ข่าวนสพ.ไทยรัฐวันนี้(18)เรื่องผีเปรต...
 เนื้อความ :

...ลงว่าอ.ไชย ณ พล เป็นหัวโจกแก๊งต้มตุ๋น
พวกพี่ๆคิดว่ายังไงครับ
... จริงๆผมก็ชอบหนังสือของอ.มาก

 จากคุณ : reader [ 18 พ.ค. 2543 / 09:26:22 น. ]
     [ IP Address : 203.145.15.119 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (แอ๊ด / 67045379)

ของอย่างนี้ ต้องให้ปฏิบัติเอง รู้เอง การไปกล่าวโทษว่าใครนั้น ไม่มีประโยชน์เลยค่ะ เป็นเรื่องของสื่อมวลชน ปล่อยไปเถอะค่ะ (ทำใจให้เป็นอุเบกขา)

 จากคุณ : แอ๊ด / 67045379 [ 18 พ.ค. 2543 / 10:49:39 น. ]
     [ IP Address : 203.146.89.164 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (Listener)

ไม่ทราบว่าคุณ whitespirit รู้จักคุณ ไชย ณ พล เป็นการส่วนตัวหรือเปล่าครับ

 จากคุณ : Listener [ 19 พ.ค. 2543 / 07:17:50 น. ]
     [ IP Address : 210.176.95.70 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (น้ำ 18207447)

กระทู้นี้คงไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่นะครับ เพราะดูจะไม่ค่อยเป็นประโยชน์กับการปฏิบัตินัก แต่ผมคิดว่าอยากจะแสดงความเห็นสักเล็กน้อย เฉพาะที่นี่ เพราะถ้าไปแสดงความเห็นที่อื่น อาจจะไม่สะใจคนอ่านเท่าไหร่

สรุปก่อนดีกว่าว่า ทำเฉยๆเสียเถอะครับ

1 ผมเชื่อว่า อ.ไชย มีเจตนาดี เท่าๆกับที่อ.สุวินัย (ที่เพิ่งออกมาปกป้องพระรูปนั้น) มีเจตนาดี เอาเฉพาะเจตนาก่อนนะครับ ส่วนจะถูกหรือผิดเอาไว้ที่หลัง
2 การพยายามเอากล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดิโอ ไปถ่ายภาพสัตว์ในภูมิอื่น ก็เหมือนกับการพยายามเอาตาชั่ง ไปดัดแปลง ปรับเทียบ เพื่อใช้วัดความสว่างของแสง แล้วยังใช้จมูกเพื่อดมกลิ่นว่าเข็มตาชั่งชี้ที่กี่กิโล มันเป็นคนละเรื่องกัน
คนสมัยนี้ ศึกษาในเชิงกายภาพจนเคยตัว คิดว่าความจริงในเชิงกายภาพ เป็นเพียงความจริงเดียว จนพยายามโยงเอาทุกเรื่องเข้ามาให้อธิบายได้โดยลักษณะทางกายภาพ และการสังเคราะห์ความจริงโดยตรรกะ ทั้งๆที่ความจริง มีหลากหลายกว่าความจริงในเชิงกายภาพมากนัก

มีเครื่องมืออะไรบอกได้บ้าง ว่ากุหลาบมีกลิ่นอย่างไร มีอะไรมาดมกลิ่นแทนเราเองได้บ้าง

เมื่อคนยังปักใจจะสังเคราะห์ความจริงโดยตรรกะแบบกายภาพแบบนี้ ก็เลยเป็นจุดอ่อนให้ถูกหลอกลวงได้ง่าย เท่านั้นเอง

 จากคุณ : น้ำ 18207447 [ 19 พ.ค. 2543 / 11:25:13 น. ]
     [ IP Address : 194.138.240.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (WhiteSpirit)

