จังหวะหมุนตัวกลับ: ความผิดพลาดที่ควรแก้ไขในการเดินจงกรม
 เนื้อความ :

หลายครั้งได้มีโอกาสดูสหธรรมิกหลายท่านเดินจงกรม
เห็นจุดที่ก่อให้เกิดความเหม่อ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบสั่งสมในทุกคน
วันนี้มีโอกาสเฝ้าชมอีกครั้ง
แม้แต่คนที่นึกว่าน่าจะเดินถูกก็ผิดเหมือนคนอื่น
เลยคิดว่าควรตั้งเป็นกระทู้โดยเฉพาะขึ้นมา
น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนผู้แสวงที่สุดทุกข์ทั้งหลาย

ความผิดประการแรก

หลายคนสร้างภาพนักเดินจงกรมขึ้นมา
แทนที่จะกำหนดใจไว้ ว่าจะเดินเพื่อความรู้ที่เท้า
ผลคือจะเดินแบบแมวย่องขโมยปลาบ้าง
เดินแบบผีดิบกระตุกไปกระตุกมาบ้าง
หรือเดินแบบนักบุญผู้มีจิตใจเปี่ยมด้วยคุณธรรมบ้าง
นั่นเป็นการเดินด้วยจินตนาการในหัวทั้งสิ้น
ขอให้สังเกตว่าเมื่อเกิดความคิดฟุ้ง
ความฟุ้งนั้นจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับภาพนักเดินจงกรมที่สร้างขึ้นมาทันที
เพราะเส้นแบ่งระหว่างจินตนาการกับความคิดฟุ้งซ่านนั้นบางเฉียบ
วิธีแก้คือเดินเหินให้เป็นธรรมชาติ เดินแบบคนดีๆเขาเดินกัน
ต่างจากทั่วไปคือไม่เร่งรีบเหมือนตามโจร
แล้วก็ไม่ช้าเหมือนคนตกงาน
ให้ความสำคัญกับใจ ใจต้องจ่ออยู่กับเท้า

ความผิดประการที่สอง

หลายคนยกและเหยียบแบบเกร็งนิดๆ
ผลคือใจพลอยเกร็งตามกาย นานๆเข้าก็รู้สึกว่าการเดินจงกรมเป็นของหนัก
เป็นภาระไม่สบาย น่าอึดอัด ทำให้อยากเลิกเร็วๆ
แล้วไม่นึกพิศวาสจะกลับมาเดินอีก
บางคนอาจได้ความสงบ แต่ไม่ได้ความสบาย
เพราะใจที่กดอยู่ตลอดนั้น แม้นิ่ง ก็ไม่ใช่แบบรวมดวงหนักแน่น
ไม่ใช่แบบจิตใสใจเบา และยิ่งไม่ใช่แบบที่จะรู้ทั่วพร้อม
(บางจังหวะอาจฟลุกเข้าโฟกัสตั้งมั่น เห็นทั่วเหมือนกัน
แต่จิตจะกระด้าง แห้งแล้ง ด้วยความเกร็งสั่งสม)
วิธีแก้คือปล่อยเท้าสบายๆ เหมือนคนเดินเตะเท้าเล่นตอนยก
และเหมือนคนชอบวางเท้าลงเต็มๆฝ่าเท้า
ใจเย็นสังเกตทุกฝีก้าว อย่าให้หลุดจากความสบายเป็นความเครียดเกร็ง
เดินอย่างนี้แค่สองสามรอบก็จะเป็นอัตโนมัติ ไม่ได้ฝืนอะไร
ถ้าเหยียบลงเต็มฝ่าเท้าสบายๆอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนให้เห็นว่าใจลงมาอยู่กับเท้าไม่ขาดระยะ


ความผิดประการที่สาม

ทุกคน (ที่ผมมีโอกาสเฝ้าชมการเดินจงกรมสด)
หมุนตัวกลับแบบเปิดโอกาส หรือสร้างช่องโหว่ให้ความเหม่อมาครอบงำ
กล่าวคือสมมุติว่าเท้าขวาเป็นก้าวเหยียบสุดท้ายของรอบ
ก็จะใช้เท้าขวานั้นเป็นจุดหมุนตัวทันที
และหมุนแบบครึ่งเร็วครึ่งช้า
ผมเห็นว่าด้วยอาการที่ว่านั้น สติของทุกคนหายไป หรืออย่างน้อยเลือนไป
เพราะจังหวะที่คงเส้นคงวามาตลอด ถูกทำให้ขาดสาย หรือชะงักลง
ความเหม่อสั่งสมนี้มีผลเสียหลายอย่าง
ระยะสั้นคือทำให้จิตขาดความต่อเนื่อง ต้องพยายามดึงกลับมาใหม่
ระยะยาวคือทำให้สติไม่เชื่อมกันสนิท
เหมือนเส้นทางยาวที่มีหลุมมีบ่อเป็นพักๆ
วิธีหมุนตัวกลับที่ถูกจึงควรหยุดก่อนหมุนนิดหนึ่งเพื่อตั้งหลักรู้
กล่าวคือสมมุติว่าเท้าขวาเป็นก้าวสุดท้ายที่ถึงจุดหยุด
ต้องให้เท้าซ้ายตามเข้ามาชิดอย่างมีวินัย แล้วพักจังหวะหนึ่ง
(จังหวะใจจะนับเท่ากับก้าวเท้าหนึ่งก้าว)
แล้วหมุนตัวแบบที่ใจจะนับจังหวะเดียวเท่ากับหนึ่งก้าวเช่นกัน
(อาจไม่ต้องดูทะมัดทะแมงถึงขนาดลูกเสือ-เนตรนารีกลับหลังหัน)
พอหันกลับมาต้องตั้งหลักหยุดเพื่อนับในใจเท่ากับหนึ่งจังหวะก้าวด้วย

