ความสุขคืออะไร
 เนื้อความ :

ผ่านมาหลายกระทู้ผมเห็นมีมากมายที่กล่าวถึงความทุกข์ และการดับทุกข์ ทุกคนต้องการความสุขถึงเข้ามาปฎิบัติธรรม
มีหลายกระทู้ที่ถามว่าทุกข์สุดๆคือความทุกข์ใด ก็มีหลายท่านมีความเห็นตรงกันว่าทุกข์ที่ใจ
ตอนนี้ผมก็เลยมาขอตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับความสุขบ้าง
ความสุขคืออะไร  อะไรคือคำนิยามของความสุข
ทำอย่างไรถึงจะได้ถึงจุดนั้น ตามความคิดเห็นของชาวลานธรรม
ขอโอกาสเปิดกระทู้ครับ

 จากคุณ : 4 [ 28 ก.ค. 2545 / 16:08:22 น. ]
     [ IP Address : 203.121.146.177 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (คนผ่านทาง)

ความสุขก็เป็นความทุกข์เหมือนกัน ที่มีการเกิด-ดับ  ตามธรรมชาติ
แต่ใจเรากับยึดฉวยมันเอาเอง อยากที่จะอยู่กับมันให้นานๆ
ซึ่งคำว่า "อยาก" นี่ละครับ ที่ทำให้เราเป็นทุกข์   เพราะความอยากเหมือนเส้นผมบังภูเขา ทำให้เราเองพลาดจากการเห็นปัจจุบันไป 
ผมเองก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่เกี่ยวกับความสุข-ความทุกข์
หลวงพ่อเทียนเคยพูดว่า "ความสุขหรือความทุกข์ ก็เหมือนยางเหนียว"
เพียงแต่คนยึดไว้คนละอย่าง เลยเกิดผลที่แตกต่างกันอย่างเป็นคู่  กล่าวคือ
ยางเหนียวนั้น มีคุณสมบัติ ในการเกาะติด ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของยางเหนียวอยู่แล้ว
คนเรานั้น  เมื่อมีความสุข ไม่ว่าจะมาจากตัวเราเอง(ภายใน) หรือจากภายนอก(อะไรก็ได้ที่ทำให้เราเกิดความสุข)  ก็อยากที่จะอยู่กับมันนานๆ  เหมือนกับเราไม่อยากให้ยางเหนียวหลุดจากตัวเรา 
      แต่ธรรมชาติของยางเหนียวมันก็มีวันหลุดอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ตอนนี้ (เราจะรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่ออยู่กับความสุข)
      แต่เมื่อมันจะหลุดก็เสียดาย พยายามทุกวิถีทางที่จะให้มันอยู่ นั้นก็เลยเป็นทุกข์อย่างที่เห็น นี่เป็นความทุกข์เพราะอยากให้มันอยู่
แต่เมื่อมีความทุกข์  ไม่ว่าจะมาจากตัวเราเอง(ภายใน) หรือจากภายนอก หรือจากการทำงาน(อะไรก็ได้ที่ทำให้เราเกิดความทุกข์) เราอยากให้มันพ้นไปไวๆ  เหมือนกับเราอยากให้ยางเหนียวหลุดไวๆ      
      แต่ธรรมชาติของยางเหนียวมันก็มีวันหลุดอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ตอนนี้(เราจะรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เมื่ออยู่กับความทุกข์ เมื่อไหร่มันจะพ้นซะที)
      พยายามทุกวิถีทางที่จะให้มันหลุดในทันที   นั้นก็เลยเป็นทุกข์อย่างที่เห็น นี่เป็นความทุกข์เพราะอยากไม่ให้มันอยู่