ตอบ คุณ Listener

ผมไม่ได้รู้จัก อ.ไชย ณ พล เป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด(ไม่รู้จักหน้าตากัน)
เพียงแต่เคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียน ๓-๔ เล่ม เล่มที่อ่านผ่านไปไม่นานก็คือ
เล่มที่ท่านพูดเกี่ยวกับมาร ซึ่งผมเห็นว่าเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่น่าสนใจ
ของผู้ปฏิบัติธรรม จึงนำมาพิมพ์เป็นกระทู้ให้อ่านกัน

เรื่องหนังสือพิมพ์ลงข่าว ก็อย่าเพิ่งรีบสรุปทันที ติดตามข่าวหลายๆวันก่อน
เพราะหนังสือพิมพ์บางทีเขาก็รีบร้อนขายข่าว สรุปความเห็นเป็นการล่วงหน้า
ตามข้อมูลที่เขามีอยู่ในขณะนั้น พอเขามีข้อมูลหรือได้ข้อมูลมากขึ้นเขาก็อาจ
สรุปเป็นอีกอย่างที่ตรงกันข้ามกันเลยก็ได้ ผมเองก็รับรู้ไว้เพียงว่าหนังสือ
พิมพ์ลงข่าวว่ามี อ.ไชย ณ พล เข้าไปมีชื่อในคณะที่ไปถ่ายภาพครั้งนั้นด้วย

ตัวอย่าง เช่น เรื่องวิดีโอ หนังสือพิมพ์ ลงข่าวทำนองว่า โจ๋ย บางจาก บอกว่า
คนถ่ายตัดต่อสร้างภาพขึ้นมาเองแน่นอน คนถ่ายมีเจตนาหลอกลวง แต่พอดู
ทีวีที่มีคนเชิญคุณโจ๋ย บางจาก มาแสดงความคิดเห็นในตอนค่ำ คุณโจ๋ยก็แสดง
ความเห็นไปในทำนองว่า เป็นการจัดฉาก คนถ่ายวิดีโอเป็นเพียงผู้ไปสังเกตการณ์
อาจไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย ถ้าคุณโจ๋ย เป็นคนจัดฉากแล้วถ่ายเองจะแนบเนียนมี
พิรุธน้อยกว่านี้มาก ฯลฯ

เรื่องเปรตนี้ ผมเองก็ไม่เคยเห็นด้วยตาตนเองสักที เมื่อประมาณ ๒ ปีก่อนเคย
ไปสถานปฏิบัติธรรมที่หนึ่งทางอีสาน ได้ยินคนบอกว่ามีเปรตตัวสูงเท่ายอดไม้
มาเดินให้เห็นเหมือนกัน ลงทุนอุตส่าห์อดนอนเดิน(จงกรม)เหลียวซ้ายแลขวา
ไปตามยอดไม้โดยรอบ เดินคนเดียวเกือบทั้งคืน ขนาดว่าคืนนั้นดวงจันทร์ค่อน
ข้างสว่างมากไม่ค่อยมีเมฆ(สงสัยสว่างไป :-)) มีเสียร้องโอ้ยย.. ตามพุ่มไม้ชายป่า
หลายครั้ง หมาเห่าหอนรับกันมาเป็นทอดๆตลอดทุกชั่วโมง ก็ไม่เห็นจะมีเปรตมา
เดินให้เห็นสักตัวอย่างที่ชาวบ้านเขาว่ากัน ก็เลยต้องผิดหวังไปตามระเบียบ :-)
สงสัยว่าเปรตจะนกรู้ว่าผมมาคอยดูอยู่ หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจเรื่องดูเปรตอีก

 จากคุณ : WhiteSpirit [ 19 พ.ค. 2543 / 15:14:40 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.162 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (Listener)

ขออภัยครับไม่มีเจตนากระทบคุณWhite Spirit แต่อย่างใด ผมคิดว่าเรื่องสื่อมวลชน บางที่ก็ฟังหูไว้หู จึงอยากฟังจากคนที่เคยรู้จักส่วนตัวเพื่อเป็น reference ของ Character ของคนในข่าวครับ