ความคงเส้นคงวาและจังหวะจะโคนที่สม่ำเสมอนั้น
ถ้าทำได้อย่างต่อเนื่องจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงทันตาเห็น
ทดลองดูนะครับ ด้วยความปรารถนาดี.

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 14 ก.พ. 2543 / 00:25:17 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.12 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (สายขิม...)

ขอบคุณค่ะพี่ศรัณย์ เย็นนี้ต้องกลับไปเดินให้ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ
อ่านจบแล้วก็พบว่า ตัวเองก็เดินจงกรมแบบผิด ๆ
หลายขั้นตอนเหมือนกัน... มิน่าซิ ตอนเดินใหม่ ๆ ทำไมมันคอยแต่จะหลับ
เพราะเราไปทำท่าเดินเหมือนคนตกงานนี่เอง  : )

 จากคุณ : สายขิม... [ 14 ก.พ. 2543 / 07:35:20 น. ]
     [ IP Address : 202.28.19.41 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (สันตินันท์)

ผมเดินจงกรมเหมือนกับนั่งสมาธิครับ
เพียงแต่ตอนเดิน จะรู้การเคลื่อนไหวของกายกับจิต
(แล้วแต่ว่า ขณะนั้น สติจะจดจ่อลงที่ใด)
ส่วนตอนนั่งและนอน จะรู้ลมหายใจกับจิต

จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การยืน เดิน นั่ง นอน
แต่อยู่ที่ความต่อเนื่องของสติและสัมปชัญญะ

ระดับความเร็วของการเดิน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีปัญหามาก
บางคนจะพยายามเดินช้า - ช้ามาก - ช้าที่สุด
ก้าวหนึ่งกำหนดได้ 6 - 7 จังหวะ
แต่บางคนก็เดินเร็วเหมือนตามควาย (คุณดังตฤณใช้คำว่าตามโจร
ซึ่งผมเห็นว่า ตามโจรบางทีก็ต้องซุ่ม ต้องย่องย่าง ไม่เร็วเสมอไปหรอก :) )

การเดินเร็วโดยนับจังหวะก้าวไปด้วย หรือบริกรรมไปด้วย
อาจจะมีประโยชน์บ้าง ในตอนที่จิตฟุ้งซ่าน
คือเดินและนับหรือบริกรรมเร็วๆ จิตจะได้ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่น

ส่วนการเดินช้า - ช้ามาก - ช้าที่สุด นั้น
เขาว่ากันว่าเพื่อให้กำหนดสติทัน
แต่ผมเดินแบบนั้นไม่เป็น จึงไม่เห็นประโยชน์ของการเดินช้าเพื่อให้สติตามทัน
กลับเห็นว่า เราควรฝึกสติสัมปชัญญะให้ไว ให้ทันการเดินปกติให้ได้
เพื่อจะเจริญสติสัมปชัญญะได้จริงในชีวิตประจำวัน
แต่อันนี้ เป็นเรื่องความถนัดส่วนตัวครับ ใครอยากเดินอย่างไรก็ไม่ว่ากัน
ให้มีสติสัมปชัญญะให้ต่อเนื่องได้จริงๆ ก็แล้วกัน

ถ้าสติไวจริงๆ แค่เอื้อมมือหยิบแก้วน้ำมาดื่มด้วยความเร็วปกติ
หรือก้าวเท้าเดินจงกรมด้วยความเร็วปกติ
ก็จะเห็นรูปเกิดดับต่อเนื่องกันถี่ยิบ ไม่ผิดกับภาพการ์ตูนเลย
นับไม่ทันด้วยซ้ำไปว่า มันกี่สิบกี่ร้อยจังหวะกันแน่
และการไล่นับ ก็จะเป็นภาระอันใหญ่หลวง เข้าขั้นทรมานจิตทีเดียว
เหมือนกับการพยายามนับเม็ดฝนที่ตกลงต่อหน้าเรา