นั่นเพราะเราไม่เข้าใจธรรมชาติของยางเหนียว  ไม่เข้าใจสภาวะของยางเหนียว
เมื่อมันติดแล้ว มันก็ต้องหลุด บางทีเมื่อมันหลุดก็เสียดาย บางทีอยากให้มันหลุดไวๆ  นั้นเป็นเพราะเราเข้าอยู่กับมันแล้ว(คิดกับมันแล้ว)เลยไม่เห็นคุณลักษณะโดยรวมของมัน
เห็นแต่เฉพาะที่เราอยากให้เห็นเท่านั้น มันก็เลยทุกข์ เพราะไม่เป็นไปตามใจเรา เท่านั้นเอง
ถ้าเรามีความรู้สึกตัว เราจะเห็นมันเกิด-ดับ(แบบต่อเนื่อง)ชัดเจน ซึ่งมันก็เป็นเพียงสภาวะธรรมอย่างหนึ่งเท่านั้น  เกิดแล้วแล้วไป ดับแล้วแล้วไป อย่าไปยึดมัน
ขอคำใช้คำว่า "สักแต่ว่า" ก็เพียงพอแล้ว ที่มันจะหลุดเองโดยเราไม่ต้องไปใช้แรงหรือใช้กำลังอะไรกับมัน เห็นมันก็พอแล้ว จะได้เห็นมันทุกด้านแล้วจะได้ไม่ทุกข์อีก
ผมเห็นแค่นี้ก็พอแล้วล่ะครับ คงไม่ได้คาดหวังอะไรมากหรอก รู้สึกตัวก็พอแล้ว....
ถ้าเรามีความรู้สึกตัวในปัจจุบัน ทุกขณะ บางทีเราอาจจะเห็นคุณค่าของชีวิต และเคราพตัวเองมากขึ้น และขอบคุณตัวเองที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก็พอแล้วครับ
อยากเป็นนิยามความสุข ที่จืดชืดไปหน่อยนะครับ ไม่มีสีสันหรือจุดหมายปลายทางกับเขา สักเท่าไหร่ _/|\_

 จากคุณ : คนผ่านทาง [ 28 ก.ค. 2545 / 18:27:06 น. ]
     [ IP Address : 203.146.31.45 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (แตงโม)

ความสุข คือสิ่งที่ใจของคุณสร้างขึ้น เช่นขณะคุณทานข้าวกับอาหารอย่างหนึ่ง
อาหารเขาไม่รู้เรื่องว่าเขาอร่อยหรือไม่ แต่เมื่ออาหารโดนลิ้นคุณ ใจคุณก็เริ่มสร้าง
ว่ามันอร่อย  แล้วใจคุณก็เสพความอร่อยนั้น และก็คิดว่ามันอร่อยจริง ก็เกิดความสุข ซึ่งเจ้าความสุขนี้เกิดขึ้นแล้วก็หายไป ไม่อยู่ในอำนาจของใครครับ

 จากคุณ : แตงโม [ 28 ก.ค. 2545 / 21:46:40 น. ]
     [ IP Address : 203.113.60.75 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (เฉลิมศักดิ์ )

     สุขแบบชาวโลกอย่างเรา เป็นสุขเวทนา อันเกิดจากการได้อารมณ์ที่ดี แต่ก็ต้องเปลี่ยนแปลง บังคับบัญชาไม่ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นทุกข์อยู่ดี
      แต่สุขที่แท้จริงคือพระนิพพาน ดังภาษิตที่ว่า"นิพพานํ  ปรมํ สุขํ"  เป็นธรรมชาติที่สงบจากกิเลสตัณหาและรูปนามขันธ์ ๕(สนฺติลกฺขณํ)
      ลอกมาจากหนังสืออภิธัมมัตถสังคหะ ครับ

 จากคุณ : เฉลิมศักดิ์ [ 29 ก.ค. 2545 / 05:56:59 น. ]
     [ IP Address : 203.113.81.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (เป็นงง...)

