ข่าวที่น่าหดหู่ " พระข่มขืนเด็กอายุ12 มานานกว่า 2ปี "..ทำไม..!
 เนื้อความ :

จับ 3 พระวัดโพธิวราราม อุดรฯ หลอก ด.ญ.วัย 12 ขวบ บ้านอยู่ข้างวัด ข่มขืนในกุฏินาน 2 ปี หนึ่งในสามประกาศเปิดโปงพระร่วมวัด แฉยังมีอีกหลายรูปที่กระทำชำเราเด็กคนเดียวกัน สารภาพครั้งแรกใช้อุบายหลอกไปกินขนม

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 กรกฎาคม นางทอน ขอสงวนนามสกุล อายุ 65 ปี อาศัยอยู่บ้านไม่มีเลขที่ คุ้มสร้างแก้ว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี พา ด.ญ.น้อย(นามสมมุติ) หลานสาววัย 12 ขวบ เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผกก.สภ.อ.เมืองอุดรธานี ว่า หลานสาวถูกพระลูกวัดโพธิวราราม ถ.โพศรี ต.หมากแข้ง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 3 รูป ทราบชื่อว่า พระอุดร พันธ์เนตร อายุ 34 ปี, พระกองศรี สายแก้วลาด อายุ 60 ปี และพระปูเป้ ไม่ทราบชื่อจริง อายุประมาณ 30 ปี หลอกไปข่มขืนกระทำชำเราภายในกุฏิ และบ้านพักหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2542 จนเรื่องแดงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ขอให้ช่วยจับกุมดำเนินคดีด้วย

พ.ต.อ.สรศักดิ์จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง สว.สส.พร้อมกำลังตำรวจสายสืบชุดกุหลาบดง ออกไปทำการนำตัวพระทั้ง 3 รูปมาสอบสวน โดยสามารถจับกุมตัวพระอุดร และพระกองศรีได้ภายในกุฏิขณะจำวัด ส่วนพระปูเป้ ไหวตัวหลบหนีไปได้ ซึ่งขณะเข้าจับกุมได้มีพระเณร และชาวบ้านจำนวนมากมามุงดู ทำให้พระกองศรีอับอายเป็นอย่างมาก ถึงกับประกาศจะเปิดโปงพฤติกรรมของพระเณรในวัดทั้งหมด เพราะยังมีพระอีกหลายรูปหลอก ด.ญ.น้อยไปข่มขืนเหมือนกัน และยังมีการมั่วสุมเสพยา ดื่มเหล้า เล่นการพนันภายในวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปสึกกับเจ้าอาวาสวัด แล้วนำตัวไปควบคุมที่ สภ.อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเบื้องต้น 2 มารศาสนา รับสารภาพว่า ร่วมหลับนอนกับ ด.ญ.น้อยจริง แต่ไม่ได้ใช้กำลังบังคับข่มขืน เพียงใช้อุบายหลอกให้เด็กไปกินขนมในกุฏิ จากนั้นก็หลอกข่มขืนมาตลอด 2 ปี โดยจ่ายเงินไปครั้งละ 100 บาท อีกทั้งยังแฉแหลกมีพระในวัดแห่งนี้อีกหลายรูปข่มขืน ด.ญ.น้อย และชอบมั่วสุมเสพยา ดื่มเหล้า เล่นการพนัน และเสพเมถุนกับสาวแก่แม่ม่าย ถูกจับสึกมาแล้วหลายรูป ซึ่งพระเณรในวัดทราบดี แต่ปิดเรื่องเอาไว้เงียบ จนเรื่องอื้อฉาวขึ้น เพราะมีชาวบ้านมาพบพระกองศรีกำลังข่มขืน ด.ญ.น้อยพอดี จึงไปบอกนางทอนให้แจ้งจับดังกล่าว

