เนื้อความ :
ความรอบรู้ธรรมะในพระพุทธศาสนา
จากปัญญาสาร วารสารธรรม มูลนิธิแนบมหานีรานนท์
ธรรมะจาก แสงสว่างนำทางชีวิต โดย หลง หาวารี
ท่านผู้ฟังรายการ แสงสว่างนำทางชีวิต สถานีวิทยุ พล.1 คลื่น 1422 ตั้งปัญหาถามว่า รายการวิทยุรายการหนึ่งบอกว่า พระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศไทย นำมาจากประเทศลังกา สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแต่เหตุใดในประเทศศรีลังกาจึงมีพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ แสดงว่าประเทศลังกาก็นำพระพุทธศาสนาไปจากประเทศไทย นี้ปัญหาหนึ่ง
ปัญหาที่สอง มีผู้แสดงความเห็นกล่าวว่า พระสงฆ์หรือชาวพุทธในประเทศลังกา รอบรู้ธรรมะในพระพุทธศาสนาดีกว่าชาวพุทธ หรือพระสงฆ์ในประเทศไทย ผู้ถามปัญหาถามว่า มีความจริงหรือไม่เพียงใด มีความเป็นมาอย่างไร
ผมขอตอบตามเวลาของสถานีวิทยุจะพึงมีให้นะครับ ผมเคยอธิบายให้ผู้ฟังทางบ้านทราบแล้วว่าเมื่อราว พ.ศ. 235 ได้มีการทำสังคายนาพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ครั้งที่ 3 ขึ้นที่เมืองปาฏลีบุตรในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระเจ้าอโศกมหาราช ประธานสงฆ์ในการทำสังคายนาครั้งนี้คือ พระโมคคัลลีบุตรติสสอรหันต์เถรเจ้า เมื่อทำสังคายนาครั้งที่ 3 เสร็จแล้วได้จัดส่งสมณฑูตถึง 9 สาย ออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนายังดินแดนต่างๆ
มีสายหนึ่ง ด้วยการนำของพระมหินทเถรเจ้า ราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราชและพระนางสังฆมิตตาราชธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราช ออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนายังประเทศลังกาได้นำพระไตรปิฎก และอรรถกถาออกไปด้วย ได้ถ่ายทอดพระไตรปิฎกพร้อมทั้งอรรถกถาทั้งหมดจากการทำสังคายนาครั้งที่ 3 นั้นออกเป็นตัวอักษรสิงหลของลังกา และได้แปลทั้งพระไตรปิฎกและอรรถกถาออกเป็นภาษาสิงหลด้วย
ประเทศลังกาจึงมีพระไตรปิฎกภาษาบาลีและอรรถกถาภาษาบาลีในตัวอักษรสิงหลครบบริบูรณ์ และยังมีพระไตรปิฎกและอรรถกถาที่แปลออกเป็นภาษาสิงหลครบบริบูรณ์ด้วย
ตามหลักฐานประวัติพระพุทธศาสนากล่าวว่า ประเทศอินเดียในปี พ.ศ. 944 มีพระไตรปิฎกภาษาบาลีไม่ครบบริบูรณ์ ส่วนอรรถกถาภาษาบาลีไม่มีเลย พระเรวตะเถระได้ขอร้องให้พระพุทธโฆษาจารย์ออกไปยังประเทศลังกาเพื่อไปถ่ายทอด ( แปล ) พระไตรปิฎกและอรรถกถาของนิกายเถรวาท กลับมาเป็นภาษาบาลีในตัวอักษรเทวนาครี ให้ครบบริบูรณ์
อีกสายหนึ่ง ด้วยการนำของพระโสณะและพระอุระ นำพระพุทธศาสนาเถรวาทออกมาเผยแพร่ยังสุวรรณภูมิ ตามหลักฐานบอกว่า สุวรรณภูมิ ได้แก่ นครปฐมลงไปจรดนครศรีธรรมราช และในสมัยของพระเจ้ารามคำแหงมหาราช พ.ศ. 1800 เศษ พระพุทธศาสนาเถรวาทได้เจริญรุ่งเรืองอยู่ที่นครศรีธรรมราช พระเจ้ารามคำแหงมหาราชจึงได้อัญเชิญพระสงฆ์นิกาย เถรวาทขึ้นไปสู่สุโขทัย พระพุทธศาสนาเถรวาทเป็นที่เลื่อมใสของเจ้านายชั้นสูงและประชาชนทุกระดับชั้น นับถือพุทธศาสนาเถรวาทกันมาก พระเจ้ารามคำแหงมหาราชโปรดให้สร้าง พระแท่นมนังคศิลา ตั้งไว้หน้าประตูเมือง วันธรรมดาพระเจ้าแผ่นดินออกว่าราชกิจรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนและตัดสินคดีความ ในวันพระโปรดให้นิมนต์พระสงฆ์ผู้มีความรอบรู้ในพระธรรมวินัยขึ้นแสดงธรรมให้ประชาชนฟังเป็นการอบรมพัฒนาจิตใจประชาชนของพระองคืไปด้วย
พระเจ้าลิไทย โอรสของพระเจ้ารามคำแหงครองราชแทนพระราชธิดา ก็ทรงออกจากราชสมบัติคราวผนวชเป็นภิกษุ 1 พรรษา ยังได้ทรงพระราชนิพนธ์คัมภีร์เตภูมิกถา หรือ เรียกทั่วไปว่าไตรภูมิพระร่วงขึ้น
สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทผสมกับลัทธิพราหมณ์หรือฮินดู ซึ่งรับอิทธิพลมาจากขอมโบราณ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเคยทรงออกจากราชสมบัติชั่วคราวผนวชเป็นภิกษุเช่นกัน
สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางใกล้และหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที 1 พระพุทธศาสนาส่วนใหญ่เป็นแบบเถรวาทแบบลังกาผสมพุกาม ( พม่า ) พุทธศาสนาเถรวาทเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมาจนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ส่วนศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดู เป็นเพียงพิธีกรรมในราชสำนักเท่านั้น
ส่วนพระพุทธศาสนาในลังกาทวีป ลังกา เจริญเป็นปึกแผ่นแน่นหนาเป็นตัวแทนของชมพูทวีป คือประเทศอินเดีย เพราะประมาณ พ.ศ. 500 พระพุทธศาสนาเถรวาทหมดไปจากอินเดียตอนเหนือและตอนกลาง เหลืออยู่แต่ในอินเดียตอนใต้เล็กน้อย นอกนั้นเป็นพระพุทธศาสนามหายานและพระพุทธศาสนามหายานก็เจริญในอินเดียอยู่ในราว พ.ศ. 1000 หลังจากนั้นพุทธศาสนามหายานก็เสื่อม โดยนำเอาลัทธิพราหมณ์หรือฮินดูมาผสมกลมกลืนเป็นพระพุทธศาสนาแบบตันตระ ถือกันว่าแม้การเสพเมถุนก็เป็นนิพพานปัจจุบันด้วย
|