครคิดว่าผมสามารถช่วยเหลือทางใดได้ก็แจ้งมา  โดยเฉพาะเรื่องธรรมะนี่  ขอแยมด้วยคน
สมบูรณ์ somboont@clickta.com  somboont@hotmail.com


 จากคุณ : Somboon [ 23 ก.ย. 2545 / 15:15:18 น. ]
     [ IP Address : 202.133.131.67 ]


 ความคิดเห็นที่ 48 : (folk)

ขออนุโมทนาในกุศลจิต ของทุกท่านที่ใฝ่หาทางสู่สงบ
กระผมก็เช่นกัน ที่ปราถนาความสงบสุข จึงได้ปลีกวิเวก มา ลานธรรมเสวนา

 จากคุณ : folk [ 24 ก.ย. 2545 / 16:22:53 น. ]
     [ IP Address : 203.170.191.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 49 : ( koobhon@yahoo.com)

ขอกราบนมัสการอาจารย์นายแพทย์กำพล  พันธุ์ชนะพอนึกถึงความเพียรของท่านแล้วทำให้อุปสรรคที่มีอ่อนกำลังลง    ล้มแล้วล้มอีกก็กำไรชีวิต   ดีอย่างไม่ศรัทธาความท้อแท้

 จากคุณ : koobhon@yahoo.com [ 24 ก.ย. 2545 / 16:35:05 น. ]
     [ IP Address : 203.170.191.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 50 : (parinyaa@shinee.com)

ชื่อปริญญา  สนใจอยากปฏิบัติธรรม  แต่ยังไม่ไปถึงไหน  นั่งสมาธิทีไร  ถ้าไม่ฟุ้งซ่านมากก็ตกภวังค์  หยุดไปก็บ่อย  มาครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจจาก"ทางนฤพาน"ของคุณดังตฤณ  ว่าจะพยายามปฏิบัติให้ได้นานที่สุดจนกว่าจะท้อ  ไม่รู้ว่าถ้าท้อคราวนี้ "ทางนฤพาน"จะช่วยได้อีกรอบหรือไม่

อย่างไรก็แล้วแต่  ต้องขอขอบคุณคุณดังตฤณมากๆเลยครับที่สร้างสรรค์ผลงานนี้ออกมา  หลายๆคนอาจได้รับแรงบันดาลใจไปจนถึงปลายทางที่ใฝ่ฝันกัน  แต่บางคนอาจไปสะดุดยอดหญ้า หกล้มหกลุกอยู่ข้างทาง  ก็ได้แต่หวังว่าตัวผมเองจะเดินไปให้ได้ไกลที่สุดก่อนจะหกล้ม 

สุดท้ายนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวกับชาวลานธรรม  และคุณดังตฤณด้วย

 จากคุณ : parinyaa@shinee.com [ 25 ก.ย. 2545 / 21:55:46 น. ]
     [ IP Address : 202.57.178.222 ]


 ความคิดเห็นที่ 51 : (ดังตฤณ)

เอาใจช่วยครับคุณปริญญา
อยากให้อ่าน มหาสติปัฏฐานสูตร ดูด้วยนะครับ
น่าจะมีส่วนง่ายที่ช่วยประคองได้นานๆบ้าง

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 26 ก.ย. 2545 / 07:15:22 น. ]
     [ IP Address : 202.133.160.187 ]


 ความคิดเห็นที่ 52 : (บัวในตม mali1163@hotmail.com)

มาตามลิงค์ครับ  น้องใหม่ครับฝากตัวและช่วยชี้แนะด้วยยังปฏิบัติได้ไม่ดีนักแต่ก็จะปฏิบัติไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่การปฏิบัติก็คล้ายกับคุณparinyaa แต่ก็จะเป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่านที่สนใจในพุทธศาสนา ตามความคิดของตัวเองคิดว่าศาสนาพุทธเป็นสิ่งสุดในการที่จะนำให้ชีวิตเราที่เกิดมาให้ทุกข์น้อยที่สุด ยังเสียดายเวลาที่ผ่านมา เสียดายชาติที่ผ่าน  ท้อแต่อย่าถอย  ถอยแต่อย่าถอน 

 จากคุณ : บัวในตม mali1163@hotmail.com [ 26 ก.ย. 2545 / 19:59:07 น. ]
     [ IP Address : 203.113.45.68 ]


 ความคิดเห็นที่ 53 : (นิพพไท )

ผมเอง เข้าลานธรรมมาหลายปีเหมือนเป็นครอบครัวสายใยผูกพันทางจิตวิญญาณ บางครั้งผมใช้ชื่อ นิพโย เคยฝึกปฏิบัติสมาธิมานานหลายปี
หลายพระอาจารย์ และบำเพ็ญคุณธรรมหลายสาย และเหมาะกับจริตตนเอง
บางครั้ง เข้า websiteบ่ได้ และ link website
                    www.kammatthana.com จึงสลับดูทั้ง 2 website
เพราะแต่ก่อนที่ฝึกธรรมะใหม่ๆ คือ สายหลวงปู่มั่น และหลวงตามหาบัว พระอาจารย์ที่ผมเคยฝึกธรรมสมาธิกับท่านคือ พระอาจารย์มหาถาวร แห่งวัด
ปทุทวนาราม หน้ากรมตำรวจ เมื่อก่อนผมเคยทำงานอยู่บริษัท คอมพิวเตอร์
ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งทีกรุงเทพ แถว ถนนพัฒนาการและเข้าพรรษาปี 2537
จึงให้บริ ษัทอนุญาติออกบวชพระ 1 พรรษาแล้วกลับเข้าทำงานที่เดิม
พอที่นี้ เกิดวกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ จึงลาออกจากบริษัทกลับมาช่วยงานทางบ้านครอบครัว ที่จังหวัดอุบลราชธานี เรื่อยๆมาถึงปัจจุปันนี้ ส่วนการปฏิบัติธรรม
ก็ปฏิบัติเรื่อยๆ สงบ บ้างไม่สงบบ้าง แล้วแต่เวลา แต่ส่วนมากสงบมีสติตลอด
และรู้บางสิ่งบางอย่างมหัศจรรย์อันเร้นลับ ธรรมชาติ ผมจึงสนใจศาสนามาก
หาก มีใครชวนก็เข้าอบรมเรียนรู้สถานที่ต่างๆ ทั้ง ศาสนา ไทย อินเดีย จีน ญี่ปุ่น
อเมริกา ทีมาเผยแพร่ แต่หลักผมปฏิบัติตามหลักพุทธ แต่ผสมกลมคำสอนแนะนำ
แต่ละศาสนาทั้งหลายที่ดีดี เข้าด้วยกัน การปฏิบัติศาสนา รู้เห็นได้จากการปฏิบัติ
ด้วยตนเอง คนอื่นอาจะเห็นกับเราตรงหรืออาจไม่เห็นด้วยกับเราก็ได้ คือได้มรรคผล จากการปฏิบัติคุณธรรม แต่มิได้ผลจากการเอา แต่ ถาม ถาม ถาม ถาม  ถาม
แล้ว ผู้รู้ผลจากการปฏิบัติ มีเมตตา เอา แต่ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ  ตอบ
เหมือน ลูกศิษย์ ถามพระอาจารย์  ซึ่ง ลานธรรม ปฏิบัติหน้าทีตรงนี้ ได้ดีมาก มาก
ผมเองก็ยังต้องปฏิบัติธรรมเรื่อยๆ กว่าจะตายจากโลกก้ออีกนาน และแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์การปฏิบัติธรรมให้ความรู้ ระหว่างญาติธรรมและคนที่สนใจ หาก
คุย กับผม ได้ที่ tel 045 - 316587 หรือ email :majurat098@maildozy.com
ส่วน website ยังบ่มี หากใครมีเงินเหลือใช้ หากจะบริจาคให้ผมก้อจะเป็นพระคุณอย่างสูง  ตอนนี้ ญาติธรรม ชาวอุบล คนบ้านผม ประสบภัยน้ำท่วม ใครใจบุญ
ช่วยบริจาคปัจจัย ทรัพย์สิน ข้าวของเครื่องใช้ อุปโภค บริโภค ผ่านทางผมก้อได้
หากเป็นเงินช่วยส่ง เอกสาร   หลักฐานครั้งแรกด้วย ตอนนี้อุบลน้ำท่วมหนักมาก
ญาติๆผมเดือดร้อนมาก หากได้มากส่งให้ร่วมกับทางจังหวัดอุบล และจังหวัดอื่นๆ
ด้วย หรือหน่วยงานใด ให้ผมช่วยก็บอกมาเด้อ เป็นการบำเพ็ญทานบารมีอีกด้วย
ร่วมด้วยช่วยกัน สังคมไทยมีน้ำใจ เมตตา ป้องกันภัยน้ำ ท่วม
   ผมเองพยามชวนญาติปฏิบัติธรรม เพื่อความรู้จริง จากธรรมชาติให้ตรงกัน
ซึ่งแล้วแต่วาสนา บุญเก่าแต่ละคนด้วย บางคน เห็น บางคน ไม่ห็น ธรรมะเป็น
กลาง และ ควรพิสูจน์ด้วยตนเอง เชื้อเชิญปฏิบัติพิสูจน์ด้วยตนเอง แล้วจะพบ
สัทธรรมคำสอน แนะนำ ของพระพุทธองค์เป็นจริงไม่มากและก็ไม่น้อย ยั่งยืน
สถาพรคู่โลกธรรมชาติอีกนานถาวร หากมีผู้สนใจอย่างจริงจัง และปฏิบัตตาม
อย่างเคร่งครัดในคำแนะนำ
                                                          นิพพไท    ธรรมะศาสดาชาติ สันติ