ความสุข คือ ความทุกข์ไงครับ

 จากคุณ : เป็นงง... [ 29 ก.ค. 2545 / 09:07:50 น. ]
     [ IP Address : 192.168.3.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (at_last)

จำมาครับ
สุข = สภาวะที่ทนได้ง่าย
ทุกข์ = สภาวะที่ทนได้ยาก

 จากคุณ : at_last [ 29 ก.ค. 2545 / 09:08:36 น. ]
     [ IP Address : 203.155.21.163 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (kaan)

(b)ความสุข(/b) โดยสัจจะจะเรียกว่าไม่มีก็ได้ สังเกตได้จาก (b)อริยสัจจ์๔(/b)(ความจริงอันประเสริฐ หรือจริงอย่างยิ่ง)ไม่มี กล่าวถึงความสุข ที่จริงจะเรียกว่ามีหรือไม่มีก็เป็นเพียงภาษา แต่(b)สภาวะไร้ทุกข์(/b) อันเป็นสิ่งสูงสุดที่มนษย์ควรได้รับจะเรียกว่า(b)สุขอย่างยิ่ง(/b)ก็ได้ แต่น่าจะเรียกว่า(b)ยิ่งกว่าสุข(/b)มากกว่า เพราะจะได้ไม่ซ้ำกับ
สุขอย่างโลกียะ อุปมาเหมือนกับความร้อน เมื่อทำให้อุณหภูมิ ลดลงจะเรียกว่าหายร้อน หรือเย็นก็ไม่ว่ากัน

 จากคุณ : kaan [ 29 ก.ค. 2545 / 09:18:50 น. ]
     [ IP Address : 203.157.72.253 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (สี่ปอ )

สุขคือทุกข์อีกความหมาย

 จากคุณ : สี่ปอ [ 29 ก.ค. 2545 / 09:27:03 น. ]
     [ IP Address : 202.44.40.124 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (สัจจะญาโณ)

ความสุขคือความที่ไม่มีอะไรเสียบแทง  จิตใจ

 จากคุณ : สัจจะญาโณ [ 29 ก.ค. 2545 / 09:29:24 น. ]
     [ IP Address : 203.113.44.7 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (nothing)

ความสุข   ไม่มีหรือมีไม่ได้หรอก...แต่ที่มีได้นั้นไม่ใช่ความสุขหรอก

 จากคุณ : nothing [ 29 ก.ค. 2545 / 10:30:25 น. ]
     [ IP Address : 203.113.60.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (ศิษย์พระป่า)

มาจากรากศัพท์เดียวกันคือ คำว่า  ขะ  แปลว่า  ทน
    สุ  แปลว่า  ง่าย
     ทุ  แปลว่า  ยาก
                                  สุ + ขะ   =   สุข   =   ทนง่าย
                                  ทุ + ขะ   =    ทุกข์      =   ทนยาก

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 29 ก.ค. 2545 / 11:58:01 น. ]
     [ IP Address : 216.218.83.96 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (โชติปาละ)

