ประวัติลานธรรมเสวนา
 เนื้อความ :

ประวัติความเป็นมาของเวบบอร์ดลานธรรมเสวนา( www.larntum.com )

เวบบอร์ดลานธรรมเสวนา ทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว มีผู้เข้าร่วมสนทนาธรรมมากมาย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามวันเวลาที่ผ่านไป ผมจึงต้องการสรุปประวัติย่อๆ เรื่องความเป็นมาเป็นไปของลานธรรมเสวนา เพื่อผู้ที่เข้ามาใหม่ ก็จะได้ทำความเข้าใจสังคมแห่งนี้ก่อน และเพื่อผู้ที่อยู่มาก่อน เมื่อได้อ่านประวัติย่อๆนี้ จะได้เกิดความปลื้มปิติในกุศลกรรมที่ได้ทำร่วมกันนี้ต่อไป

ขอย้อนไปถึงเหตุการณ์สมัยก่อนที่จะเกิดลานธรรมเสวนาก่อน เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช2541 หลังจากที่คุณวันวิสาข์ได้จุดประเด็นกระทู้ "พบพระพุทธเจ้าจงฆ่าเสีย" ขึ้นในกลุ่มห้องสมุดของเวบบอร์ด www.pantip.com และได้รับเสียงตอบรับอย่างดียิ่ง ด้วยการมีจำนวนผู้เข้าตอบกระทู้อย่างมากมายเป็นประวัติศาสตร์ของกระทู้ธรรมะ ส่งผลให้เกิดกระทู้ธรรมะอื่นๆตามมาอย่างมากมาย เช่น “พบพระพุทธเจ้าจงฆ่าเสีย ภาค2”, “เต๋า พุทธ เซ็น ความเหมือนที่แตกต่าง” ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ได้รับการตอบรับอย่างดี

เริ่มจากวันนั้น การปรากฏขึ้นของกระทู้ธรรมะในกลุ่มห้องสมุด ก็ไม่เป็นที่แปลกตาแต่อย่างใด จำนวนผู้เข้าร่วมตอบกระทู้ธรรมะแต่ละกระทู้ ก็มีจำนวนที่สม่ำเสมอตลอดมา ณ เวลานั้นกลุ่มห้องสมุดพันทิพย์ดอทคอม จึงเป็นเสมือนอีกหนึ่งแหล่งที่รวมเหล่าผู้สนใจศึกษาพุทธศาสนา แม้ว่าบางจังหวะเวลาที่กระทู้ธรรมะมีมากเกินไป ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้เวบบอร์ดท่านอื่นๆ ให้แยกกลุ่มออกไปต่างหาก ผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย ก็ยังประนีประนอม และสามารถใช้พื้นที่ร่วมกับท่านอื่นได้ดีเสมอมา

หลังจากสนทนาธรรมกันด้วยความสงบสุขเรื่อยมา แม้ว่ามีการกระทบกระทั่งกันบ้างในหลายๆประเด็น แต่ทุกคนก็ยังมีความสุข ได้รับกระแสความเย็นแห่งธรรมะ จากห้องสมุดพันทิพย์ดอทคอมเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดประเด็นกระทู้ธรรมกายขึ้น เริ่มจากกระทู้เล็กๆที่ข้องใจเกี่ยวกับการทำบุญสร้างเจดีย์ ขยายลุกลามใหญ่โตไปถึงประเด็นใหญ่อื่นๆ บวกกับที่กระแสสังคมเริ่มเข้าไปตรวจสอบทางวัดพระธรรมกาย ส่งผลให้บรรยากาศในห้องสมุดช่วงนั้นร้อนเป็นอย่างยิ่ง ณ ที่นั้นก็เริ่มมีการพูดกันระหว่างคนสนิทไม่กี่คนถึงเรื่องการไปตั้งบอร์ดใหม่ สนทนากันเองตามประสาคนคุ้นเคย แต่ก็ยังไม่มีความพยายามใดเป็นรูปธรรมเกิดขึ้น เนื่องจากถึงกระทู้ธรรมกายจะร้อน แต่ก็ถูกตัดสินได้โดยธรรม

อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ แม้ว่ากระทู้ธรรมกายจะร้อนเพียงใด ก็ยังมีกระทู้ธรรมะเย็นๆมาแทรก พอจะบรรเทาความร้อนไปได้บ้าง ในขณะนั้นดูเหมือนจะเป็นมารยาทที่ผู้สนใจธรรมะทั้งหลาย ต่างปฏิบัติกันเป็นอัตโนมัติคือ กระทู้ที่เย็นอยู่แล้ว ก็จะไม่มีใครทำให้ร้อนแต่อย่างใด แต่แล้วในช่วงต่อมากระทู้ธรรมะที่อ่านแล้วสร้างความเย็นกายเย็นใจ ก็ถูกทำให้เสียบรรยากาศไป โดยฝีมือการสักแต่ว่าพิมพ์ของคนไม่กี่คน ที่บางครั้งออกมาประกาศว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าบ้าง หรือตัวเองรู้ธรรมดีที่สุดบ้าง เหล่าตัวป่วนนี้ไม่สนใจว่าจะเป็นกระทู้ไหน ขอเพียงได้ออกความเห็นที่สะใจตัวเองบ้าง หรือความเห็นที่ชวนให้ไขว้เขวบ้าง แล้วก็ออกไป ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ และไม่รู้ว่าการกระทำเหล่านั้นคือการสร้างอกุศลกรรมให้กับตนเอง และต้องรับวิบากอย่างสาหัสในภายภาคหน้า

ถึงตอนนี้สถานการณ์ธรรมกายเริ่มสุกงอมเต็มที่ เมื่อมีผู้ศรัทธาทางธรรมกายท่านหนึ่งออกมาคัดค้านความเห็นที่ไม่ตรงกับตน ไม่เว้นแม้พระพุทธวจนะ ประกอบกับมีบางคนที่ใช้ชื่อหนังสือพิมพ์ ออกมาตั้งกระทู้โจมตีพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ส่งผลให้ผู้สนใจธรรมะเริ่มไม่ออกความเห็นในห้องสมุด และเริ่มคิดถึงการแยกตัวไปตั้งโต๊ะ สนทนาต่างหากอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ในขณะนั้นบางส่วนของกลุ่มสนทนาธรรมในห้องสมุด ได้พบปะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวนอกเหนือไปจากการคุยกันในเวบบอร์ดแล้ว เป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร กลุ่มสนทนาธรรมกลุ่มนี้ รู้สึกว่าสถานที่ในห้องสมุดไม่เป็นสัปปายะ ไม่เหมาะแก่การสนทนาธรรมกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่มีทางออกใด

จนกระทั่งคุณ Robocon ได้ทดลองนำระบบเวบบอร์ดของพันทิพย์ดอทคอม มาเขียนเป็นโฮมเพจใหม่ต่างหาก โดยมีวัตถุประสงค์คือให้กลุ่มที่คุ้นเคยกันในห้องสมุด ได้สนทนากันอย่างเย็นใจ และนั่นคือกำเนิดของลานธรรมเสวนา

ในระยะแรก ลานธรรมเสวนายังไม่มีชื่อ จนตั้งไปได้สักพักถึงมีผู้ตั้งชื่อให้เวบบอร์ด กลุ่มที่สนทนากันก็เป็นกลุ่มคนที่คุ้นเคยกันจริงๆ วิธีที่แนะนำให้แพร่หลาย คือใช้วิธีบอกกันแบบ icqต่อicq หรือ emailต่อemailเท่านั้น แต่แม้ว่าจะใช้วิธีนี้ในการกระจายข่าว ผู้ที่หนีร้อนจากกลุ่มห้องสมุด หันมาพึ่งเย็นจากลานธรรมก็มากขึ้นด้วยอัตราการเพิ่มที่น่าตกใจ จนกระทั่งเซอร์เวอร์ของลาดกระบังรับไม่ไหว ลานธรรมเสวนาประสบกับปัญหาเข้าเวบไม่ได้

