ความคิดเห็นที่ 2 : (rising_sun)
>การปฏิบัติธรรมคืออะไร? แล้วในทางปฏิบัติจริงคือ?
ก่อนจะเข้าใจคำว่าการปฏิบัติธรรม เราควรจะเข้าใจคำว่าธรรมก่อน คำว่าธรรมนี้มีความหมายหลายนัยครับ นัยกว้างที่สุดนั้นหมายเอาถึงธรรมชาติทั้งหลายทั้งปวงเลยทีเดียว แต่ความหมายที่ใช้อย่างเข้าใจทั่วกันคือสิ่งที่เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ดังนั้นการปฏิบัติธรรม ก็หมายถึงการปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเองครับ
พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นจำแนกแจกแจงธรรมไว้อย่างมากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นไปเพื่อความดับสนิทแห่งทุกข์เท่านั้น แต่หากกล่าวถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์แล้ว ก็จะอยู่แต่เพียงในกรอบของไตรสิกขาคือศีล สมาธิ ปัญญาเท่านั้นเอง
คำว่าศีลนี้หมายถึงสิ่งที่ควบคุมความประพฤติให้เป็นไปตามปกติ และเพื่อสนับสนุนต่อคุณธรรมในเบื้องสูงขึ้นไป โดยความหมายที่แคบที่สุดได้แก่ศีลห้าที่ควบคุมความประพฤติของมนุษย์ในสังคม แต่หากจะนำไปขยายก็ได้แก่ความประพฤติดีตามหลักธรรมทุกอย่าง เช่นพรหมวิหาร4, สังคหวัตถุ4, การเลี้ยงชีพอย่างสุจริต,อินทรีย์สังวร ฯลฯ
สมาธิเป็นการปฏิบัติทางจิต เป็นการเตรียมจิตให้ถึงพร้อมเพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้ปัญญา ที่ต้องเตรียมจิตให้พร้อมและควรต่อการใช้ปัญญาก็เนื่องจากว่าจุดมุ่งหมายของการปฏิบัตินั้น ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยการทำสมาธิแต่เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องใช้ปัญญาประกอบด้วย
ปัญญาคือการที่จิตพิจารณาเห็นสภาพธรรมตามความเป็นจริง เมื่อเห็นสภาพธรรมตามความเป็นจริงแล้ว ก็จะเบื่อหน่าย(ไม่ใช่เบื่อแบบโลกๆนะครับ) คลายกำหนัด แล้วก็จะนำไปสู่การวางเหตุแห่งทุกข์เป็นลำดับกันต่อไป
ในทางปฏิบัติ การปฏิบัติธรรมเปรียบเสมือนกับการเดินทางหรือการเล่นกีฬา ระดับของศีล สมาธิ ปัญญา ของนักปฏิบัติก็จะพัฒนากันไป เปรียบเสมือนกับระยะทางที่นักเดินทางแต่ละคนเดิน เปรียบเสมือนกับกำลังกายที่นักกีฬาแต่ละคนได้รับจากการฝึกซ้อมครับ ยิ่งเดินยิ่งไกล ยิ่งฝึกซ้อมยิ่งเก่ง ผู้ที่ยิ่งปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญาก็จะพัฒนาไปตามลำดับเหมือนกัน
>ถ้าเป็นการทำสมาธิมีแบบไหนบ้าง? จุดมุ่งหมายเพื่ออะไร?
ดังที่ได้ตอบไปแล้วว่าการปฏิบัตินั้นไม่ได้หมายถึงการทำสมาธิแต่เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงศีล และปัญญาด้วย แต่เมื่อถามถึงการทำสมาธิว่ามีแบบไหนบ้าง ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่าการทำสมาธิมีถึง40แบบ แต่ละแบบมีปริยายแจกแจงได้พอที่จะสามารถเขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆทีเดียว ในที่นี้จึงขอกล่าวว่าสมาธิมีสองแบบ คือแบบสัมมาสมาธิ และแบบมิจฉาสมาธิ สมาธิที่พระพุทธเจ้าสอนนั้นเป็นแบบสัมมาสมาธิ จุดมุ่งหมายของสมาธิแบบนี้เพื่อเตรียมจิตให้ตั้งมั่น นุ่มนวล อ่อนโยน ควรแก่งาน(คือการนำไปใช้เจริญปัญญานั่นเอง)
>ความคิดเห็นของการปฏิบัติธรรมกับการดำเนินชีวิตประจำวัน
เมื่อไม่ได้จำกัดว่าการปฏิบัติธรรมเป็นเพียงแต่การหลับตานั่งสมาธิเฉยๆแล้ว การปฏิบัติธรรมกับการดำเนินชีวิตประจำวันก็สามารถสนับสนุนส่งเสริมกันได้ครับ ไม่ได้เป็นเรื่องต่างหากจากกันนักหรอกครับ แต่ละวันแต่ละเวลาแต่ละวินาทีที่นึกได้เราก็สามารถสำรวจกายใจของเราได้ทันทีอยู่แล้วครับ
|