 จากคุณ : นิพพไท [ 27 ก.ย. 2545 / 18:25:27 น. ]
     [ IP Address : 203.154.132.226 ]


 ความคิดเห็นที่ 54 : (ถึกไท)

สวัสดีครับ คงไมม่โพสอะไรมากเพราะชอบอ่านครับ และอีกอย่าง ไม่มีความรู้เลย

 จากคุณ : ถึกไท [ 28 ก.ย. 2545 / 01:54:01 น. ]
     [ IP Address : 158.108.8.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 55 : (jar)

อายุ 27 ปี เพศหญิง สนใจเริ่มศึกษาธรรมะ จากที่เข้าโต๊ะห้องสมุดที่พันทิพเพื่อไปดูกระทู้เรื่องหนังสือ-การศึกษา แล้วได้พบกับกระทู้ธรรมะที่น่าสนใจ
จนตอนนี้ตั้งมั่นที่จะศึกษาควบคู่กับการเจริญสติปัฏฐานสี่และการนั่งสมาธิเพื่อไปให้ถึงฝั่งคือนิพพานในสักวันหนึ่ง....แต่ขออกตัวว่า...ยังอีกไกลเหลือเกิน...กับระยะทางที่ยังอีกไกลและมีขวากหนามมากมายนี้   ขอฝากตัวให้พี่ๆน้องๆในนี้ช่วยตบๆให้ดิฉันเดินตามรอยนิพพานให้ถูกต้องด้วยเถิดค่ะ 

 จากคุณ : jar [ 28 ก.ย. 2545 / 02:15:30 น. ]
     [ IP Address : 203.146.130.143 ]


 ความคิดเห็นที่ 56 : (มิตร)

สนใจธรรมะโดยเฉพาะการทำสมาธิ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการดำรงชีวิต มิใช่ใช้ชีวิตอย่างโง่เขลาอันเกิดจากความไม่รู้ เเต่ไม่คาดหวังว่าจะต้องหลุดพ้นจากกิเลสซะทีเดียว

 จากคุณ : มิตร [ 28 ก.ย. 2545 / 17:10:22 น. ]
     [ IP Address : 203.146.12.29 ]


 ความคิดเห็นที่ 57 : (หูตั้ง)

เพิ่งจะเริ่มต้นศึกษา ตอนนี้ยังรู้น้อยมาก และยังอยากรู้อีกมาก เริ่มหัดปฏิบัติตามแนวที่ ที่นี่เรียกว่า พอง-ยุบ จุดมุ่งหมายในการปฏิบัติคือ เพื่อที่จะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้ กลไกของอารมณ์ และความคิดของตัวเอง จะได้ทุกข์น้อยลง และมีความสุขตามสมควรแก่อัตภาพ

 จากคุณ : หูตั้ง [ 29 ก.ย. 2545 / 01:22:01 น. ]
     [ IP Address : 137.149.246.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 58 : (เรวัตตะ)

สวัสดีครับ
กลับมาอีกครั้งครับ  เครื่องเสียไปนาน  เพิ่งไปซ่อมมาใหม่ครับ
คิดถึงทุก ๆ ท่านครับ

 จากคุณ : เรวัตตะ [ 30 ก.ย. 2545 / 00:30:24 น. ]
     [ IP Address : 203.113.44.84 ]


 ความคิดเห็นที่ 59 : (โค่โร่)

ผมเพิ่งจะเข้ามาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องธรรมครับ
โดยที่มีความรู้สึกศรัทธาตามแนวทางของหลวงพ่อเทียน
รบกวนขอความกรุณาท่านทั้งหลายช่วยแนะนำด้วยครับ
ขอบพระคุณมากครับ

 จากคุณ : โค่โร่ [ 30 ก.ย. 2545 / 20:49:22 น. ]
     [ IP Address : 203.107.136.173 ]


 ความคิดเห็นที่ 60 : (www.niyom20.com)

ผมเป็นชาวพุทธ  แต่มีความเห็นไม่ตรงกับชาวพุทธทั้งหลาย
พระพุทธเจ้าท่านสอนดีและถูก  แต่สาวกทั้งหลายสอนไม่ตรงกับท่านคือสอนผิดไปจากท่าน
ผมชอบเข้าไปที่
www.2475.com
http://www.pantip.com/cafe/library/?url=link/
กรุณาอ่านความเห็นดูได้  และพร้อมที่จะให้เหตุผล
นิยม

 จากคุณ : www.niyom20.com [ 1 ต.ค. 2545 / 03:36:53 น. ]
     [ IP Address : 203.113.57.38 ]


 ความคิดเห็นที่ 61 : (ให้ หาเหตุ)

บางครั้ง ผมมีความเห็นว่า สันติ สงบ อุเบกขา สันโดษ ไม่ใช่เรื่องที่จะให้พุทธศาสนิกตามที่ตนอ้างว่าเป็นทำให้เราไม่รู้จักตนเอง ผมเป็นปีศาจคาบคัมภีร์เพราะมีหลายครั้งที่ต้องไปสั่งสอนคนให้เขามีแต่ความสุขความเจริญ แต่ตนเองยังทำไท่ได้ ทั้งๆที่รู้ว่าเพราะอะไร จึงยังเป็นปีศาจคาบคัมภีร์อยู่จนทุกขณะนี้
นมัสเต