พ.ต.อ.สรศักดิ์กล่าวว่า รู้สึกสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กอายุเพียง 12 ขวบ ถูกพระหลายรูปใช้อุบายหลอกไปข่มขืนเป็นเวลานานถึง 2 ปี แสดงว่าถูกข่มขืนมาตลอดตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ไม่ทราบว่าคนพวกนี้ในเมื่อจิตใจยังมีตัณหาราคะ ก็น่าจะสึกออกไป ไม่ควรอยู่ทำลายศาสนาให้เสื่อมเสีย ตนจะรายงานเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมวัดนี้ เพราะไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก

นางทอนเผยว่า แม่ของ ด.ญ.น้อยนำเด็กมาทิ้งไว้ให้ตนเลี้ยง 2 คน ตั้งแต่เด็ก ซึ่งตนและสามีประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และเก็บผักขายหาเงินเลี้ยงหลานจนโตด้วยความลำบาก จน ด.ญ.น้อยเรียนจบชั้น ป.6 จึงออกจากโรงเรียนไม่ได้เรียนต่อ เมื่อปีที่ผ่านมา โชคดีที่บ้านตนอยู่ใกล้วัด ได้อาศัยข้าวก้นบาตรนำมาให้เลี้ยงครอบครัวบ้าง ทำให้คุ้นเคยกับพระเณรในวัด และหลานสาวก็มักจะเข้าไปเล่นในวัดตามประสาเด็ก หลังจากเลิกเรียนหรือพักเที่ยงเป็นประจำ ไม่คิดว่าพระในวัดนี้จะทำกับหลานสาวตนได้ จนปัจจุบันหลานสาวได้เรียนจบชั้น ป.6 แล้วเมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมายังถูกข่มขืนมาตลอด

ส่วน ด.ญ.น้อยให้การว่า ถูกพระอุดรหลอกไปข่มขืนครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยบอกให้ไปกินขนมที่กุฏิและจะให้เงินใช้ ซึ่งพระอุดรได้จับตนใช้ผ้ามัดมือมัดปากไม่ให้ร้อง และถอดชุดนักเรียนออกข่มขืน พร้อมขู่ไม่ให้บอกใคร ถ้าไม่เชื่อจะไม่ให้เงินและจะไปฟ้องครูกับยาย และเรียกตนไปหาเพื่อข่มขืนจนถึงปัจจุบัน ส่วนพระกองศรีนั้นเมื่อประมาณกลางปี 2543 พระกองศรีได้มาเยี่ยมบ้านที่ใกล้กับบ้านตน และแวะบอกให้ยายเก็บผักไปขายให้ที่วัด เมื่อยายไปแล้ว พระกองศรีดึงตนเข้าไปในห้องนอนใช้ผ้ามัดปาก ข่มขืน และขู่ไม่ให้บอกใคร แล้วให้เงินมา 100 บาท

ผมว่ากรมการศาสนา น่าจะมีมาตรการ พิจารณาคนที่จะมา
บวชก่อนนะครับว่า มีศรัทธา และเข้าใจอะไรมากพอหรือยัง... และควรมีมาตรการควบคุมการบวชให้เข้มงวดกว่านี้
เช่น หากจะบวช ต้องเป็นผ้าขาว หรือเรียนปริยัติ รู้หลักอภิธรรมในระดับหนึ่งก่อน อย่างน้อย 1 ปีค่อยบวช ผมว่าน่าจะลดปัญหาทำนองนี้ได้บ้างกระมัง..( ความเห็นส่วนตัวนะครับ )


 จากคุณ : ปั๊ค [ 26 ก.ค. 2544 / 11:16:19 น. ]
     [ IP Address : 203.130.128.22 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ศิษย์สุกิม)

บุคคลเช่นนี้มิใช่ พระ อย่ามองเพียงภายนอก คือไม่ใช่มองแค่โกนหัวห่มผ้าเหลือง ต้องมองทางด้าน การปฏิบัติด้วย ว่าเป็นผู้สงบหรือไม่