เวลาเดินจงกรมนั้น จุดสำคัญอยู่ตอนที่จะหยุด หมุนตัว และเริ่มก้าวเดินใหม่
อันนี้จริงอย่างที่คุณดังตฤณกล่าวไว้
ยิ่งถ้าอายุมากแบบผม ขืนเดินพรวดพราดไปสุดทางจงกรม
ก็เหวี่ยงเท้าหมุนตัวกลับหลังหันทันที
ถึงสติจะไม่เคลื่อน แต่สังขารร่างกายเคลื่อนแน่นอน
ดีไม่ดีหน้ามืด ล้มคว่ำเอาง่ายๆ
ดังนั้นเดินไปสุดทางจงกรมแล้วหยุดอย่างสบายๆ เสียก่อน
ทำความรู้ตัวทั่วพร้อม แล้วค่อยหมุนตัวกลับ
จะเห็นรูปกายเกิดดับต่อเนื่องกันถี่ยิบในตอนหมุนตัว
แล้วก็มาหยุดรู้รูปยืนสักหน่อยหนึ่ง พอตั้งมั่นไม่ซวนเซแล้วจึงค่อยเดินต่อไป

งานกรรมฐานเป็นงานละเอียด
ปฏิบัติไปอย่างสบายๆ ประณีต เป็นธรรมชาติธรรมดา
อย่าไปปฏิบัติด้วยแรงจูงใจของกิเลส จนต้องวางมาดเป็นผู้ปฏิบัติ
แต่ถ้ากำลังจงใจ กำลังวางมาด กำลังกดข่มบังคับกายและจิต
ก็ให้คอยรู้เท่าทันไว้
เดี๋ยวมันก็เป็นธรรมดาเองแหละครับ

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 14 ก.พ. 2543 / 09:21:01 น. ]
     [ IP Address : 203.154.120.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (คนหาแก่นธรรม)

สาธุกับคุณ ดังตฤณ และพี่สันตินันท์ ครับ

เห็นด้วยกับทั้งสองท่าน ช่วงแรกๆที่หัดเดินก็เข็งกระโดกกระเดกอย่างว่านั่นแหละครับ
แล้วก็มักจะลืมไปฟุ้งซ่านบ่อยๆแถวๆหัวทางจงกรม จนตัวเองหงุดหงิด

คงต้องใช้การฝึกฝนลองผิดลองถูกไปตั้งนานกว่าจะเข้าที่เข้าทางครับ

เล่านอกเรื่องหน่อยครับ เมื่อเดือนที่แล้วรู้สึกว่าตัวเองจะออกกำลังน้อยไปหน่อย(เริ่มอ้วน)
เลยซื้อเครื่องออกกำลังกาย แบบ 12 in 1 มาเครื่องหนึ่งไว้ใช้ที่บ้านเพราะมักกลับค่ำ
ออกไปวิ่งข้างนอกบ้านไม่ได้ ตอนจะออกกำลังกายก็ตั้งเวลาไว้ 30 นาที
แล้วก็เริ่มเดินเร็วๆ บนสายพาน ใจก็คิดว่า เอ ! ไหนๆก็เสียเวลาแล้ว เราจะลอง
กำหนดจิตดูซะเลย ก็เลยเดิน/วิ่ง จงกรมบนสายพาน ปรากฏว่าได้ผลดีมากๆเลยครับ
แม้จะเดินเร็วมากสติก็ยังต่อเนื่องเป็นสายไปเลย นอกจากนั้นเวลาออกกำลังกายท่าอื่นๆ
ก็กำหนดจิตตามดูอิริยาบทไปเรื่อยๆ จะรู้สึกเบากายเบาใจมากครับ

(อันนี้เล่าให้ฟังเฉยๆครับว่าการเจริญสติทำได้ทุกกาลทุกสถานที่ทุกอิริยาบทครับ
แต่ไม่ไดตั้งใจโปรโมทสินค้าเครื่องออกกำลังกาย
และไม่ได้มาโฆษณาให้เดินจงกรมวิธีใหม่นะครับ)

 จากคุณ : คนหาแก่นธรรม [ 14 ก.พ. 2543 / 09:46:35 น. ]
     [ IP Address : 202.44.210.48 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (Acura)

ขอบคุณมากครับ คุณอาสันตินันท์ และพี่ดังตฤณ ครับ
ผมเองไม่ค่อยชอบเดินจงกรมเพราะรู้สึก ไม่ถนัด อาจจะเป็นเพราะว่าการเดินของผม อยู่ในข่ายที่ พี่ดังตฤณ พูดมาอ่ะครับ คือเดินไม่ถูกเลย ก็เลยทำให้ไม่สบาย นักเวลา เดินจงกรม ก็เลย พานไม่ชอบการเดินจงกรมไปเลย แต่จะลองพยายามเดินดูใหม่ครับ แล้วจะระวังในจุดที่ คุณอากับพี่ พูดมาครับ :-)

 จากคุณ : Acura [ 14 ก.พ. 2543 / 15:02:50 น. ]
     [ IP Address : 24.2.100.239 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (sboonrod@hotmail.com)