ณ เวลานั้นmorning_glory และ Pt_Platinum (คนอะไรก็ไม่รู้พิมพ์ชื่อยากชะมัด) ได้สร้างบอร์ดโดยใช้แนวทางเดียวกับลานธรรมเสวนาอยู่แล้ว ในระยะแรกทั้งคู่หวังว่าจะให้เป็นบอร์ดสำรองเท่านั้น ก็บังเอิญบอร์ดจริงประสบปัญหา morning_gloryจึงได้ปรึกษาคุณRobocon และได้ข้อสรุปว่า จะให้ลานธรรมเสวนาย้ายออกมาจากลาดกระบัง หลังจากนั้นมอร์นิ่งกลอรี่และทองคำขาวก็รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลลานธรรมเสวนาเรื่อยมา

เวลาผ่านไปสักระยะ ลานธรรมฯได้รับเกียรติจากหลายท่าน นำเอาลิงก์ไปแปะไว้ในโฮมเพจของตน ถึงตอนนี้ผู้คนเริ่มรู้จักลานธรรมฯในวงกว้างขึ้น ผ่านเข้ามาจากหลายทางมากขึ้น แต่เนื่องจากการกำเนิดลานธรรมฯเกิดจากการรวมกลุ่มกันของคนที่รู้จักกันและรักธรรมะเหมือนๆกัน ประกอบกับกลุ่มผู้กำเนิดลานธรรมฯ(ขอเรียกว่ากลุ่มผู้ให้กำเนิดนะครับ เพราะถ้าไม่มีกลุ่มนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีลานธรรมฯได้อย่างไร)มีกิจกรรมพบปะกันแทบทุกสัปดาห์ ทำให้การสนทนาในกลุ่มลานธรรมฯ เหมือนมีสายใยเส้นหนึ่งร้อยรัด มีพฤติกรรมไปในทางเดียวกัน ผู้ที่เข้ามาใหม่บางท่านไม่เข้าใจ ก็ขอตัวไปดูอยู่ห่างๆ บางท่านก็ได้เข้ามาพบปะทำความรู้จักและสุดท้ายก็เป็นสมาชิก ผู้เข้าลานธรรมอย่างสม่ำเสมอก็มี

เวลาผ่านไปอย่างไม่คอยใคร ในที่สุดฟรีโฮมเพจที่มอร์นิ่งกลอรี่และทองคำขาวสมัครไว้ก็เกิดปัญหาขึ้น เริ่มมีผู้คนประสบปัญหากับการเข้าลานธรรมฯไม่ได้ morning_gloryได้ปรึกษากับกลุ่มสหธรรมิกแล้ว จึงตัดสินใจว่าถึงเวลาเสียเงิน เปิดdomainเป็นของตัวเองสักที เพื่อจะได้ไม่ต้องมีปัญหากับserverอีกต่อไป www.larntum.com ก็ถือกำเนิดด้วยเหตุนี้เอง

พิธีขึ้นบ้านใหม่ลานธรรมเสวนา จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2542 ได้นิมนต์หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ที่แม้แต่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ก็ให้การรับรอง เป็นงานบุญที่เป็นบุญอย่างยิ่ง เป็นงานกุศลที่เป็นกุศลอย่างยิ่ง ผู้ที่ร่วมทำบุญในวันนั้นทุกคนต่างก็พยายามนั่งเจริญสติสัมปชัญญะต่อหน้าครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พระธรรมที่หลวงปู่สอนในวันนั้นก็มีความลึกซึ้ง เป็นธรรมที่นำไปสู่การหลุดพ้น ที่นักปฏิบัติควรน้อมมาปฏิบัติเช่นกัน เป็นงานบุญที่มีวิบากกว้างขวาง แม้ผู้ที่อยู่ไกลถึงต่างทวีป เมื่อระลึกถึงคำบอกเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ก็ยังเกิดปีติล้นพ้น จิตใจมีกำลังมีความยินดีในพระศาสนาขึ้นมา

สังขารทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นของไม่เที่ยง ไม่มีใครรู้ว่าลานธรรมในวันพรุ่งนี้จะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่ ณ ที่นี้ ตรงนี้ เวลานี้ บรรทัดนี้ ขอย้ำเรื่องวัตถุประสงค์ที่ก่อตั้งลานธรรมฯนี้ขึ้น ลานธรรมฯนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะความต้องการสนทนาธรรม เพื่อความเย็นใจ เพื่อการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามทางสายเอกที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พวกเราไม่ได้ต้องการให้เวบนี้เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ แล้วสนทนาธรรมแบบเอามานะอัตตามาอวดกัน แต่ต้องการให้เวบนี้เป็นที่รวมของนักปฏิบัติ ที่ปฏิบัติไม่ใช่เพื่อลาภสักการะ ไม่ใช่เพื่อปราบลัทธิ ไม่ใช่เพื่อเอาวาทะของตนไปอวดไปเถียงกับใคร ไม่ใช่เพื่อบันเทิง แต่เป็นนักปฏิบัติที่ปฏิบัติธรรมเพื่อนำพาตนให้พ้นทุกข์ เป็นนักปฏิบัติที่เดินตามรอยบาทพระศาสดาอย่างแท้จริง

“ฟังธรรมตามกาล สนทนาธรรมตามกาล เป็นมงคลอย่างยิ่ง”

 จากคุณ : rising_sun [ 15 ต.ค. 2542 / 20:29:04 น. ]
     [ IP Address : 203.134.1.91 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ธนา)

อย่างน้อย ลานธรรมแห่งนี้ก็ได้ช่วยให้กระผมได้พบตัวเองครับ
ขอบคุณมาก

 จากคุณ : ธนา [ 15 ต.ค. 2542 / 20:52:51 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ดาบส)

อ่านแล้วครับด้วยความซาบซึ้งอย่างยิ่ง ขออนุโมทนาในกุศลธรรมอันยิ่งใหญ่เกินพรรณนา

 จากคุณ : ดาบส [ 15 ต.ค. 2542 / 20:59:20 น. ]
     [ IP Address : 203.145.15.241 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (ปลาทอง)

ขอบคุณคะ :-)

 จากคุณ : ปลาทอง [ 15 ต.ค. 2542 / 21:06:11 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (27113745)

ขอบคุณค่ะ  ขออนุโมทนาในกุศลจิต กุศลธรรม

 จากคุณ : 27113745 [ 15 ต.ค. 2542 / 21:46:28 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (Papa)

บันทึกหน้านี้  จะกลายเป็นประวัติศาสตร์  อีกหน้าหนึ่ง
ของสังคมพุทธในไทย  
อยากให้คุณ  raising _sun มีบันทึกแบบบี้อีกเป็นระยะครับ 
อนาคต  50   100   200   หรือ 1000  ปีข้างหน้า
สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก
ด้วยยุค Internet ที่แพร่หลายไปอย่างไฟลามทุ่ง
บทบาทของการฟังเทศ ฟังธรรมที่วัดจะน้อยลง  ตามลำดับ
สังเกตุว่า  เด็กรุ่นใหม่  เริ่มหันหลังให้วัฒนธรรมแบบเดิม
สื่อ Internet คงหลีกไม่พ้นที่จะทำให้เกิดสังคมแบบนี้ขึ้น
ที่นี่   คือต้นแบบของการเสวนา ธรรม  ในInternet เป็นที่แรก
ที่อื่นๆ  ก็คงจะตามมา  ไม่ช้า ก็เร็ว
........ ทุกท่าน  ได้จุดประกาย  และสร้างประวัติศาสตร์ ขึ้นแล้ว    ในแผ่นดินนี้........

 จากคุณ : Papa [ 15 ต.ค. 2542 / 22:37:38 น. ]
     [ IP Address : 203.157.0.130 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (พวกเรา)

" พวกเราไม่ได้ต้องการให้เวบนี้เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ แล้วสนทนาธรรมแบบเอามานะอัตตามาอวดกัน "

 จากคุณ : พวกเรา [ 16 ต.ค. 2542 / 01:06:55 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.127 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (หลังเขา)

คุณพวกเรานี่ใครครับ
แค่คำว่าพวกเราก็แสดงอัตตาแล้วครับ

 จากคุณ : หลังเขา [ 16 ต.ค. 2542 / 09:53:27 น. ]
     [ IP Address : 203.148.186.5 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (ทองคำขาว)

