เนื้อความ :
หลายครั้งได้มีโอกาสดูสหธรรมิกหลายท่านเดินจงกรม เห็นจุดที่ก่อให้เกิดความเหม่อ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบสั่งสมในทุกคน วันนี้มีโอกาสเฝ้าชมอีกครั้ง แม้แต่คนที่นึกว่าน่าจะเดินถูกก็ผิดเหมือนคนอื่น เลยคิดว่าควรตั้งเป็นกระทู้โดยเฉพาะขึ้นมา น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนผู้แสวงที่สุดทุกข์ทั้งหลาย
ความผิดประการแรกหลายคนสร้างภาพนักเดินจงกรมขึ้นมา แทนที่จะกำหนดใจไว้ ว่าจะเดินเพื่อความรู้ที่เท้า ผลคือจะเดินแบบแมวย่องขโมยปลาบ้าง เดินแบบผีดิบกระตุกไปกระตุกมาบ้าง หรือเดินแบบนักบุญผู้มีจิตใจเปี่ยมด้วยคุณธรรมบ้าง นั่นเป็นการเดินด้วยจินตนาการในหัวทั้งสิ้น ขอให้สังเกตว่าเมื่อเกิดความคิดฟุ้ง ความฟุ้งนั้นจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับภาพนักเดินจงกรมที่สร้างขึ้นมาทันที เพราะเส้นแบ่งระหว่างจินตนาการกับความคิดฟุ้งซ่านนั้นบางเฉียบ วิธีแก้คือเดินเหินให้เป็นธรรมชาติ เดินแบบคนดีๆเขาเดินกัน ต่างจากทั่วไปคือไม่เร่งรีบเหมือนตามโจร แล้วก็ไม่ช้าเหมือนคนตกงาน ให้ความสำคัญกับใจ ใจต้องจ่ออยู่กับเท้า
ความผิดประการที่สองหลายคนยกและเหยียบแบบเกร็งนิดๆ ผลคือใจพลอยเกร็งตามกาย นานๆเข้าก็รู้สึกว่าการเดินจงกรมเป็นของหนัก เป็นภาระไม่สบาย น่าอึดอัด ทำให้อยากเลิกเร็วๆ แล้วไม่นึกพิศวาสจะกลับมาเดินอีก บางคนอาจได้ความสงบ แต่ไม่ได้ความสบาย เพราะใจที่กดอยู่ตลอดนั้น แม้นิ่ง ก็ไม่ใช่แบบรวมดวงหนักแน่น ไม่ใช่แบบจิตใสใจเบา และยิ่งไม่ใช่แบบที่จะรู้ทั่วพร้อม (บางจังหวะอาจฟลุกเข้าโฟกัสตั้งมั่น เห็นทั่วเหมือนกัน แต่จิตจะกระด้าง แห้งแล้ง ด้วยความเกร็งสั่งสม) วิธีแก้คือปล่อยเท้าสบายๆ เหมือนคนเดินเตะเท้าเล่นตอนยก และเหมือนคนชอบวางเท้าลงเต็มๆฝ่าเท้า ใจเย็นสังเกตทุกฝีก้าว อย่าให้หลุดจากความสบายเป็นความเครียดเกร็ง เดินอย่างนี้แค่สองสามรอบก็จะเป็นอัตโนมัติ ไม่ได้ฝืนอะไร ถ้าเหยียบลงเต็มฝ่าเท้าสบายๆอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าใจลงมาอยู่กับเท้าไม่ขาดระยะ
ความผิดประการที่สามทุกคน (ที่ผมมีโอกาสเฝ้าชมการเดินจงกรมสด) หมุนตัวกลับแบบเปิดโอกาส หรือสร้างช่องโหว่ให้ความเหม่อมาครอบงำ กล่าวคือสมมุติว่าเท้าขวาเป็นก้าวเหยียบสุดท้ายของรอบ ก็จะใช้เท้าขวานั้นเป็นจุดหมุนตัวทันที และหมุนแบบครึ่งเร็วครึ่งช้า ผมเห็นว่าด้วยอาการที่ว่านั้น สติของทุกคนหายไป หรืออย่างน้อยเลือนไป เพราะจังหวะที่คงเส้นคงวามาตลอด ถูกทำให้ขาดสาย หรือชะงักลง ความเหม่อสั่งสมนี้มีผลเสียหลายอย่าง ระยะสั้นคือทำให้จิตขาดความต่อเนื่อง ต้องพยายามดึงกลับมาใหม่ ระยะยาวคือทำให้สติไม่เชื่อมกันสนิท เหมือนเส้นทางยาวที่มีหลุมมีบ่อเป็นพักๆ วิธีหมุนตัวกลับที่ถูกจึงควรหยุดก่อนหมุนนิดหนึ่งเพื่อตั้งหลักรู้ กล่าวคือสมมุติว่าเท้าขวาเป็นก้าวสุดท้ายที่ถึงจุดหยุด ต้องให้เท้าซ้ายตามเข้ามาชิดอย่างมีวินัย แล้วพักจังหวะหนึ่ง (จังหวะใจจะนับเท่ากับก้าวเท้าหนึ่งก้าว) แล้วหมุนตัวแบบที่ใจจะนับจังหวะเดียวเท่ากับหนึ่งก้าวเช่นกัน (อาจไม่ต้องดูทะมัดทะแมงถึงขนาดลูกเสือ-เนตรนารีกลับหลังหัน) พอหันกลับมาต้องตั้งหลักหยุดเพื่อนับในใจเท่ากับหนึ่งจังหวะก้าวด้วย
ความคงเส้นคงวาและจังหวะจะโคนที่สม่ำเสมอนั้น ถ้าทำได้อย่างต่อเนื่องจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงทันตาเห็น ทดลองดูนะครับ ด้วยความปรารถนาดี.
|