ขอบคุณ คุณดังตฤณ และคุณสันตินันท์มากครับที่ช่วยแนะนำวิธีการเดินจงกรมที่ถูกต้อง ซึ่งโดยปกติขณะนี้ผมก็เดินจงกรมโดยใช้การกำหนดลมหายใจกับจิต เช่นเดียวกับการนั่งสมาธิ
ครับ

 จากคุณ : sboonrod@hotmail.com [ 14 ก.พ. 2543 / 21:03:50 น. ]
     [ IP Address : 203.151.122.243 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (morning_glory)

ขอบคุณพี่ๆมากครับ  ที่ให้คำแนะนำ
ผมเองคงเข้าข่ายเดินผิดๆ ให้พี่เห็นด้วยกระมัง
ก็จะปรับปรุงตัว ให้เข้าที่เข้าทางขึ้นครับ

 จากคุณ : morning_glory [ 14 ก.พ. 2543 / 22:14:45 น. ]
     [ IP Address : 203.151.255.132 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (kobe)

ผมก็สงสัยจะเป็นเดิมตามโจรตามแบบพี่ศรันย์กล่าวแน่ๆ ครับ
ขอบคุณครับ พี่ศรันย์และอาสันตินันท์ที่ช่วยแนะนำครับ

 จากคุณ : kobe [ 14 ก.พ. 2543 / 22:54:03 น. ]
     [ IP Address : 203.146.124.108 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (dolphin)

ขอบพระคุณ พี่ศรัณย์ และ พี่ปราโมทย์ ค่ะ
จะพยายามปฏิบัติตามคำชี้แนะค่ะ

 จากคุณ : dolphin [ 15 ก.พ. 2543 / 08:51:54 น. ]
     [ IP Address : 203.148.255.215 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (นายสงบ)

ยิ่งอ่านยิ่งเข้าตัวครับ ขอขอบคุณพี่ศรัณย์และคุณอาสันตินันท์ที่ชี้แนะและตักเตือนไม่ให้ผมปฏิบัติผิดมากไปกว่านี้ครับ

 จากคุณ : นายสงบ [ 15 ก.พ. 2543 / 09:30:29 น. ]
     [ IP Address : 203.146.18.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (แมวแก่)

ขอบพระคุณพี่ดังตฤณและคุณอาสันตินันท์มากครับ _/|\_

--------

ตัวเองนั้นไม่มีผลงานอะไรมาเล่าครับ แต่เร็วๆนี้โชคดีมาก เพราะได้มี
โอกาสไปกราบพระอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบท่านหนึ่ง ซึ่งท่านมัก
ซ่อนเร้นกายอยู่และตั้งปณิธานจะสอนแต่พระกับเณรเท่านั้น

ท่านเมตตาสอนพวกเราเกี่ยวกับการเดินจงกรมในอีกแง่หนึ่งครับ
เลยอยากจะนำมาถ่ายทอดไว้ในที่นี้ เพื่อเป็นการเสริมประเด็น หาก
จำหรือเขียนผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงด้วยครับ

คือในวันนั้น มีพวกเราถามว่าจะปฏิบัติอย่างไรดี ท่านจึงสอนพวกเรา
ด้วยน้ำเสียงเน้นความสำคัญมากจนเสมือนสั่งว่า

"พวกเธอจงไปเดินจงกรมมากๆ"

พร้อมทั้งกรุณาแสดงท่าเดินให้พวกเราดูโดยเป็นการเดินแบบธรรมดาๆ
สบายๆ เดินเหยียบตุ๊บๆๆ เลย โดยท่านว่า .....

"เดินแบบนี้เลย ตุ๊บๆๆๆ รู้ที่เท้าไปเรื่อยๆ แบบสบายๆ โดยแต่ละรอบ
นั้น ให้พยายามรู้อยู่ที่เท้าอย่างเดียว พยายามอย่าส่งจิตออกนอก และไม่
ต้องไปจำแนกเย็นร้อน อ่อนแข็ง หรือยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ
เลย เพราะส่งจิตออกนอกทั้งนั้น แต่ให้รู้ตุ๊บๆๆแบบสบายๆไปเรื่อยๆ

อดทนเดินแบบนี้ไปเลย เดินไปเลยเป็นเดือนเป็นปี จนกระทั่ง
อาการรู้นั้นลอยขึ้นมาเองจนมารู้ตุ๊บๆอยู่ที่ใจตลอด


.... และระหว่างก่อนหน้านั้น ก็ให้เดินไป รู้ไปแบบสบายๆ ไม่ต้องไปจ้อง
ไม่ต้องไปคิด ไม่ต้องไปลุ้น ว่า เอ.... จะขึ้นมารู้ที่กลางอกหรือยังน้า ....
หรือ เย็นนี้จะลอยขึ้นมาหรือยังเอ่ย :-) จะขึ้นมาวันไหนปีไหนก็เป็นเรื่อง
ของมัน"