คนเก่าคนแก่เขาแนะเตือนเรื่องตรรกะมาครับคุณหลังเขา

 จากคุณ : ทองคำขาว [ 16 ต.ค. 2542 / 10:18:09 น. ]
     [ IP Address : 133.46.12.229 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (Lostboy)

เขียนได้ดีมากครับ คุณ rising_sun
อ่านแล้วก่อให้เกิดกุศลจิตเป็นล้นพ้น  :)

 จากคุณ : Lostboy [ 16 ต.ค. 2542 / 13:40:00 น. ]
     [ IP Address : 202.44.8.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (Acura)

:-) อนุโมทนา ครับผม

 จากคุณ : Acura [ 16 ต.ค. 2542 / 13:49:01 น. ]
     [ IP Address : 24.2.100.239 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (พูลสวัสดิ์)

“ฟังธรรมตามกาล สนทนาธรรมตามกาล เป็นมงคลอย่างยิ่ง”
สาธุ ครับ

 จากคุณ : พูลสวัสดิ์ [ 16 ต.ค. 2542 / 14:07:25 น. ]
     [ IP Address : 203.154.19.113 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (tuli(dryut@yahoo.com))

การปฏิบัติมีมากมายหลากหลาย  แต่ปฏิบัติตามผู้ที่ถึงธรรมแล้ว  ย่อมมั่นใจกว่าครับ

 จากคุณ : tuli(dryut@yahoo.com) [ 16 ต.ค. 2542 / 14:37:00 น. ]
     [ IP Address : 202.74.39.38 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (นุดี)

ขอบคุณค่ะ เขียนได้ดีจริงๆ ^_^

 จากคุณ : นุดี [ 16 ต.ค. 2542 / 18:50:21 น. ]
     [ IP Address : 202.44.210.231 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (พัลวัน)

อ่านของคุณ rising_sun แล้วทำให้นึกถึงบรรยากาศที่เริ่มเปิด ลานธรรมเสวนา ครับ อบอุ่นใจ ด้วยคนที่รู้จักกันเป็นส่วนใหญ่ แม้บางท่านอาจจะยังไม่เคยพบกันก็ตาม แต่เราก็พบกันบ่อยทาง internet ครับ อบอุ่นใจมากๆจนถึงขนาดบอกเล่าเก้าสิบกันในข้อบกพร่องของตัวเองได้อย่างสบายใจ

 จากคุณ : พัลวัน [ 17 ต.ค. 2542 / 07:21:38 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (วีระวงศ์)

ขอบพระคุณพี่ๆที่ให้กำเนิดลานธรรมที่แสนอบอุ่นครับ

 จากคุณ : วีระวงศ์ [ 17 ต.ค. 2542 / 09:56:49 น. ]
     [ IP Address : 202.44.8.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (ประสงค์ มีนบุรี)

ขออนุโมทนาทุกๆท่านที่มีส่วนในการก่อตั้ง  ผมอาศัยที่นี่ได้แสดงความคิดเห็นก็รู้สึกดีใจที่มีแหล่งให้แสดงความคิดเห็นทางธรรมโดยไม่ต้องออกนอกบ้าน
ส่วนมากผมจะเปิดอ่านแทบทุกหน้า
อ่านแล้วส่วนมากไม่ได้ ขอบคุณ หรือสาธุก็ขอโทษผู้ที่ได้แสดงความคิดหรือคัดธรรมดีๆมาให้อ่านด้วยนะครับ

 จากคุณ : ประสงค์ มีนบุรี [ 17 ต.ค. 2542 / 14:15:45 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (นายโจโจ้)

สวัสดีคุณ "พวกเรา" กระต๊ากๆครับ อิอิ
แล้วก็สวัสดีคุณประสงค์ มีนบุรีด้วยครับ ขออภัยที่ไม่ได้ทักทายอย่างเหมาะสมในวันที่
4 ที่ผ่านมานะครับ วันนั้นผมยืนถ่ายจนขาแข็งเลยครับ บวกกับทำงานมาทั้งวัน ก็เลย
เหนื่อยจนสมองไม่สั่งการในตอนที่ใครสักคนบอกผมว่านั่นคือคุณประสงค์ =)