 จากคุณ : ให้ หาเหตุ [ 1 ต.ค. 2545 / 18:24:20 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.170 ]


 ความคิดเห็นที่ 62 : (sailungwan@hotmail.com)

เราเป็นนักศึกษา เรายังติดข้องในกิเลสตัณหา เราอาจจะเบียดเบียนตัวเองอยู่ แต่เราตั้งใจจะไม่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
เราเคยนำเสนออะไรดีๆในกระทู้pantip
ผู้สนใจเชิญติดตามที่http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P1791557/P1791557.html
หากท่านจะชี้แนะเรา ส่งอี-เมล์มาได้

 จากคุณ : sailungwan@hotmail.com [ 4 ต.ค. 2545 / 03:46:40 น. ]
     [ IP Address : 202.28.26.121 ]


 ความคิดเห็นที่ 63 : (ศิษย์พระป่า)

ขอแจ้งเปลี่ยนไปใช้เบอร์อี-เมล์ ใหม่  , ส่วนเบอร์เดิมยังคงใช้อีกระยะหนึ่ง,  ถ้าท่านใดอยากติดต่อ  หรือท่านที่ติดต่ออยู่แล้วเป็นประจำ ขอให้ใช้เบอร์ใหม่ ต่อไปนี้
  ....
                    watsumter@yahoo.com

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 4 ต.ค. 2545 / 12:03:51 น. ]
     [ IP Address : 216.218.83.184 ]


 ความคิดเห็นที่ 64 : (ภัทร)