และท่านก็ยังเมตตาย้ำอีกหลายครั้งว่า .... ให้ไปทำมากๆ

การที่ได้ฟังคำสอนของท่านวันนั้น ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งและหมดข้อสงสัย
เกี่ยวกับการปฏิบัติที่แอบมีค้างอยู่ในใจอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว (จึงไม่เคยนำมา
ถามอาจารย์) เลยอยากนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆชาวลานธรรมฟังบ้างครับ

 จากคุณ : แมวแก่ [ 15 ก.พ. 2543 / 14:37:35 น. ]
     [ IP Address : 203.155.134.89 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (นายสงบ)

ขอขอบคุณพี่แมวแก่มากๆครับสำหรับ เคล็ดการเดินจงกรมครับ

 จากคุณ : นายสงบ [ 15 ก.พ. 2543 / 17:27:47 น. ]
     [ IP Address : 203.146.18.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (มะเหมี่ยว)

ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะของทุกท่านค่ะ  ตอนแรกน่ะเข้าใจเอาเองว่า ให้รู้อยู่ที่เท้า ประเดี๋ยวเดียว แล้วจึงค่อยเปลี่ยนมารู้ที่จิต  แสดงว่าเข้าใจผิดมาตลอดเลยค่ะ

 จากคุณ : มะเหมี่ยว [ 15 ก.พ. 2543 / 17:50:23 น. ]
     [ IP Address : 203.148.204.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (ดังตฤณ)

ตอนจิตมีกำลังแล้วเข้ารู้
จะรู้จริง รู้ชัดในสิ่งนั้น
เห็นไตรลักษณ์ก็เห็นจริง
แต่ถ้าตอนจิตกำลังอยู่ในภาวะเอ๋อ แล้วพยายามเข้ารู้
ก็จะรู้ปลอม และท้อง่ายครับ
เพราะกี่ปีๆก็ไม่เห็นเกิดอะไรขึ้นสักที

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 15 ก.พ. 2543 / 18:45:00 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (ทองจันทร์)

ขอบคุณมากครับพี่ศรันย์ คุณอาสันตินันท์และพี่แมวแก่ สำหรับเทคนิคเดินจงกรมที่ถูกต้องนี้ครับ ผมเคยได้สังเกตุวิธีเดินจงกรมของหลวงตามหาบัวคราวที่ท่านมาพักที่สวนแสงธรรมปลายปีที่ผ่านมาก็พบว่าท่านจะหยุดนิ่งลักษณะเท้าชิดกันก่อนกลับตัวเพื่อเดินใหม่ทุกครั้งครับคงเป็นตามเหตุผลที่คุณอาได้เล่าไว้ข้างต้น แต่ก็มีสงสัยนิดนึงคือผมได้ดูวิดิโอที่มีผู้ไปถ่ายทำเรื่องชีวิตในวัดป่าบ้านตาด ในนั้นมีถ่ายตอนพระท่านเดินจงกรมเวลากลับตัวผมก็ได้สังเกตเห็นท่านหมุนตัวกลับมาเลยโดยไม่ได้รอให้เท้ามาชิดกันก่อนซึ่งก็ทำให้ผมเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าควรหมุนตัวอย่างไรพออ่านกระทู้นี้จึงเหมือนกุญแจไขความสงสัยที่เคยมีให้หมดไปครับ ขอบคุณมากครับ : )

 จากคุณ : ทองจันทร์ [ 15 ก.พ. 2543 / 19:36:03 น. ]
     [ IP Address : 203.151.82.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (กระต่าย)

เป็นคนที่ถนัดเดินจงกรมมากกว่านั่งสมาธิ
เลยพอมีประสบการณ์มาลองเล่าดูบ้าง (ครูดังตฤณให้มาเล่าค่ะ)

เมื่อคืนก่อน เดินจงกรม เดินนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ
เดินๆๆ ไปก็รู้อยู่ที่เดินไปเรื่อยๆ ระยะหลังๆ ปฏิบัติมานานๆ
มักจะพบเสมอ คืออาการของเวลาที่นั่งสมาธิอยู่ หรือเดินจงกรมอยู่
จะเห็นเป็นภาพติดตา หรือภาพในความฝันเสมอ
เป็นภาพที่มักพบเวลาที่เครียดมากๆ หรือฝันร้าย
ที่เจอทีไรจะกลัวภาพนั้น หรือไม่ชอบเสมอ
คราวนี้เดินจงกรมก็เหมือนกัน มีอาการเหล่านี้มาให้เห็น
เพื่อหลอกเรา ดึงเราออกจากการรู้อยู่ที่เท้าขณะเดินเรื่อยๆ
ก็ไม่ได้สนใจ ดึงกลับมารู้ที่เดินต่อ
เดินๆอยู่ ก็รู้สึกว่าช่วงล่าง เหมือนพองลม พองลม
แล้วตัวก็พองๆ แต่ก็ไม่ได้ไปสนใจมัน ดึงกลับมารู้ที่เดินต่อ
อาการก็ยังมีต่อไป ตัวมันพอง มันเบา เดินไปเดินมา รู้สึกท่อนล่างทั้งหมดมันพอง
พองมาถึงแขนถึงตัว เดินไปเดินมารู้สึกว่าท่อนล่างเหมือนเป็นกระดูกเอี๊ยดอ๊าดเดินอยู่
สังเกตุดูว่า มักมีอาการแปลกๆ มาหลอกดึงให้ออกจากรู้เดินเรื่อยๆ