เรื่องความรู้สึกขอบคุณต่อกำลังสำคัญทุกท่านนั้นมีมากเลยครับ ผมพร้อมจะทำทุกสิ่ง
ที่ทำได้อยู่แล้วครับ มีอะไรก็บอกมาได้ทันที

ความเห็นเพิ่มเติมต่อที่มาของกระทู้นี้ก็คือ

ท่านที่มีความเห็นว่าลานธรรมนี้ไม่เปิดกว้าง ก็เป็นความเห็นของบุคคลหนึ่งที่มีสิทธิ
และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งกฏเกณฑ์ทางโลกเพื่ออยู่ร่วมกัน แต่จะเจริญ
ก้าวหน้าในธรรมหรือไม่นั้นก็เป็นอีกประเด็น ซึ่งถ้าท่านผู้นั้นเห็นว่าท่านเจริญดีแล้วหรือไม่นั้น
ก็คงเห็นชัดๆได้ที่การที่อัตตาถูกกระทบนั่นแหละครับ

ปัจจัยหนึ่งผมเห็นว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจก็คือการวิจารณ์ผู้อื่นว่าไม่เปิดกว้าง
แต่ด้านเดียวโดยที่มิได้พิจารณาอีกด้านหนึ่งเลยว่าตนนั้นเปิดกว้างหรือไม่

และการที่จะทำให้ทุกอย่างเปิดกว้างได้ก็คือการชี้แจงทุกอย่างจนกระจ่างอย่าง
โปร่งใส
ชัดเจน ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

เจริญในธรรมครับ

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 17 ต.ค. 2542 / 14:39:06 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (นายโจโจ้)

อ่ะจ๊าก ย้อนกลับไปอ่าน ถึงว่าๆมีอะไรพิลึกๆอยู่
สำหรับท่านที่ไม่ได้ไปงานวันเปิดลานธรรม โปรดเข้าใจความหมาย
ของคำว่า "ยืนถ่าย" ว่าเป็นการยืนถือกล้องวิดิโอเก็บบันทึกภาพบรรยากาศภายในงาน
นะขอรับ เพราะคำว่ายืนถ่ายเฉยๆ นั้นฟังดูกำกวมพิลึก =) เหอๆๆ

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 17 ต.ค. 2542 / 14:42:11 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (ปิ่น)

ขออนุโมทนาในบุญกุศลของผู้ที่ได้ก่อตั้ง
web นี้อย่างจริงใจครับ _/|\_

 จากคุณ : ปิ่น [ 18 ต.ค. 2542 / 10:40:10 น. ]
     [ IP Address : 204.160.183.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (หนู)

สาธุค่ะ คุณ rising_sun เขียนเก่งจริงๆค่ะ อ่านแล้วซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหล

แต่มาชะงักนิดนึงตรงอ่านถึงความเห็นของ คุณพวกเรา น่ะ
แหม ช่างโผล่มาทดสอบอารมณ์กันแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงเชียว
ทำเอาเรากำหนดรู้การเปลี่ยนอารมณ์ของตัวเองซะแทบไม่ทัน อิอิ

 จากคุณ : หนู [ 18 ต.ค. 2542 / 13:55:57 น. ]
     [ IP Address : 203.145.3.238 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (สุภะ)

ผมไม่ทราบว่าคุณโจโจ้อยากให้ผมชี้แจงอะไรหรือเปล่า ไหนๆผมก็ตัดสินใจจะตอบแล้ว
หวังว่าคงไม่คิดว่าเป็นการ "ป่วน" นะครับ ข้อความในกระทู้เดิมของผมอาจจะสั้นไป
ทำให้มีผู้เข้าใจผิดหลายๆประเด็น

ความจริงผมยังแวะเวียนเข้ามาอ่านกระทู้ในลานธรรม แต่อาจไม่แจมกระทู้ด้วย
เพราะข้อจำกัดของลานธรรมเอง ผมยังมองเห็นประโยชน์ของลานธรรมอยู่มาก
ไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวร้ายแต่ด้านเดียว แล้วก็หลบหนีหายไป