ปัจจุบันผมยังยึดอาชีพเป็นสถาปนิก ตั้งแต่จบจาก พระจอมเกล้าลาดกระบัง ปีการศึกษา 2526 สมัยเรียนเป็น "นักเลงสุรา" เป็นสิ่งที่ "ความเห็นผิด" ในสมัยนั้นภาคภูมิอก ภาคภูมิใจมาก
ปี 2527 จบการศึกษามา พอดีเป็นปีเดียวกับปีที่คุณลุงของผมปลดเกษียณ (อายุ 60 พอดี) ท่านบอกผมว่า "เรียนจบแล้วยังไม่ได้ทำงาน ปีนี้ลุงเกษียณพอดี บวชให้ลุงสักพรรษาได้ไหม"  ไม่รู้นึกอย่างไรจำไม่ได้ แต่ตอบตกลงทันทีเป็นที่น่าประหลาดใจมาก เพราะการตัดสินใจที่รวดเร็วมากขัดกับพฤติกรรมให้ช่วงนั้นโดยสิ้นเชิง
คุณลุงดีใจมากจัดแจงเตรียมงานบวชอย่างมีความสุข(ลืมบอกไปครับ คุณลุงพี่คุณพ่อ แก่โสดไม่ได้แต่งงาน) ติดต่อที่วัดบวรฯ วัดที่ๆ ท่านและคุณพ่อผมเคยบวช และไปทำบุญอยู่เสมอๆ
ผมไปบอกเพื่อนฝูงว่าจะบวช เข้าพรรษา ไม่ค่อยมีคนเชื่อเท่าไร  แต่เราตั้งใจไว้ลึกๆ ว่าถ้าเป็นพระ จะพยายามทำหน้าที่พระใหม่ให้ดีที่สุดตามความสามารถที่ตนมี
วันที่ 8 ก.ค. 2527 เวลา 17.10น. การเข้าพิธีอุปสมบถ ที่พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศน์วิหาร บางลำภู โดยมี เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร  เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านเจ้าคุณพรหมมุนี(พระอมรโมลีในสมัยนั้น) พระคุณเจ้าท่านบวชเณรพร้อมคุณพ่อผม เป็นพระกรรมวาจาจารย์  ขณะที่ผมบวชอยู่ก็ถือธุดงค์อยู่หลายข้อ เว้นที่โหดๆ คือ ถืออยู่ป่า,อยู่โคนไม้,อยู่กลางแจ้ง,อยู่ป่าช้าแล้วก็ เนสัชชิกังคะ เพราะกำลังใจยังไม่กล้าแข็งพอ  บวชเรียนอยู่ ประมาณ 4 เดือน  นับว่าเป็นการปูพื้นฐานที่ดีมากสำหรับชีวิต ลาสิกขามาช่วงต้นเดือน พ.ย. 27 จังจำได้ชัดว่าลึกๆ ในใจไม่อยากสึกเท่าไหร ช่วงที่พระพรหมมุนีท่านดึงสังฆาฏิออก รู้สึกใจมันหายแว๊บเลย
พอกลับมาเป็ฆาราวาส ได้ไม่นานนักก็ทนกระแสกิเลสตัณหา แรงวิบากกรรมไม่ไหวกำลังใจลดลง กลับไปเป็นนักเลงสุราอีก มีศีลที่คงเหลืออยู่แน่ ก็คือข้อแรกเว้นจากการฆ่าสัตว์เท่านั้น ยุงไม่ตบใช้เป่าเอา เจตนาฆ่าไม่มีครับ เว้นได้เด็ดขาด
ปี 2531 แต่งงาน โชคดีได้ภรรยาสนใจธรรมะ ชักชวนเราไปทำบุญอยู่สม่ำเสมอ
ครูบาจารย์ที่ไปกราบอยู่บ่อยๆ ก็มี สมเด็จพระญาณสังวร (สมเด็จพระสังฆราชฯ) หลวงพ่อพุธ ฐานิโย  หลวงตามหาบัว หลวงปู่จันทร์โสม วัดป่านาสีดา หลวงปู่ท่อน พระอาจารย์เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป วัดอรัญวิเวก  หลวงปู่สังข์ วัดป่าอาจารย์ตื้อ แม่งแตง เชียงใหม่ ที่ใกล้ชิดหน่อย ก็หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ได้มีโอกาสออกแบบหอพระเพื่อใช้ประดิษฐานพระรูปหุ่นไฟเบอร์ของหลวงปู่  แล้วก็ ท่านพระอาจารย์นพพร อาทิจฺจวํโส เชียงดาว องค์นี้ท่านเมตตาให้ผมได้มีโอกาสออกแบบเจดีย์ใหญ่ 1 องค์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  โดยมีเจดีย์บริวารอีก 80 องค์ บรรจุพระธาตุพระอสีติมหาเถระ อยู่โดยรอบ (แบบร่างเพิ่มเสร็จ)
ปี 2540 มีเหตุให้เลิกดื่มสุราอย่างถาวร เนื่องจากได้นิมนต์หลวงปู่เหรียญ  มาฉันภัตตาหารที่บ้าน วันที่15 ธ.ค. ก่อนหน้านั้น 2 วัน ขับรถเมาหลับใน ไปชนท้ายรถแท๊กซี่อย่างจัง ไม่ได้เบรคเลย ความเร็วประมาณ 80 -90 เห็นจะได้(ดูจากรอยที่ลากรถแท๊กซี่ติดไปกับรถเราประมาณ 50 เมตร พวงมาลัยพับเลย กระจกหน้าแตก แท๊กซี่ป้ายทะเบียนหลังเกือบจะไปติดกับเบาะหน้าโชคดีไม่มีใครอยู่ในรถแท๊กซี่ เพราะจอดอยู่ข้างทางกำลังจะเปลี่ยนยาง รถผมเป็นรถ โฟร์วีล กันชนเป็นเหล็กท่อนใหญ่และรถสูงหน่อย ทำให้ชนส่วนที่นิ่มๆ หน่อยของรถเก๋ง) ผมไปนอนให้แพทย์ตรวจร่างกาย 1 คืน ไม่เป็นอะไรเลย มีแต่แผลเท่ารอยแมวขวนมีหน้าผาก และที่คางสีกับพวงมาลัย  X-ray ตรวจเลือด ไม่พบสิ่งผิดปกติเนื่องจาก อุบัติเหตุ
วันจันทร์ที่ 15 หลวงปู่เหรียญมา ฉันเสร็จท่านก็ให้ธรรมะ ผมจำท่านเทศน์ได้ชัดเจนเม่นยำ  2 ประโยคดังนี้  "ดีแล้วนะ ที่เป็นชาวพุทธแล้วรู้จักทำบุญเพราะคนเรานี้อยู่ได้ด้วยบุญ   ถ้าหากเราไม่มีบุญแล้วอยู่ไม่ได้เลย"  ถัดมาวันที่ 17 ผมขับรถ(อีกคันนึง)ลงทางด่วนบางนา ทางเดิมที่กลับบ้าน ทางมันเลี้ยวไปเลี้ยวมา มีกองวัสดุก่อสร้างมายมาก มีแท่งคอนกรีตกั้นทางต่างๆ อยู่มาก (เพราะช่วงเวลานั้นกำลังก่อสร้างทางยกระดับ บางนา - ชลบุรี อยู่)  จิตระลึกถึงว่าวันที่เกิดอุบัติเหตุเรามิได้เป็นภาพเหล่านี้เลย มองไปก็วูบไป กำลังเสียวๆ อยู่ก็มีเสียงหลวงปู่ขึ้นมา "ดีแล้วนะ ที่เป็นชาวพุทธแล้วรู้จักทำบุญเพราะคนเรานี้อยู่ได้ด้วยบุญ   ถ้าหากเราไม่มีบุญแล้วอยู่ไม่ได้เลย" ระยะทางจากที่ลงทางด่วนถึงบ้าน ประมาณไม่เกิน 10 นาที จิตเดินพิจารณาเรื่อยๆ ๆ  จนลงใจ "เราต้องเลิกกินเหล้า" จอดรถที่บ้านเปิดประตูลงจากรถเดินไปบอกภรรยาว่า "พี่ตัดสินใจเลิกกินเหล้าแล้ว" ตอนนั้นเขาคงคิดว่ามาพูดเอาใจเขาเสียกระมัง (เพราะปกติอาทิตย์ละ 4 -5 วันเมากลับบ้านหลังเที่ยงคืนตลอด) ตั้งแต่วันนั้น...ถึงวันนี้มั่นใจแน่นอนว่าไม่มีทางกลับไป"นักเลงสุรา"เป็นอย่างเดิมได้อีก
หลังจากนั้น เศรษฐกิจก็เริ่มแย่ลงอย่างหนัก ฟองสบู่แตก บริษัทของตัวเองก็ยำแย่ จากมีรายได้มากพอประมาณใช้ฟุ่มเฟือย รูดลง ๆ รายได้ถูกตัดเนื่องจากลูกค้าล้มหายไปด้วยภาวะเศรษฐกิจบีบคั้น ก็ทนทำมาเรื่อย มีพนักงานอยู่ 10 คน รายจ่ายต่อเดือนประมาณ 2 แสนกว่า สภาพบริษัท เหมือนคนนอนหายใจรวยริน เลือดก็ไหลไม่หยุด ตายก็ไม่ตาย หายก็ไม่หาย เริ่มเห็นความเป็นจริงของธรรมชาติมากขึ้นแต่ยังหาทางออกที่แท้จริงไม่ได้ ขายรถ Lexus ไป 1 คัน (เอารถ Suzuki Caribian ที่ซื้อมาแต่งเล่นมาใช้แทน ทำให้นึกถึงคำว่า "สูงสุดคืนสู่สามัญ" แต่ก็โชคดีที่ไม่คิดอะไรมาก คิดแก้เหตุเฉพาะหน้าเท่านั้น เลยรอดตายมาได้)  จ่ายเงินเดือนได้ไม่กี่เดือน หาทางทุกทางขนาดไปเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว เอาพนักงานเขียนแบบ เลขา รวมทั้งสถาปนิก หมุนเวียนไปช่วยกับขายช่วยกันทำ(ขายดีนะ ได้วันละตั้งหมื่นกว่า) พอหารายได้มาสมทบได้บ้าง ลูกน้องก็สงสารเรา (พวกเขาทำท่าเหมือนสงสารหรืออาจจะไม่อยากไปขายก๋วยเตี๋ยวก็ไม่ทราบ)ทะยอยลาออกกันไปเรียนต่อบ้าง ไปเปิดกิจการเล็กๆ ของเขาบ้าง บริษัทจึงเริ่มประคองตัวได้