พอได้เวลารายงานการปฏิบัติ คุณครูก็แนะนำว่า
อาการที่เล่ามามันคืออาการของปิติ
ให้ประคองด้วยอุเบกขาจนกว่าจะสด ตื่น คงที่
แล้วเอาไปดูไตรลักษณ์จะเห็นชัด ไม่บิดเบี๊ยว
ส่วนที่เห็นท่อนล่างเป็นกระดูกเอี๊ยดอ๊าดนั้น
คุณครูบอกว่าตรงนั้นยังไม่เป็นกลางนะ มันแปลกไป ดูเหมือนพิเศษ
แต่ที่แท้ทำให้จิตเสียศูนย์ ให้ประคองอุเบกขาไว้ จนกว่าจะรู้สึกสดใส สะอาด คงที่
แล้วเอามาดูจิต จะเห็นเวทนา สัญญา สังขารแบ่งกันเป็นชั้นๆอย่างชัดเจน
แล้วก็รู้ว่าเป็นสิ่งจรมาจรไปง่ายๆมาก

พอมีประสบการณ์บ้าง เลยเอามาแบ่งปันเผื่อจะเป็นประโยชน์ค่ะ :-)

 จากคุณ : กระต่าย [ 16 ก.พ. 2543 / 14:40:34 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.180 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (นายสงบ)

ขอบคุณ คุณกระต่ายสำหรับประสบการณ์อันมีค่านี้ครับ

 จากคุณ : นายสงบ [ 16 ก.พ. 2543 / 16:20:47 น. ]
     [ IP Address : 203.146.18.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (or44)

ขอบคุณมากค่ะพี่ศรันย์ พี่สันตินันท์และพี่แมวแก่
ตอนนี้ยังไม่เริ่มเดินเลยค่ะ คงต้องเริ่มหัดเดินบ้างแล้วค่ะ

 จากคุณ : or44 [ 17 ก.พ. 2543 / 10:50:14 น. ]
     [ IP Address : 202.28.18.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (บัวใต้น้ำ)

สาธุ สาธุ สาธุ

 จากคุณ : บัวใต้น้ำ [ 18 ก.พ. 2543 / 08:36:44 น. ]
     [ IP Address : 202.44.204.17 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (ดังตฤณ)

เสริมนิดหนึ่งครับ
จังหวะกลับตัวนั้น ให้ดีใจไม่ควรละจากเท้าเลย
จะเหมือนพิมพ์ติดจิตตลอดเวลา
ช่วงหยุดเท้าควรเสมอกัน ไม่เหลื่อมจากกัน
ก็ช่วยให้ใจพลอยเสมอ ตั้งหลักเป็นกลางไปด้วย

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 18 ก.พ. 2543 / 10:24:55 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (Lee)

สาธุครับ

เดินจงกรมนี่ เดินพอเป็นแล้วจะสนุกมาก

ช่วงแรกก็เดินดูเท้านี่ละ ถ้าไม่ดูเท้าก็ดูลมหายใจ  ดูๆไปทีนี้ดูทั้งตัว คราวนี้ละมันจริงๆ อย่างที่คุณดังตฤณเคยเขียน เหมือนเป็นหุ่นเดินไปมา  เดินกระโดก กระเดก ก็เห็น ก็รู้  เดินๆไป คราวนี้ค่อยมาดูจิตต่อ จิตจะรู้สติ พยายามประคองสติรู้นี้ไว้ แล้วดูสิ่งที่ผลุดออกมา ดูความคิด ดูความอยาก ดูความเมื่อย  ดูๆไป คราวนี้จิตจะรู้ว่างๆ สว่างๆ  มันส์จริงๆ ;-)

 จากคุณ : Lee [ 18 ก.พ. 2543 / 23:18:27 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.180 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (ดังตฤณ)

อยากให้ทุกคนมาถึงจุดที่กระต่ายกับหมอลีเล่าจริงๆ :-)

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 19 ก.พ. 2543 / 08:57:12 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (Lee)

ก็ต้องขอบคุณ คุณดังตฤณ กับ พี่สันตินันท์ ที่ช่วยเขียนสอนไว้ตั้งแต่สมัยอยู่ห้องสมุดละครับ  ตรงนั้นเป็นบทเริ่มที่ทำให้ผมพิจารณาว่าเดินจงกรมนี่ทำได้ 