      ไม่ทุกคนครับ ที่ต้องการความสุขแล้วมาปฏิบัติธรรม อย่างน้อย ก็มีผมคนหนึ่งครับ ที่ปฏิบัติธรรม เพื่อความพ้นทุกข์ครับ
       ผมเคยไปกราบพระรูปหนึ่งในป่าแถวเชียงใหม่ ท่านถามผมว่า เหตุแห่งสุขนะ โยมรู้ไหมว่า เป็นอย่างไร
     ผมตอบว่า ผมไม่ทราบครับ
    พระกล่าวตอบว่า ก็มุทิตา การพลอยยินดีในสุขของผู้อื่น ร่วมโมทนากับความดีที่เขากระทำไง เป็นเหตุแห่งสุข
     ผมรับฟังท่าน เพราะการพลอยยินดีในสุขของผู้อื่นก็เป็นสิ่งดี และร่วมอนุโมทนากับผู้อื่นที่กระทำดี ก็เป็นสิ่งดี แต่ยังไงผมก็ปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ครับ   ที่ผมนำมาเล่านี้ ไม่ได้มีเจตนาใดเบี่ยงเบนใดครับ อริยสัจจ์ 4 พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ดีแล้วครับ มรรคทางแห่งความพ้นทุกข์ พระองค์ทรงแสดงไว้
     ไม่ว่า ความสบายทางกาย สุขทางใจ ความพอใจในสิ่งที่ตนเองต้องการ ความปลื้มใจที่ได้สิ่งที่ตนต้องการ สุขเวทนาใด ๆ มันไม่เที่ยง มันเสื่อม มันเกิดได้ มันก็ดับได้ มันเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัยจัยของมัน เมื่อเหตุปัจจัยที่ทำให้มันเกิดยังมีอยู่ มันก็มีอยู่  เมื่อเหตุปัจจัยที่ทำให้มันดับ มันก็ดับ มันไม่อยู่ใต้อำนาจของใคร มันก็ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวเรา เราบังคับมันไม่ได้ เราจะบอกว่า ความสุขเจ้าต้องอยู่กับฉันนะ เราสั่งมันไม่ได้ เราทำเหตุให้มันเกิดได้ แต่มันก็ดับได้ เมื่อเหตุดับ
      ดังนั้นหลายคนจึง พยายามทำเหตุแห่งสุขให้เกิดกับตนโดยรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง ต้องลำบากกาย ลำบากใจ ทำสุขให้เกิด เพียงเพื่อให้มันเกิดแล้วดับเท่านั้น แต่ทุกข์แสนสาหัส แล้วสิ่งที่ทำนะ มันสุขหรือทุกข์ครับ ผู้มีปัญญาย่อมโทษภัยของทุกข์ การแสวงหาสุขใส่ตัว ไม่ว่าทางกาย หรือทางใจ ล้วนแล้วแต่นำพาให้เราไปยึดติดกับเวทนานั้นไม่สิ้นสุด นำความเดือดร้อนมาใส่ตนตลอดเวลา
     ต้องขอโทษด้วยนะครับ ถ้าความคิดเห็นของผมนี้ ตอบตรง แล้วขัดแย้งกับความคิดเห็นของผู้อื่น

 จากคุณ : โชติปาละ [ 29 ก.ค. 2545 / 13:00:40 น. ]
     [ IP Address : 192.168.64.140 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (ชวลิต)

สำหรับผม ความสุข คือ การนับถอยหลังสู่ความทุกข์ครับ :)

 จากคุณ : ชวลิต [ 29 ก.ค. 2545 / 15:53:10 น. ]
     [ IP Address : 132.80.103.153 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (dolphin)

เหตุแห่งความสุข มาจาก
1. สมหวังกับสิ่งที่คาดไว้
2. พบเจอกับสิ่งที่ชอบ หรือถูกใจ
เพราะจิตยึดความเห็นว่าอันนี้ดี อันนี้ถูก อันนี้....ฯลฯ
จิตก็เคลื่อนไปเสพกุศลที่ปรุงแต่ง บางทีสุขมากๆ หลงเสพได้นานๆ
เรียกว่ามัวเมาไม่ลืมหูลืมตาก็มี

สุขของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ต่างระดับกัน
บางคนพอใจกับความเจ็บปวดก็สุขเมื่อเจ็บปวด
บางคนพอใจกับความสงบ ก็สุขอยู่กับความสงบ
สุขเหมือนกัน แต่ต่างกัน....ขึ้นกับความเห็นของแต่ละคน
ว่ามีบรรทัดฐาน หรือมีทิฏฐิ หรือความเห็นของตนอย่างไร?

 จากคุณ : dolphin [ 29 ก.ค. 2545 / 16:40:48 น. ]
     [ IP Address : 210.203.188.64 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (aratana)

ถ้าอยากรู้จักความเย็น.......ก็ให้เอามือไปอังไฟ
ถ้าอยากรู้จักความสุข ........ก็สร้างทุกข์ขึ้นก่อน
------------------------------------------------------------------------------------------------
              ที่จริง..เมื่อเอามืออกจึง สมมุติว่า เย็น ครั้งหนึ่ง
              ที่จริง..เมื่อทุกข์ลดลงจึง สมมุติว่า สุข ครั้งหนึ่ง
------------------------------------------------------------------------------------------------
                          แท้จริงแล้วสุขไม่มี  มีแต่ทุกข์ มาก หรือ น้อย เท่านั้น
========================================