หลังจากหยุด สุราเมรัย ได้ก็ตั้งใจจะเริ่มปฏิบัติ เวลาเริ่มเหลือ กลับบ้านเร็วขึ้นบ้าง ก็เริ่มนั่งสมาธิภาวนา ผมใช้ดมลมหายใจเข้าออก หัดเอง ฟังจากเทปหลวงพ่อพุธบ้าง แต่งไม่ค่อยก้าวหน้า อาจจะเป็นเพราะไม่ตรงกันจริต เพราะการที่เป็นคนชอบคิด การงานมันเป็นอย่างนั้นวางไม่ค่อยได้ฟุ้งอยู่เรื่อย เคยเข้าถึงปิติ ขนลุก ตัวโตพองๆ ใหญ่เต็มห้อง อยู่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็หายเงียบนานไปไม่ปรากฏ นานๆจึงมาที ทำให้ท้อถอย คืดว่าเราคงได้แค่นี้ พาลให้กิเลสมันอ้าง "ไม่ไหวหรอกอย่าไปทำเลิกเสียเวลาเปล่าๆ" และก็มักจะเชื่อมันบ่อยครั้งเสียด้วย
ประคองกิจการมา จนในที่สุดต้นเดือน พฤษภาคม 2544 ทนไม่ไหว มีเงินเหลืออยู่ 50,000 บาทสุดท้าย งานใหม่ก็ไม่มี งานเก่าก็มีต้องสะสาง แต่ไม่มีรายรับ ขณะที่รายจ่ายมีตลอดเวลา แย่แน่ๆ คิดว่าเราคงต้องปิดบริษัทแล้วหางานอื่นทำ คิดอะไรไม่ออกหาทางไม่ได้ ก็ตัดสินใจไปทำบุญ ขับรถไปเชียงใหม่ว่าจะไปกราบพระอาจารย์เปลี่ยน พระอาจารย์สังข์  แต่คงเพราะบุญหนุนนำ โชคดีแวะไปหาพระอาจารย์ภาสกร ผอ.ธรรมสถานมช.(เพื่อนนักเรียนตั้งแต่ประถมถึงมัธยมได้ทราบว่าท่านบวชตลอดชีวิต) เลยได้มีโอกาสพบกันอาจารย์แม่ชี อุบาสิกาเพียงเดือน ธนสารพิพิธ ได้สนทนากับเล็กน้อยเล่าให้ท่านฟังเรื่องสถานะการณ์ของบริษัทฯ แล้วก็ขอตัวไปทำบุญ กลับมาอีกที ท่านก็ปรารภว่า "งานที่คุณภัทรก็ทำอยู่ มันก็ดีอยู่แล้วไม่ต้องเปลี่ยนหรอก แม่ชีว่า คุณภัทรลองไปรักษาศีล 5 สัก 3 เดือนซิจะดีขึ้น ไม่ต้องไปคิดเปลี่ยนหรอก"  พิจารณาดู เราก็อดทนมาตั้งหลายปี ท่านให้รักษาศีล 5 ก็ไม่เห็นต้องลงทุนอะไร แค่สมาทานแล้วก็ตั้งใจสำรวมระวัง ผิดก็สมาทานใหม่ตั้งใจที่จะรักษาใหม่เอาดีให้ได้ เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็ตกปากรับคำตั้งใจสำรวมระวังต่อไป ท่านก็บอกเทคนิควิธีมาเล็กน้อย ให้ทวนชีวิตประจำวัน สำรวจตัวเอง
กับมาก็ตั้งอกตั้งใจลองดูสักตั้งไม่นานๆ บอกใจตัวเอง  แค่ประมาณเดือนเศษๆ งานเริ่มเข้า เริ่มขยับ  เข้ามาจนทำไม่ทัน ต้องรับพนักงานเพิ่ม และมีปรากฏการณ์ ที่ไม่เคยเจอหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น ลูกค้าโทรมาผมไม่อยู่ ถามว่าแบบเสร็จหรือยัง ลูกน้องบอกเสร็จแล้ว เขาบอกว่าเดี๋ยวจะมารับแบบที่ Office พอมาถึงแล้วเอาเงินมาจ่ายด้วย,  อีก 2 - 3 รายลูกค้าโทรมาบอกให้คิดค่าแบบเพิ่มจากที่เสนอ เพราะเกรงใจใช้งานมากไป เป็นต้น  เหตุการณ์เหล่านี้ทำงานมาเกือบ 20 ปี ไม่เคยมีปรากฏกับชีวิตเรา ผมได้นำ เหตุการณ์เหล่านั้นมาไตร่ตรองดู  ก็เห็นจะมีศีลอย่างเดียวที่เป็นตัวแปลที่เปลี่ยนไป ตัวแปลอื่น ๆ เช่นเศรษฐกิจ การเมืองต่าง ๆ ก็มิได้เปลี่ยนแปลงชัดเจนมากมายนัก  จึงทำให้ผมมีความมั่นใจในความดี มี ทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น ทำให้ผมศึกษาปฏิบัติอย่างจริงจัง เริ่มจากรักษาศีล 5 มาเป็น ศีล 5 + ศีล 8 วันพระ และโชคดีอย่างมากที่ภรรยาผมก็ปฏิบัติคู่กันไปด้วย ปัจจุบันผมและภรรยาก็อธิฐาน เนกขัมมะ รักษาศีล 8 ตลอดชีวิตด้วยกันทั้งคู่ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2545 นี่เอง
ผลของการปฏิบัติ ทำเจริญวิปัสสนาตามแนวทางของท่านอาจารย์แม่ชี อุบาสิกาเพียงเดือน ธนสารพิพิธ เป็นต้นมาทำให้ความทุกข์ที่เคยเกิดมีขึ้นในใจลดลงๆ ไปเรื่อยๆ รวดเร็วมาก จนเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน  และเกิดความเบื่อหน่ายไม่อยากจะทำอะไร (ใจคิดว่าทำยังไงถึงจะได้ไปบวช) ช่วงนั้นพอดีขึ้นไปพบท่านอาจารย์แม่ชีท่านท่านเตือนสติ "คุณภัทรใจเย็น ๆ" ไอ้ผมก็แปลไม่ออก กำลังหน้ามืดมั๊ง ท่านเตือนถึง 3 ครั้ง ถึงจะปิ๊งขึ้นมาได้ว่า "เราจะต้องกลับไปอยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นในกรอบของศีล ทำทุกอย่างไปตามหน้าที่เต็มกำลังความสามารถตามเหตุและปัจจัย อย่าไปคิดว่ามันเป็นภาระที่ยุ่ง ทุกอย่างล้วนสำเร็จด้วยบุญ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสร้างขึ้นด้วยความเห็นผิด ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ครอบครัว เขายังไม่พร้อม เรายังที่หน้าที่ต้องรับผิดชอบอยู่ ผมจึงมีมองใหม่ที่กลับมาทำงานได้อย่ามีความสุข ผลจะเป็นอย่างไรขึ้นกับเหตุปัจจัยในอดีต บวกกับเหตุปัจัยที่เราสร้างในปัจจุบัน เราก็รับไปไม่หวั่นไหว 
ผมได้อธิษฐานและเร่งปฏิบัติสอนใจให้ยอมรับความเป็นจริงของธรรมชาติ ให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันเร็วที่สุดตามเหตุและปัจจัย เพื่อจะได้ทำกิจพระศาสนาให้รุ่งเรืองต่อไป  
ที่เล่ามาทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตผม ไม่ต้องการให้ใครแสดงความคิดเห็น ไม่ได้อวดดีอวดเก่ง ที่เล่าให้ฟังนี้มิได้หวังสิ่งอื่นใด แต่หากจะเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่คิดจะมาเริ่มปฏิบัติ เพราะผมเองก็ไม่ได้ดีวิเศษมาจากไหน ผมคิดว่าใครๆ ก็ทำได้ถ้า หากตั้งใจจะเอาจริง  ผมเคยถามเพื่อนที่เคยเห็นพฤติกรรมของผมในอดีต เล่นๆ ว่า ถ้าเมื่อ 5 - 6 ปีที่แล้ว มีหมอดูแม่นๆหรือพระหลวงปู่ หลวงตามาบอกเขาว่า อีกไม่เกิน 5 - 6 ปี เพื่อนคุณคนนี้จะรักษาศีล 8 ตลอดชีวิตคุณจะเชื่อไหม ทุกคนส่ายหัวว่าเป็นไปไม่ได้  ไม่ไช้ว่าผมแน่กว่าใครหรอกครับ อย่าเข้าใจอย่างนั้น แต่เชื่อผมเถิดครับว่าทุกคนทำได้ถ้าตั้งใจทำจริงๆ  นักปฏิบัติธรรมทุกคนเป็นนักต่อสู้ครับ ไม่ได้ต่อสู้กับใครนะ ครับ  แต่ต่อสู้กับกิเลสในใจของเราเอง อย่าไปยอมแพ้ครับ มันเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดสูสีที่สุด คุณฉลาดแค่ไหน เก่งแค่ไหน มันก็ฉลาด มันก็เก่ง เท่ากันกับคุณเพราะมันคือจิตดวงเดียวกัน อย่ายอมแพ้ เฝ้าสอน เฝ้าอบรมมันไปเรื่อย ๆ ไม่ท้อไม่ถอย เอาดีได้แน่ครับ 