 จากคุณ : Listener [ 19 พ.ค. 2543 / 16:34:15 น. ]
     [ IP Address : 210.176.95.70 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (นายโจโจ้)

งานเขียนของอ.ไชย ณ พล หลายเล่มมีประโยชน์มากครับ แต่ก็นั่นแหละ การเข้าไปพัวพันกับกิจกรรมลักษณะนี้ คงหลีกเลี่ยงการที่เสียชื่อเสียงไปบ้างไม่ได้แน่ๆอยู่แล้ว ท่านเป็นนักเขียนไม่กี่คนที่สมัยหนึ่งเคยเขียนเบอร์ติดต่อไว้ในหนังสือ นับเป็นความกล้าหาญมาก

ส่วนดร.สุวินัยนั้น ผมเห็นท่านวนอยู่กับเรื่องที่เปราะบางต่อการพิสูจน์แบบนี้มานานมากแล้ว ท่านคงไม่มีอะไรต้องเสียสักเท่าไหร่ =D

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 21 พ.ค. 2543 / 12:22:35 น. ]
     [ IP Address : 202.57.128.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (morning_glory)

วันนี้ผมได้รับ email จาก ผู้ที่(น่าจะ)เป็นศิษย์ของ อ. ไชย ณ พล นะครับ
เขาบอกให้ช่วยส่งต่อ  ผมเลยขอ โพสไว้ที่นี่ละกัน

นี่คือจดหมายที่ท่านอจ.ไชยณพล กราบเรียนถวายรายงานต่อท่านเจ้าคุณระแบบ
วัดบวร กรุงเทพ ถึงกรณีถูกพาดพิงทางหน้าหนังสือพิมพ์

จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดส่งต่อ
หทัยธรรม


กราบเท้าท่านอาจารย์เจ้าคุณด้วยความเคารพอย่างสูง

 ตอนนี้ผมปฎิบัติงานอยู่แดนไกล ไม่ค่อยทราบข่าวคราวนัก ได้รับแจ้งจาก
ผู้ร่วมงานว่า ท่านอาจารย์ขอให้ผมชี้แจง กรณีศึกษาวิจัยวิญญาณต่างมิติ
เมื่อท่านอาจารย์สั่ง ผมจึงต้องสนองบัญชา ขออนุญาตเรียนเล่าโดยลำดับดังนี้ครับ
 เมื่อเดือนก่อน ผมได้มีโอกาสพบพระที่บ้านอาจารย์ท่านหนึ่ง ในระหว่างที่
นั่งรอหลวงพ่ออยู่ที่นั่น ได้ทราบจากที่ประชุมชนแห่งนั่นว่าคณะนักวิชาการชุดหนึ่ง
ได้มีโอกาสไปศึกษาวิญญาณต่างมิติกันมาแล้วหลายครั้ง