เมื่อก่อนนี้ ผมก็ไม่ชอบการเดินจงกรมมาก เพราะเรียนมาแบบเดินช้าๆ กำหนด ก้าว ย่าง ยก เหยียบ แถมท่าเดินจะเป็นแบบหุ่นขาเป๋ เดินยังไง ก็รู้สึกว่าสุดฝืน ไม่ถูกจริตจริงๆ (ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ ใครทำแล้วถูกจริต ทำแล้วเจริญสติได้ดีก็ดีครับ)

พอมีการบอกว่าเดินตามสบาย เราฝึกที่จิต ไม่ใช่ฝึกกาย ทีนี้เสร็จผม ผมกอดตัวรู้เดินแทน

ท่านอาจารย์เควสโก เขียนเล่าในหนังสืออานาปาณสติของท่านว่า อาจารย์ใหญ่ (หลวงปู่มั่น) เดินจงกรม เร็วมาก เดินกลับไป กลับมาเร็วจริงๆ  อันนี้คงต้องให้พี่สันตินันท์เล่าเพราะ พี่มักมีเกร็ดสนุกๆอย่างนี้เยอะ

อ้อ ผมมีอีกอย่างหนึ่งอยากบอกเล่า
ผมเองก็ปฏิบัติตามที่ พี่สันตินันท์สอน คุณดังตฤณ แนะนำ มา 10 เดือน โดยประมาณ ตอนเริ่มปฏิบัติ เริ่มเพราะรู้สึกว่าน่าจะถูกจริตเรา  ทำมาถึงตอนนี้ คงต้องมายืนยันกับคนอื่นๆที่ยังลังเลละครับ ว่าที่พี่สันตินันท์เขียนมา คุณดังตฤณเขียนนี่ ไม่ได้ยกเมฆแน่ๆ  เป็นการเขียนที่ประกอบไปด้วยความตั้งใจที่จะบอก ที่จะเขียนวิธีปฏิบัติ ทั้งหลัก และ รายละเอียด 

ถ้าให้เปรียบก็คือ บอกแผนที่มาแล้ว เราจะเดินตามหรือเปล่า?  ผมเริ่มเดินตามได้ระยะหนึ่ง ก็หันหลับมายืนยันบ้างว่าทางนี้ทำได้ ไม่ยาก ไม่ลำบากมาก (ทางกาย) ถ้าจำได้ เมื่อตอนเริ่มปฏิบัติใหม่ๆ  ผมเองก็ถามแหลก แต่ตอนทำ ก็ต้องจริงๆ ค่อยๆทำ ไป ใครที่ยังลังเลว่า ที่แนะนำถูกหรือผิด เพราะมีคนสอนธรรมกันเยอะในปัจจุบัน หลายแนวทาง แถมบางคนมาชี้โครมเลยว่า ที่เราทำนี่ผิดแน่ๆ  ผมทำมา 10 เดือนก็อยากยืนยันว่า ไม่ผิดแน่ แถมได้เห็นผลเร็วมากด้วย ทำเถอะครับ การดูจิต ฝึกสติปัฏฐาน 4 นี่  ทำให้มีความสุขกาย สุขใจครับ

 จากคุณ : Lee [ 19 ก.พ. 2543 / 12:01:26 น. ]
     [ IP Address : 203.148.247.61 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (dolphin)

ขอบพระคุณ.....คุณ Lee ค่ะ ^_^

 จากคุณ : dolphin [ 21 ก.พ. 2543 / 13:27:09 น. ]
     [ IP Address : 203.148.255.215 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (นายสงบ)

นับถือพี่หมอ Lee จริงๆครับ ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะปฏิบัติธรรมมากขึ้นครับ
แม้ตอนนี้ผมจะยังไม่ถึงขั้นพี่หมอ Lee หรือคุณกระต่าย แต่ผมก็เริ่มชอบการเดินจงกรมบ้างแล้วครับ

 จากคุณ : นายสงบ [ 22 ก.พ. 2543 / 08:15:30 น. ]
     [ IP Address : 203.146.18.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (เพลินพิศ)

ขอเข้ากลุ่มกับคุณดังตฤนด้วยคน เพราะไม่เคยสนใจการเดินจงกลมเลย จนมาอ่านกระทู้นี้แหละ รู้สึกว่าน่าจะดีสำหรับคนที่ขยันแบบเรา เพราะตอนนี้ใช้การนอนทำสมาธิ (เดิมป่วยมาก เดินไม่ได้ ปวดหลังค่ะ แต่ตอนนี้หายแล้ว ) หากมีอะไรจะชี้แนะคนเริ่มใหม่ก็เชิญแนะนำกันได้นะคะ

 จากคุณ : เพลินพิศ [ 24 ก.พ. 2543 / 19:05:26 น. ]
     [ IP Address : 203.145.3.16 ]


 ความคิดเห็นที่ 26 : (เพลินพิศ)