ถ้าเห็นว่าส่วนใดมีประโยชน์ นำไปใช้ประกอบพิจารณาการปฏิบัติ ก็ขออนุโมทนาด้วยครับ

หากไม่ชอบอกชอบใจ  หรือขัดเคืองใจท่านผู้ใด ผมก็ขออโหสิมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
โมทนาสาธุ  โมทนาสาธุ  โมทนาสาธุ

pat_gajabhuti@hotmail.com

 จากคุณ : ภัทร [ 6 ต.ค. 2545 / 10:29:50 น. ]
     [ IP Address : 203.107.158.172 ]


 ความคิดเห็นที่ 65 : (ภาวิตา)

         ยินดีด้วยค่ะ คุณภัทร

 จากคุณ : ภาวิตา [ 6 ต.ค. 2545 / 21:23:26 น. ]
     [ IP Address : 172.29.1.38 ]


 ความคิดเห็นที่ 66 : (ประเวศ-จ้ะ)

ยินดีด้วย _/|\_ คุณภัทร โชคดี ที่ได้พบอาจารย์ที่ดีมาก่อน  ปุพเพ จ กตปุญญตา ..

จากพื้นฐานแห่ง ศีล ๕ จะเป็นพลังไปสู่สัมมาสมาธิ, สัมมาสติ และสัมมาปัญญา ... อยากให้ท่านอ่านบท สัมมาสติ ในหนังสือพุทธธรรม ของพระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต, วัดญาณเวศกวัน) แล้วมาอ่านเรื่อง มหาสติปัฏฐานสูตรของคุณดังตฤน

The element of Makka มรรค ๘ will work together & establish a good living, internal peace & spiritual wisdom.

 จากคุณ : ประเวศ-จ้ะ [ 7 ต.ค. 2545 / 02:58:16 น. ]
     [ IP Address : 202.183.179.149 ]


 ความคิดเห็นที่ 67 : (julapark)

เป็นข้าราชการมหาวิทยาลัยครับ อายุ 41 ปี

 จากคุณ : julapark [ 8 ต.ค. 2545 / 08:54:49 น. ]
     [ IP Address : 203.151.123.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 68 : (ภัทร)

ขอบพระคุณครับ คุณภาวิตา
ขอบพระคุณ ที่ให้คำแนะนำครับ คุณประเวศ

 จากคุณ : ภัทร [ 9 ต.ค. 2545 / 16:52:30 น. ]
     [ IP Address : 203.107.152.39 ]


 ความคิดเห็นที่ 69 : (ภาวิตา)

เรียน  คุณภัทร
      ภาวิตา   ละอายใจที่จะรับคำขอบพระคุณค่ะ
ด้วยไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแต่อย่างใด   เปรียบนักเดินทาง
ก็เป็นเพียงผู้เริ่มเดินทางที่มักเดินวนกลับที่เดิมอยู่บ่อย     บางครั้ง
ก็ยินดีที่จะไปสำรวจทางที่มันคดเคี้ยว     ด้วยอุปนิสัย(   อันนี้เข้าใจ
เอาว่าคือ กิเลสที่ยั่งรากลึก )  ชอบใจว่า  ระหว่างทางขอให้เจอสิ่งสวยงาม
หลากหลายน่าจะดีกว่า   เส้นทางที่แห้งแล้งขณะเดินทางก็มีแต่นึก
ถึงจุดหมาย        จัดเป็นพวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเช่นกัน
บางครั้งก็อาจเป็นพวกงอมืองอเท้าอีกด้วย     เห็นโลงศพแล้วก็อาจจะ
ไม่เป็นไรถึงเวลาลงก็ต้อง ลง    แต่ไม่ใช่แบบเข้าใจสัจจธรรมอะไร
เป็นแบบโง่ๆเสียมากกว่า.......  ดิฉันจึงยังปุถุชนเกินกว่าจะรับคำขอบ
พระคุณค่ะแต่คำขอบพระคุณ  นี่ก็มีความประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง 
เวลาเรากล่าวกับใครก็ตาม    ความเบิกบานเกิดขึ้นที่ใจเราเสมอ     
           เรื่องราวของคุณภัทรนั้นเป็นตัวทดสอบใจตัวเองเป็นอย่างดีในเรื่อง
ความเห็นผิดบางประการ         คือเป็นพวกหวงความดีประมาณว่า  
ธรรมเป็นสิ่งดีๆ    ก็ต้องคู่ควรกับคนดีๆ        คนดีๆ คือใครก็ต้องคล้ายกับว่า     อยู่ในกรอบศีลธรรมเป็นอันดี      ฟังเรื่องราวของคุณภัทรแล้ว      ตามกรอบ
เดิมที่วางไว้เราจะไม่รู้สึกยินดีด้วยเลยค่ะ(แต่มักไม่รู้ตัว)      หากไม่ได้หัดภาวนาและไม่ได้ครูในทางธรรมท่านช่วยเตือนสติก็คงไม่ได้เห็นความไม่ยินดีนี้     หรือเมื่อเห็นแล้ววิ่งเข้าไปแก้ทันที      ก้อเข้าใจไปเสียอีกทางหนึ่ง     ว่าสำนึกแล้ว   แก้ไขแล้ว     แต่มันก็ยังไม่รู้จักหน่าย        เท่ากับการเห็นเฉยๆ    เห็นบ่อยๆ         ทั้งหมดนี้เป็นเหตุที่บอกตัวเองว่าไม่อาจรับคำขอบพระคุณให้เป็นบาป        และต้องกล่าวคำขอบพระคุณแทนการรับคำค่ะ  
      

 จากคุณ : ภาวิตา [ 10 ต.ค. 2545 / 11:36:23 น. ]
     [ IP Address : 172.29.1.38 ]


 ความคิดเห็นที่ 70 : (ถาวภักดิ์)


โมทนาสาธุครับคุณภัทร

ฟังคุณภัทรเล่าเมื่อวันก่อนจึงเข้ามาอ่าน  ขอเสนอว่ายังขาดบางส่วนที่คุณภัทรเล่าให้ผมฟังในประวัติการศึกษา-ปฏิบัติธรรม  โดยที่คุณภัทรเคยบอกผมเองว่าได้ความก้าวหน้าจากแหล่งนี้มากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ  คิดว่าน่าจะเล่าไว้ในที่นี้ด้วยนะครับ  อย่างน้อยก็เพื่อให้ผู้ยังไม่รู้จะได้รู้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวในธรรมะของพระพุทธองค์สำหรับผู้ได้ปฏิบัติและสัมผัสด้วยตนเอง  ผู้ที่มีแนวโน้มจะปรามาสครูบาอาจารย์ ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติของสายนี้จะได้ฉุกคิด ยังยั้งการก้าวล่วงได้บ้าง

สุดแต่จะพิจารณาเห็สมควรนะครับ

 จากคุณ : ถาวภักดิ์ [ 10 ต.ค. 2545 / 15:46:10 น. ]
     [ IP Address : 203.144.184.9 ]


 ความคิดเห็นที่ 71 : (kamati)

สวัสดีครับ...ผมพึ่งเข้ามาครั้งแรก  สนใจเรื่องการปฏิบัติธรรมพอสมควรแต่ไม่ก้าวหน้าเลยมีแต่ถดถอยเลยอยากจะเปิดโลกทัศน์ของตัวเองบ้างอยากจะมีกัณลยานิมิตรกับเขาบ้างปฏิบัติคนเดียวรู้สึกท้อถอย  ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ   ขอบคุณครับ

 จากคุณ : kamati [ 12 ต.ค. 2545 / 23:56:49 น. ]
     [ IP Address : 202.57.160.159 ]


 ความคิดเห็นที่ 72 : (bj)

...ไม่ได้มาแนะนำตัว...แต่มาแนะนำว่าอยากให้เอารูปพระพุทธเจ้าขึ้นหน้าแรก...
...เหตุผลคืออยากให้รู้ว่าธรรมที่นำมาเป็นของพระพุทธเจ้า...
...ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งที่มีชื่อขึ้นหน้าแรก...
...แค่แนะนำนะครับ...
...เพราะถ้าเป็นแบบปัจจุบันนี้...เหมือนกับไม่รู้คุณ...
...เพราะรูปก็มี...ไม่ใช่ไม่มี...