ผมก็รู้สึกสนใจแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะเราเป็นแขก
เมื่อหลวงพ่อมาจึงทราบว่าท่านเป็นหลวงพ่อที่เคยแนะนำให้ผมศึกษาเรื่องธาตุ
ให้แตกฉากเมื่อห้าปีก่อน และหลวงพ่อบอกว่าปีนี้ฤดูกาลวิปริตแปรปรวนมาก เพราะ
ธาตุดินกับธาตุน้ำไม่สมดุลกัน และสังคมไทยอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วง หากผู้คนยัง
ไม่มีคุณธรรมอาจจะลำบากยิ่งขึ้น หมอคนหนึ่งถามว่าจะแก้ไขได้อย่างไร
ท่านบอกว่า ต้องให้ประชาชนเคร่งครัดในศีล รัก สามัคคีในครอบครัวให้ดี ซึ่อสัตย์ต่อแผ่นดิน
และมีพระพุทธเป็นสรณะ และต่อมาท่านก็ขอให้ผมช่วยพาศิษย์ปฎิบัติธรรมกันให้มาก
ผมเรียนท่านไปว่าผมยังไม่บรรลุธรรม
ขอให้บรรลุก่อนแล้วจึงจะสอนคนอื่น ท่านก็กรุณาสอนวิชาธาตุให้แก่ผม ผมก็เข้ากรรมฐาน
ฝึกตั้งแต่นั้นมา แม้ออกไปทำงานต่างประเทศก็ฝึกตลอด แต่ก็ยังไม่สำเร็จเลยครับ
 ช่วงนั้น หลวงพ่อสั่งให้ผมคัดคนห้าคนที่เป็นคนดี อุทิศตนเพื่อพระศาสนา
และทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ท่านจะพาไปดูบางอย่างที่จะช่วยให้เข้าใจบาปบุญคุณโทษ
ผมมีเวลาคัดและรวบรวมคนภายในสองวัน
ผมจึงคัดคนดีที่อยากให้ชีวิตเขาประสบความสำเร็จตามอุดมการของเขา (ซึ่งโดยมารยาท
ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม) ไปพบหลวงพ่อที่ภาคอีสานหลังคณะญาติโยมอื่นๆที่เข้าไปก่อนหน้านั้น
แล้วหลายครั้ง เมื่อไปพบ ท่านได้พาไปดูบางสิ่งบางอย่างซึ่งแปลก มีลักษณะคล้ายคน
ยอมรับครับว่าตอนเจอก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ออกเหมือนกันเมื่อเผชิญซึ่งๆหน้าโดยไม่ได้คาดมาก่อน
ตอนนั้นพวกเราที่ไปเช้าใจกันโดยสัญชาติญาณว่า น่าจะเป็นวิญญาณบางจำพวก แต่พอกลับมา
นั่งประชุมกัน พวกเราสงสัยว่า ทำไมเหมือนคนจัง และบางอย่างผมก็ไม่สามารถอธิบายได้
 ถามว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ และเวลาไป เราก็ไปหลังคณะอื่นๆ เสมอ
แต่ก็บอกทุกคนว่าอย่าเพิ่งเชื่อว่าจริงหรือไม่จริง เพราะทั้งสองกรณีอาจทำให้เราหลงผิดได้
จงศีกษาต่อไป จึงตกลงกันว่า
ถ้ามีโอกาสอีก เราจะเข้าไปสัมภาษณ์ จับเนื้อต้องตัว และจะขอเลิกผ้าดู โดยผมกับสมาชิกอีกคนหนึ่ง
อาสาจะรุกเข้าไปประชิดและเปิดผ้าเอง
 พอเรามีโอกาสไปครั้งที่สอง ก็ไม่พบร่างแบบนั้นอีก แต่พบลักษณะอื่นแทน
ก็เลยไม่ได้ทำอะไรนอกจากสังเกตุและศึกษา เมื่อกลับมา ก็ยังมีข้อกังขากันอยู่บางประการ
บางคนพยายามจับผิดต่อสิ่งที่เห็น
ผมจึงแนะนำไปว่า เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศการศึกษาเรียนรู้ อย่าจับผิดเลย เรามาช่วยกันจับถูกดีกว่า
ถ้าไม่ถูกจริงก็อย่าสนใจอีกต่อไป และผมพยายามศึกษาเที่ยบเคียงกับตำหรับตำราและคำบอกเล่าของ
ครูบาอาจารย์ แต่ก็ยังไม่อาจหาข้อสรุปใด ๆ ได้
 จนกระทั่งคืนหนึ่ง หลวงพ่อได้อัญเชิญวิญญาณมาปรากฎที่กระท่อมข้างบ้านของอาจารย์อีกท่านหนึ่ง
ทุกคนเห็นร่างหนึ่งปรากฎบนหลังคาทันทีทันใด บางคนเห็นขณะลอยมาปรากฎ ส่วนผมเอง ไม่เห็นตอน
ที่ท่านมา เห็นแต่ตอนที่ปรากฎแล้ว ทีมงานที่ไปด้วยกันในนั้นทั้งหมด จึงมั่นใจว่าเป็นบางสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในโลกนี้
 ทุกครั้งที่พบเห็นสิ่งแปลกๆเหล่านี้ หลวงพ่อจะฝากทุกคนให้ช่วยกันรื้อฟื้นคุณธรรมให้กลับมาในสังคม
ก่อนที่ประเทศชาติจะเสียหายยิ่งไปกว่านี้
 จากนั้นพวกเราจึงประชุมหารือกัน ว่าเราจะนำประสบการณ์เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร
ส่วนตัวผมเอง ต้องการนำมาฝึกจิตใจให้เข้มแข็งขึ้นเวลาเผชิญสิ่งที่ไม่คาดฝัน(เจอในนิมิตมันต่าง
กับการเจอซึ่งๆหน้ามากครับ)