 จากคุณ : aratana [ 29 ก.ค. 2545 / 18:42:45 น. ]
     [ IP Address : 202.183.138.242 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (เพื่อนธรรมในกระดาน)

ขอแลกเปลี่ยนด้วยคนนะครับ

ที่มีตัวตนได้ก็เพราะทุกข์ทั้งนั้น
มันเป็นสิ่งที่ ทุกข์อันมหาศาล สร้างขึ้นมา
จะสุขที่แท้จริงได้ (ไม่ใช่สุขตามโลก คือ
เอาทุกข์มาแก้ทุกข์) ก็ต้องรู้จัก ทุกข์นั้น
และกระบวนการสร้างของทุกข์
เพื่อที่จะเข้าใจและรู้ตามในความเป็นจริง
เมื่อรู้แล้ว ก็หาวิธีลดทุกข์ เมื่อลดทุกข์ได้บ้างแล้ว
นั่นก็คือ สุขที่แท้จริง .. ตามลำดับ จดหมดทุกข์
เมื่อหมดทุกข์แล้ว สุขก็ไม่มี ...

จริงๆ แล้วมันก็คือสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน
เวไนยสัตว์ ก็คือ อริยสัจ4 ...
ถ้าเชื่อพระองค์ท่าน .. คงไม่มีคำถามนะครับว่า
จะต้องทำอย่างไรต่อไป

หากข้อความข้างบนมีความผิดพลาดประการใด
โปรดช่วยการแก้ไขให้ดีที่สุด ..
เพราะนั่นคือความคิดเห็นจาก บุคคลรูปนานหนึ่ง
ย่อมเจือปนด้วยอัตตา ไม่มากก็น้อย

เจริญในธรรมครับ :)

 จากคุณ : เพื่อนธรรมในกระดาน [ 30 ก.ค. 2545 / 10:40:04 น. ]
     [ IP Address : 203.145.2.82 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (แป๊ะอ้วน)

ความสุขคือความทุกข์...

 จากคุณ : แป๊ะอ้วน [ 31 ก.ค. 2545 / 22:46:29 น. ]
     [ IP Address : 203.121.148.88 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (ape)

ความสุข   คือความอิ่มเอิบในความดีความงามที่ถูกต้อง  (ทำอะไรก็ทำเพื่อส่วนรวมและตัวเองอยู่ดีมีสุขตามสภาพและสถานะของตนโดยไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น  ใช่หรืไม่ครับ  คุณลุงสุชาติ ฯ )

 จากคุณ : ape [ 1 ส.ค. 2545 / 09:35:14 น. ]
     [ IP Address : 202.57.190.2 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (ศิษย์พระป่า)

.." ทุกฺขเมว  หิ  สมฺโภติ   ทุกฺขํ  ติฏฺฐติ  เวติ   จ   นาญฺญตฺร  ทุกฺขา  สมฺโภติ  นาญฺญตฺร  ทุกฺขา  นิรุชฺฌติ." ..
.." ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น  ทุกข์ย่อมตั้งอยู่   และเสื่อมไป  นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด  นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ. "
        จาก.. มหานิทเทส  ขุททกนิกาย

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 1 ส.ค. 2545 / 13:05:28 น. ]
     [ IP Address : 216.218.84.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (เพื่อนธรรมในกระดาน)

สาธุ..สาธุ..สาธุ..
ขอบคุณครับคุณศิษย์พระป่า
พระองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสไว้ดีแล้ว ชอบแล้ว..

 จากคุณ : เพื่อนธรรมในกระดาน [ 1 ส.ค. 2545 / 13:36:13 น. ]
     [ IP Address : 203.145.2.82 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (ทดลอง)

ทดลอง

 จากคุณ : ทดลอง [ 2 ส.ค. 2545 / 20:32:49 น. ]
     [ IP Address : 203.156.12.173 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!