 จากคุณ : bj [ 13 ต.ค. 2545 / 20:20:28 น. ]
     [ IP Address : 210.203.190.154 ]


 ความคิดเห็นที่ 73 : (ดังตฤณ)

ถึงขนาดไม่รู้คุณเลยหรือครับคุณ bj :-)

พระธรรมปิฎกท่านเป็นตัวแทนพระในอุดมคติที่เพียบพร้อมทั้งปริยัติและปฏิบัติ
ท่านเด่นปริยัติ เป็นที่รู้จักเพราะปริยัติ แต่ท่านก็มีดีทางปฏิบัติไม่แพ้ใคร
ส่วนอดีตคุณสันตินันท์ท่านเด่นในทางปฏิบัติ เป็นที่นับถือก็เพราะปฏิบัติ
แต่คนใกล้ชิดก็รู้ดีว่าท่านศึกษาปริยัติกว้างขวาง สามารถอธิบายธรรมะยากให้เข้าใจง่าย

ที่สำคัญคือทั้งพระธรรมปิฎกและอดีตคุณสันตินันท์สืบทอดอุดมการณ์ทางธรรมะที่ถูกต้อง
คือมุ่งเน้นไปในเรื่องการพ้นทุกข์ตามทางมรรค ๘ ด้วยการพิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ซึ่งก็หมายความว่าพวกท่านเป็นตัวแทนสืบทอดแนวทางของพระบรมศาสดา

หน้าแรกเป็นเพียงหน้าผ่าน เหมือนรั้วบ้านครับ
เจ้าของบ้านมักจะนั่งอยู่ในบ้าน บริวารอยู่รอบนอก
และหน้าที่น่าจะเป็น "ตัวบ้าน" ควรเป็นหน้ารวมกระทู้มากกว่าอย่างอื่น
คนผ่านไปผ่านมามากที่สุด ทำไว้เป็นบุ๊กมาร์กมากที่สุด
และหน้านี้ก็มีพระพุทธเจ้าประทับเด่นอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
เป็นพุทธนิมิตที่คัดแล้วว่าให้ความรู้สึกเป็นจริงเป็นจังมากกว่าพระพุทธปฏิมา

หวังว่าคงพอทำให้เห็นว่ากลุ่มผู้ดูแลรู้คุณพระพุทธองค์อย่างสูงสุดนะครับ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 13 ต.ค. 2545 / 21:34:33 น. ]
     [ IP Address : 202.133.159.221 ]


 ความคิดเห็นที่ 74 : (น้ำฝน)

ถ้าผลของการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติแล้ว ความเห็นแก่ตัวลดลง...เรื่อยๆ ฟันธงว่าถูกทาง ถ้าปฏิบัติแล้ว.....เพิ่มขึ้น  ต้องทบทวน
    ***รู้หมด แต่ กิเลส ไม่ลด อันตราย....***

   

 จากคุณ : น้ำฝน [ 15 ต.ค. 2545 / 14:04:00 น. ]
     [ IP Address : 202.129.2.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 75 : (ดอกไม้)

....
เข้ามาแนะนำตัวค่ะ เป็นครั้งแรกที่เข้ามาที่นี่
ถ้าถามถึงเรื่องการปฏิบัติก็คงตอบได้ว่าเพิ่งเริ่มต้นก้าวแรกเท่านั้น แต่ก็หวังว่าจะมีก้าวต่อ ๆ ไป ที่ต่อเนื่องและมั่นคง
....

 จากคุณ : ดอกไม้ [ 16 ต.ค. 2545 / 00:41:18 น. ]
     [ IP Address : 203.156.23.204 ]


 ความคิดเห็นที่ 76 : (ดอกบัว)

       //\
    //\/ \\/\
  ///  \  /  |
  ||    |/   |
  \\    |   /
    \\  / /
      \\/
       \\
        \\
         \\
          \\

ขอมอบแด่พี่ๆครับ

 จากคุณ : ดอกบัว [ 17 ต.ค. 2545 / 20:32:48 น. ]
     [ IP Address : 192.168.5.216 ]


 ความคิดเห็นที่ 77 : (สารานุกรมไตรปิฎกวันละคำ)

อยากให้คุ้นเคยคำศัพท์ในพระไตรปิฎกและอรรถกถาไทย
และได้มีความรู้อย่างละเอียดในคำนั้น ๆ  อีกทั้ง  จะได้เช็ค
ความหมายของคำศัพท์นั้น ๆ  ว่าได้ข้อมูลมาถูกต้องหรือเปล่า   รบกวนช่วยเช็คด้วย  ขออนุโมธนา !

 จากคุณ : สารานุกรมไตรปิฎกวันละคำ [ 18 ต.ค. 2545 / 01:30:26 น. ]
     [ IP Address : 202.183.228.67 ]


 ความคิดเห็นที่ 78 : (poomratana@hotmail.com)

อ่านเรื่อง "ทางนฤพาน" จบแล้วครับ (ฉบับwebpage)
ขออนุโมทนา ด้วยใจจริงในการประพันธ์ หนังสือเล่มนี้

"ทางนฤพาน" นิยายรักแสนสนุกและทรงคุณค่า ที่คุณไม่ควรพลาด...

 จากคุณ : poomratana@hotmail.com [ 18 ต.ค. 2545 / 03:25:25 น. ]
     [ IP Address : 203.145.15.177 ]


 ความคิดเห็นที่ 79 : (ปุย)

น้องใหม่ค่ะ เคยฝึกแบบสมถะตั้งแต่เด็ก(หลวงพ่อสด สัมมาอรหัง)แต่งงานแล้วหยุดไป แต่ชอบอ่าน ต่อมาก็ได้ฝึกแนวนี้โดยต้องใช้ในงานด้วยจึงไม่ต้องเสียวันลา กับพระอาจารย์สว่าง(วัดมหาธาตุ)ได้9วัน พักนี้ห่างๆไปค่ะ ช่วงฝึกมักติดสุขยังละไม่ได้ค่ะเสียดายอยู่ แต่สามารถนำมาใช้ในงานได้ดีค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านจิตเวชและยาเสพติด กรุณาแนะนำด้วยนะคะเพราะภูมิใจว่าสามารถช่วยผู้หลงทางได้มากแต่ปัญหาคือเค้ารับยาก อยากได้กลวิธีดีๆไว้ช่วยตนและผู้ป่วยค่ะ

 จากคุณ : ปุย [ 19 ต.ค. 2545 / 19:27:32 น. ]
     [ IP Address : 203.113.67.70 ]


 ความคิดเห็นที่ 80 : (ปุกปุย)

แนะนำแล้วค่ะแต่เห็นว่ากรอกผิดจึง เติมชื่อ login เพิ่มเติมคงถูกต้องนะคะ

 จากคุณ : ปุกปุย [ 20 ต.ค. 2545 / 11:46:45 น. ]
     [ IP Address : 203.156.8.229 ]


 ความคิดเห็นที่ 81 : (ทา)

ศึกษาปฎิบัติธรรมมาประมาณ 8 ปี ตามแนวทางสันติอโศก  ไม่ทานเนื้อสัตว์  ทานอาหารมังสวิรัติ  ปัจจุบันอายุ 37 ปี  ทำงานเป็นลูกจ้างอยู่โรงงาน

 จากคุณ : ทา [ 21 ต.ค. 2545 / 09:06:50 น. ]
     [ IP Address : 202.133.170.183 ]


 ความคิดเห็นที่ 82 : (นายเมือง)