 จากคุณ : ศิษย์สุกิม [ 26 ก.ค. 2544 / 17:27:34 น. ]
     [ IP Address : 203.155.224.83 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (tchurit)

เดี๋ยวนี้คนที่บวชมาเป็นพระเพื่อทำมาหากินแยะครับ
ก็ต้องช่วยๆกัน เชิญออกมาเป็นฆราวาสอย่างเรา
ไม่ใช่ ฆราวาสอย่างเราสิ
ต้องไปเข้าคุกก่อน
lllllllllllllllllqlpllllllllllllllllll

 จากคุณ : tchurit [ 26 ก.ค. 2544 / 17:46:56 น. ]
     [ IP Address : 203.157.14.243 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (บูชา bujadham@hotmail.com)

ใช่ครับ คนเหล่านี้ไม่ใช่พระ
หามาตรการที่เข้มงวดในการคัดคนบวชก็ดีครับ
แต่ผมว่าน่าจะแบ่งเป็นบวชระยะสั้น กับ บวชระยะยาวตลอดชีวิตนะครับ
เพราะอย่างตัวผมเองได้บวชระยะสั้น รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิตครับ

และน่าจะมีกองปราบพระด้วย  คือ พกวิดีโอเล็กๆอย่าง ITV
สอดส่องพฤติกรรมอลัชชีเหล่านี้ เมื่อมีหลักฐานมัดตัวแน่ชัดแล้ว
ก็เรียกมาเจรจาเป็นการเฉพาะให้สึกออกไป และ ขึ้นบัญชีดำเอาไว้ ห้ามบวชอีกตลอดชีวิต
อย่าให้เป็นข่าวออกมา เพราะจะทำให้ผู้ที่ศรัทธายังคลอนแคลนอยู่ ล้มระเนระนาดไปได้ครับ

 จากคุณ : บูชา bujadham@hotmail.com [ 26 ก.ค. 2544 / 21:49:34 น. ]
     [ IP Address : 203.155.224.168 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (J)


น่าสงสารเด็กผู้หญิงค่ะ
ความจริงการที่จะเข้ามาบวชได้ น่าจะมีการสอบความประพฤติ
แค่ศีล 5 พระก็ยังรักษาไม่ได้
ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ

 จากคุณ : J [ 27 ก.ค. 2544 / 07:07:42 น. ]
     [ IP Address : 203.144.186.25 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (คุณแม่น้องนุ่น)

เห็นด้วยค่ะ สมัยนี้วัดใจกันยาก
น่าจะทำให้การเป็นพระสมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม
คนที่คิดมาหาลำไพ่พิเศษ หรือมาเพื่อยังชีพจะได้หมดไป
การเป็นพระไม่ใช่แค่แต่งเครื่องแบบพระ ควรมีอะไรที่มากกว่านั้น
ในแง่ของการเพิ่มศรัทธา แก่ชาวบ้านและการบำเพ็ญประโยชน์
หากพบว่ามีพระวัดไหนที่ทำผิด หัวหน้าผู้ปกครองวัดก็ควรผิดด้วย
ฐานละเลยไม่เอาใจใส่ ทำให้วัดมีมลทิล
ไม่ทราบว่าจะคิดรุนแรงไปหรือเปล่า
ชาวบ้านแยกแยะไม่ออกหรอกว่าคนไหนพระ คนไหนแพะ
ควรทำให้ผ้าเหลืองนี้ศักดิ์สิทธิ์กว่านี้  เห็นด้วยที่ให้บวชนุ่งขาวก่อน
วัดใจกันสักตั้ง แล้วค่อยนุ่งเหลืองเมื่อเรียนจบ ใครเรียนไม่จบก็ต้องเคี่ยวต่อไป

 จากคุณ : คุณแม่น้องนุ่น [ 27 ก.ค. 2544 / 08:48:24 น. ]
     [ IP Address : 203.145.14.110 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!