บางท่านก็จะเอาไปสอนลูกหลานและครอบครัว บางท่านก็จะนำไปใช้ในการบรรยายธรรมะ
จึงสรุปกันว่า ถ้าจะนำไปเผยแพร่ตอนนี้ ยังเผยแพร่ไม่ได้ เพราะที่ผ่านมา
เป็นแค่การลิ้มลองประสบการณ์แปลกๆเบื้องต้นเท่านั้น และพยานหลักฐานก็ยังไม่พร้อม และสิ่งที่ถ่ายได้
ก็ถ่ายโดยมือสมัครเล่น ในภาวะที่ตื่นเต้นตกใจ ยังไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการการถ่ายภาพเลย
ถ้าจะนำไปเผยแพร่
ต้องผ่านกระบวนการศึกษาวิจัยอย่างรอบคอบ คือ จะต้องมีการถ่ายภาพได้อย่างน้อย
หนึ่งร้อยครั้งในที่ต่างๆกันทั่วประเทศทั้งที่กำหนดล่วงหน้าและที่กำหนดทันทีทันใดด้วยตากล้องมืออาชีพ
ที่ถ่ายถูกต้องตามหลักวิชาการถ่ายภาพจริงๆ
และต้องมีโอกาสเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับวิญญาณเหล่านั้นอย่างน้อยหนึ่งเดือน
จึงมอบหมายให้ท่านที่ต้องการทำอุปกรณ์การสอน จัดทีมศึกษาวิจัยเรื่องนี้ต่อไปและให้บริหารการวิจัยกันเอง
ส่วนผมจะไปฝึกวิชา
 ซึ่งท่านก็พยายามเร่งจัดทีมเพื่อไปศึกษาและเก็บภาพมาให้ทันงานปาฐากถาของท่าน
ก่อนผมจากมากำลังอยู่ในขั้นของการพยายามรวมทีมวิจัยและวิธีวิจัย ซึ่งยังไม่ลงตัวดี
เพราะมีหลายคณะที่ศึกษาเรื่องนี้อยู่ แต่ทราบว่าเทปที่ถ่ายกันได้ในช่วงสำรวจครั้งแรกๆ ซึ่งยังใช้ไม่ได้