ชายอายุ 53 สนใจการฝึกสมาธิ ศึกษามากว่า 15 ปี

 จากคุณ : นายเมือง [ 23 ต.ค. 2545 / 21:52:54 น. ]
     [ IP Address : 203.107.138.210 ]


 ความคิดเห็นที่ 83 : (สัจจะญาโณ)

สัจจะญาโณครับ ศึกษามานานจนนับไม่ได้   ไม่รู้ว่าอะไรมีสาระ   อะไรไม่มีสาระ  เพราะไม่รู้ว่าสาระคืออะไร ศึกษาไปจนเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดอยาก
Yanaa@thaimail.com
ยินดีกับทุกท่านครับ

 จากคุณ : สัจจะญาโณ [ 25 ต.ค. 2545 / 14:34:00 น. ]
     [ IP Address : 203.113.44.7 ]


 ความคิดเห็นที่ 84 : (อาตมัน/smathayus@yahoo.com)

เข้าไปโพสคำถามไว้แล้ว  ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย  ข้ามขั้นตอนไปหน่อย  ขออภัยค่ะ   ขอใช้นามแฝงตามที่กรอกไว้  แต่ตัวจริง mail ไปหาคุณดังตฤณแล้ว เมื่อวานนี้  เพิ่งมาพบกระทู้แนะนำตัวที่นี่วันนี้ 
มีประสบการณ์ในการอบรม ( ภาวนา ) บ้าง  แต่ยังมิกล้าเปิดเผย  ขอศึกษาจาก  ท่านผู้รู้ ก่อนแล้วกันค่ะ 

 จากคุณ : อาตมัน/smathayus@yahoo.com [ 31 ต.ค. 2545 / 11:08:14 น. ]
     [ IP Address : 203.149.57.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 85 : (little-cat)

สวัสดีค่ะ เพิ่งสมัครเป็นสมาชิกใหม่  ฝากตัวด้วยค่ะ

 จากคุณ : little-cat [ 31 ต.ค. 2545 / 17:25:55 น. ]
     [ IP Address : 202.183.212.2 ]


 ความคิดเห็นที่ 86 : (Mink770)


          ผมได้ท่องเที่ยวหาความสำราญในลานธรรมมาหลายวัน  สนุกดี  เห็นความนึกคิด จากผู้ปฏิบัติธรรมมากมาย  อบอุ่นใจที่ได้สัมผัส  ได้เปรียบเทียบ  การนำเสนอ  ข้อคิดเห็น โดยใช้ตัวผมเองเป็นหลัก  ตั้งใจน้อมธรรมความเห็น  ต่าง ๆ มาพิจารณาแล้วเห็นว่าลานแห่งนี้  น่าท่องเที่ยวจริง ๆ 
          

 จากคุณ : Mink770 [ 2 พ.ย. 2545 / 14:56:41 น. ]
     [ IP Address : 203.155.163.60 ]


 ความคิดเห็นที่ 87 : (danai@loxinfo.co.th)

สวัสดีครับท่านผู้รู้ทุกท่านครับ
เพิ่งเข้ามาดูครับ รู้สึกว่ามีประโยชน์มากเลยครับ อยากทราบวิธีการเรียนรู้ในเรื่องของ ศิล ปัญญา สมาธิ เพื่อนำมาใช้ในการทำงานครับ ขอรบกวนท่านผู้รู้ทั้งหลายได้โปรดแนะนำด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ

 จากคุณ : danai@loxinfo.co.th [ 3 พ.ย. 2545 / 19:48:17 น. ]
     [ IP Address : 203.146.126.52 ]


 ความคิดเห็นที่ 88 : (grunge007@hotmail.com)

สวัสดีคะ...ชอบเข้ามาอ่าน และศึกษาพระธรรม
ตลอดจนทรรศนะของผู้คนที่เวียนวนเข้ามา ณ ที่แห่งนี้
ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับนั้นมิใช่น้อยคะ...
@^___^@

 จากคุณ : grunge007@hotmail.com [ 3 พ.ย. 2545 / 22:51:29 น. ]
     [ IP Address : 202.183.230.114 ]


 ความคิดเห็นที่ 89 : (tripoom99@yahoo.com)

ขออนุญาตแนะนำตัวนิดครับ  ทำงานอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยาแผนปัจจุบัน
มีส่วนในโครงการพระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน  รู้จักลานธรรมโดยบังเอิญ ประมาณปีครึ่งที่ผ่านมา  รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้ ที่สามารถนยำคนจากอีกมุมหนึ่งของโลกมารู้จักพบปะทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์  ต่อส่วนรวมได้อย่างมหัศจรรย์  ขอคารวะลานธรรมแห่งนี้ด้วยความเคารพ ด้วยใจจริง

 จากคุณ : tripoom99@yahoo.com [ 4 พ.ย. 2545 / 09:21:23 น. ]
     [ IP Address : 203.170.141.166 ]


 ความคิดเห็นที่ 90 : (kool)

อายุ 34 รับราชการค่ะ  ปฏิบัติมา 2-3 ปี  ชอบเข้ามาอ่านกระทู้เงียบๆ  ได้ความรู้ดีค่ะ

 จากคุณ : kool [ 4 พ.ย. 2545 / 18:47:48 น. ]
     [ IP Address : 203.113.60.7 ]


 ความคิดเห็นที่ 91 : (ไอ้จุกไอ้เปีย)

สวัสดีครับทุกๆท่าน ผมนั้นไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง เลวสะบัดในหลายครั้ง แต่ตอนนี้อยากเป็นมนุษย์ เลยมาเริ่มคลานใหม่อีก ใครอยากเป็นไม้เรียวให้ก็เมตตาสัตว์ปัญญาทรามอย่างผมด้วยครับ Email: trai_lak@hotmail.com ผมข้ออนุโมทนาในการกระทำความดีทั้งหลายของทุกๆท่านที่สนใจในพระธรรมคำสอนของสัมเด็จพ่อสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย มีสมเด็จพ่อสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมเป็นพระประธานนั้นด้วยครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

 จากคุณ : ไอ้จุกไอ้เปีย [ 5 พ.ย. 2545 / 22:57:30 น. ]
     [ IP Address : 144.138.48.235 ]


 ความคิดเห็นที่ 92 : (ผู้คุ้นเคยคำตอบ)




                    ชี้แจงการทำงานในการตรวจพระไตรปิฎก
เรียน  อาสาสมัครตรวจคำผิดในพระไตรปิฎก  ทุกท่าน
       
          เนื่องจากมีบางท่าน  ไม่เข้าใจในการเคาะหรือการแก้ข้อมูลในพระไตรปิฎกจึงขอทำการชี้แจงให้ทราบ  เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน  คือ
          ๑.  หน้าที่โดยตรงของผู้ตรวจคำผิดคือ  หากได้เจอคำผิดโดยประจักษ์ชัดว่าผิดแน่  เช่น  คำว่า  วันที่   แต่เขียนเป็น  วันที   ก็ให้ใส่ไม้เอกได้เลย  หรือคำว่า พุทธธรรม  แต่เขียนเป็น  พุทธรรม  ก็ให้เติม  ธ  เข้าไปได้เลย  อย่างนี้เขาเรียกว่า ผิดโดยประจักษ์   
          ๒.   หากท่านเจอคำไหนที่ไม่คุ้นเคย  และไม่แน่ใจ   ให้  SAVE คำนั้น แยก FILE เป็น TEXT FILE ไว้ต่างหาก  ไม่ต้องแก้เอง  ทางเราจะพิสูจน์คำนั้น ๆ เอง