ขออภัยนะคะสะกดคำผิดตั้ง 2 คำน่ะ
ขออภัยคุณดังตฤณ นะคะที่เขียนชื่อผิด
และจงกรม  เขียนเป็นจงกลม เชื่อหรือยังไม่รู้จักและไม่สนใจมาก่อนจริงๆ

 จากคุณ : เพลินพิศ [ 24 ก.พ. 2543 / 19:08:40 น. ]
     [ IP Address : 203.145.3.16 ]


 ความคิดเห็นที่ 27 : (ดังตฤณ)

คุณเพลินพิศ

แรกๆผมเดินจงกรมยังไม่เป็น
วางใจไว้ที่เท้าไม่ถูก
สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือเหม่อแต่ไม่รู้ว่าเหม่อ
มีความสุขกับการเดินแบบครึ่งสติและครึ่งเหม่อ
ไม่ใช่มีความสุขกับการเดินแบบเต็มสติตลอดสาย
ก็เห็นว่าเดินจงกรมนี่น่าจะเอาไว้แก้เคล็ดขัดยอกขาหลังนั่งสมาธิ

ต่อมาเมื่อรู้จักเดินอย่างสบายๆเหมือนเดินเล่น
แต่จังหวะสม่ำเสมอ และมีใจจ่ออยู่กับเท้าไม่ลดละ
กระทั่งจิตใส เห็นรายละเอียดของเท้าพิมพ์ติดจิต
ไม่ว่าจะเป็นฝ่าเท้า ตาตุ่ม และค่อยๆนิ่งรู้เองสูงขึ้นมายังส่วนอื่น
จึงค่อยทราบว่าเบื้องต้นของการกรรมฐานภาวนานั้น
การนั่งสมาธิหลับตา เป็นการฝึกสติขณะนิ่ง
การเดินจงกรม เป็นการฝึกสติขณะเคลื่อนไหว

สำคัญทั้งคู่ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
ถ้าใครทำถึงขั้นที่สลับกันระหว่างนั่งสมาธิกับเดินจงกรมทั้งวัน
ความรู้สึกและโลกทัศน์ภายในจะเปลี่ยนไป
คือเริ่มรับรู้โลกด้วยความนิ่ง ใส สะอาดจากภายใน
สะอาดจากราคะ โทสะ
สะอาดจากความเห็นผิดประการต่างๆ
นิ่งรู้กายใจตามความเป็นสภาวธรรมเท่าที่ปรากฏจริง
ไม่แทรกเจืออยู่ด้วยความรู้สึกในตัวตน
ขยับอวัยวะส่วนไหน จิตก็ไวพอจะเกาะกับอวัยวะส่วนนั้น
ด้วยความรู้สึกแห่งอนัตตสัญญา เราไม่ได้สร้างมันขึ้นมา
เราไม่ได้ออกแบบมันให้เป็นอย่างนั้น
จิตจะเบิกบาน นุ่มนวล ละเอียดอ่อน
ส่งผลกระทบถึงวิธีคิด วิธีพูด และวิธีกระทำไปด้วย
จะรู้จักว่าเป็นอยู่ด้วยกระแสมหากุศลนั้น เป็นอย่างไร

สั่งสมความเห็นถูก เห็นตรง ว่ามีแต่สภาวธรรม
ไม่มีเรา ไม่มีความรู้สึกในเราไปเรื่อยๆ
วันหนึ่งมันก็รู้สึกว่าง ไม่เหลือหรอ
เป็นหลักฐานพิสูจน์ให้กับพระพุทธองค์ได้โดยยังมีชีวิต
ลืมหูลืมตาอยู่เป็นปกตินี้เอง

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 25 ก.พ. 2543 / 09:00:48 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 28 : (ป้าหมอ)

ขอบคุณมากมายค่ะ

 จากคุณ : ป้าหมอ [ 25 ก.พ. 2543 / 09:22:46 น. ]
     [ IP Address : 4.48.159.32 ]


 ความคิดเห็นที่ 29 : (เพลินพิศ)

ขอบคุณมากนะคะคุณดังตฤณ
จะลองทำดู ตอนนี้เริ่มฝึกทำสมธิท่านั่งบ้างแล้ว และคงได้ทำเดินจงกรมคู่กันไป มีอะไรสงสัยแล้วจะถามนะคะ

น้องใหม่ในวงการ
อายุเป็นเพียงตัวเลข ใช่หรือเปล่า

 จากคุณ : เพลินพิศ [ 25 ก.พ. 2543 / 14:03:39 น. ]
     [ IP Address : 203.145.3.49 ]


 ความคิดเห็นที่ 30 : (มะขามป้อม)

มีวิธีแก้อีกอย่างหนึ่งครับคือแทนที่จะเดินไป-กลับ
ก็เดินเป็นวงกลมหรือวงรีเสีย เท่านี้ก็ไม่ต้องหยุดหมุนตัวแล้วครับ

 จากคุณ : มะขามป้อม [ 1 มี.ค. 2543 / 09:09:45 น. ]
     [ IP Address : 203.150.154.5 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!