ได้เล็ดลอดออกไปสู่สาธารณะ จนเกิดการวิพากย์วิจารณ์ต่างๆนานา
 เรื่องนี้ผมขออนุญาตเรียนหารือและเรียนเสนออย่างนี้ครับ
1 ข้อมูลทั้งหมดที่มียังไม่มากพอที่จะสรุปให้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งได้
เพราะเป็นเพียงการถ่ายตามเหตุการณ์ที่เราประสบยังไม่ได้วิจัยถึงสภาพธรรมชาติที่แท้ของสิ่งที่เราพบเลย
จริงๆ
แล้วเรายังไม่ได้เก็บข้อมูลตามระบบที่เตรียมกันใหม่เลย
2 ถ้าเป็นไปได้ ควรจัดให้มีการศึกษาวิจัยเชิงระบบต่อ โดยควรเชิญนักวิชาการหลายสาขามาร่วมด้วย
ขณะนี้นักวิชาการหลายกลุ่มก็กำลังศึกษาเรื่องนี้จากหลวงพ่ออยู่
3 ถ้าสังคมใจเย็นๆ รอให้มีการศึกษาวิจัย และให้การวิจัยสิ้นสุดก่อน
แล้วค่อยวิเคราะห์วิจารณ์กันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
4 หรือหากท่านอาจารย์เห็นว่า เรื่องนี้ควรเป็นเรื่องปัจจัตตัง
ขอความกรุณาท่านอาจารย์แนะนำทีมวิจัยทั้งหลายด้วยครับ ควรประการใดแล้วแต่ท่านอาจารย์จะพิจารณา
 สำหรับหลวงพ่อนั้น ผมเข้าใจว่าท่านสำเร็จวิชาบางอย่างที่โบราณจารย์เคยสำเร็จกัน
และสิ่งหนึ่งซึ่งเห็นชัดที่สุด ต่อพวกเราทุกคนที่ได้สัมผัสท่าน คือท่านเป็นห่วงประเทศชาติ พระศาสนา
และพระมหากษัตรยิ์มาก
ท่านจะย้ำพวกเราเสมอว่าให้ช่วยกันทำนุบำรุงเทิดทูนและรักษาสิ่งล้ำค่านี้ให้ดี
 เรื่องส่วนตัวของท่านนั้น ผมไม่ทราบใดๆ เลยครับ และโดยปกติเรื่องส่วนตัวของใครๆ
เป็นสิ่งที่ผมไม่สนใจเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล
สิ่งที่ผมสนใจคือธรรมวิชาที่ท่านสอนและภารกิจที่ท่านเกื้อกูลสังคม
ล่าสุดท่านสั่งให้ผมพิมพ์สติ้กเกอร์แจกประชาชนทั่วไป มีข้อความว่า
"หยาดเหงื่อของพ่อแม่คือน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์แท้จริง" เพื่อให้ลูกๆ
ทั้งหลายกตัญญูและเคารพรักนับถือพ่อแม่ของตน ซึ่งผมก็ได้จัดพิมพ์ลอตแรกเสร็จแล้ว
โดยผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งช่วยอันออกค่าใช้จ่ายคนละครี่งเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อ
สถาบันครอบครัวทั้งหลายและสังคมไทยโดยตรง

 ขณะนี้ ผมกำลังปฎิบัติธรรมและทำงานอยู่ในแดนไกล เมื่อกลับมาจะมากราบถวายรายละเอียด
และรับคำบัญชาจากท่านอาจารย์ด้วยตนเองอีกครั้งครับ

กราบเท้าท่านอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างสูง
ไชย ณ พล
(ชื่อคุณแม่ตั้งให้ครับ)



 จากคุณ : morning_glory [ 22 พ.ค. 2543 / 00:01:25 น. ]
     [ IP Address : 203.114.229.94 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (Vicha)

ผมขอเสริมความคิดเห็นสักนิด ประสพการณ์ตรงของบุคคลนั้นย่อมมีอยู่เป็น
ธรรมดา แต่ควรเอาคำสุภาสิตโบราณที่กล่าวว่า "รู้ใว้ใช่ใสบ่าแบกหาม"
ซึ่งผมแปรได้อีกความหมายหนึ่ง รู้แล้วปัญญาเกิดขึ้นแล้วไม่ควรยึดมั่นถือมั่น
แม้แต่สิ่งที่พูดคุยหรือสนใจอยู่ จะต้องเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเป็นธรรมดา
ควรมีความสงบและมีความขันติในผลอันเถอะ

 จากคุณ : Vicha [ 22 พ.ค. 2543 / 07:56:01 น. ]
     [ IP Address : 203.151.36.18 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!