ผมขอตอบคุณ Lee ก่อนว่าแนวความคิดและการปฏิบัติของผมไม่ได้ต่างจาก
คนส่วนใหญ่ในลานธรรม ผมยังมองไม่เห็นข้อขัดแย้งในประเด็นนี้
ที่ผมอยากจะสื่อให้ผู้ดูแลบอร์ดได้ทราบคือความรู้สึกของความแปลกแยก
ที่เกิดขึ้น มันไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ผมได้ติดตามลานธรรมมาตั้งแต่การเอา
กระทู้ของคุณอุเบกขาออก ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะทุกท่านก็ยังใหม่อยู่
ผมก็ได้แต่หวังให้ผู้ดูแลปรับปรุงแนวทางของบอร์ดให้ดีขึ้น

แต่กรณีของคุณดาบส เหมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่ผมมองว่าถ้าทำแบบนี้มันอันตราย
ผมเห็นว่าผู้ดูแลบอร์ดไม่ได้ให้ความเป็นธรรม กับผู้มีความคิดเห็นแตกต่างเท่าที่ควร
ซึ่งตรงนี้ผมขอนับถือน้ำใจของคุณดาบสที่ท่านเข้าใจไม่ว่าอะไร

ประเด็นที่ผมบอกว่าจะมีโทษมากกว่าประโยชน์ เพราะคุณ Lee คงทราบดี
เรื่องการเมือง กับศาสนา การให้ข้อมูลด้านเดียวมันอันตราย
ผู้อ่าน ผู้ตามควรจะได้ข้อมูลที่รอบด้าน จึงจะสร้างปัญญาควบคู่ไปกับศรัทธาได้

ที่คุณ rising_sun พูดทำนองว่ากลัว "ตัวป่วน" ผมเข้าใจดี แต่ท่านผู้ดูแลบอร์ด
ได้ใช้ความพยายามอย่างเป็นธรรมหรือไม่ที่จะแก้บัญหานี้ ผมขอฝากให้พิจารณา
ผู้ศึกษาธรรมะย่อมมีความอดทนสิ่งที่ผู้อื่นทนได้อยาก แท้จริงแล้วลานธรรม
เป็นที่รวมของผู้รักสงบ หรือที่รวมของผู้ "หนีไปจากเสรีภาพ"
ผมอยากให้ผู้ดูแลได้ชั่งน้ำหนัก ของผลดีผลเสีย ด้วยครับ

ที่ผมพูดอย่างนี้มันมาจากสาเหตุที่คุณดังตฤณ และคุณโจโจ้ได้แจกแจง
ปกตินิสัยส่วนใหญ่ของนักศึกษาอภิธรรม(รุ่นหลัง) ผมรู้สึกประหลาดใจมาก
แทนที่จะมีคนกล่าวตักเตือนบ้างกลับมีแต่คนสนับสนุน ผมไม่ใช่นักศึกษาอภิธรรม
มีความคิดส่วนใหญ่สอดคล้องกับกลุ่มลานธรรม แต่ถ้ามองอย่างคนที่มีใจเป็น
กลางแล้ว จะเห็นว่าตรรกะของคุณดังตฤณและคุณโจโจ้มันใช้ไม่ได้ เหมือนกับพวกฝรั่งที่ชอบด่า
ว่าคนไทยส่วนใหญ่มันขี้โกง มันเป็นตรรกะที่มีอคติ ซึ่งประเด็นนี้ผู้ดูแลท่าน
ได้ให้โอกาส ให้ผู้อ่านมองหลายๆด้านอย่างปกติของคุณโจโจ้หรือไม่

ตรงนี้ที่ผมต้องการสื่อว่ามันอันตราย การว่ากล่าวตักเตือนกันมันไม่ได้หมายความว่า
เราไม่นับถือคนนั้น ผมอยากให้ชาวลานธรรมได้ตระหนักในเรื่องนี้ด้วย
ผมมิได้ตั้งใจจะทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคล หวังว่าคุณโจโจ้คงเข้าใจนะครับ
ขอบคุณที่ให้โอกาสครับ

 จากคุณ : สุภะ [ 18 ต.ค. 2542 / 14:14:09 น. ]
     [ IP Address : 203.150.37.234 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (นายโจโจ้)

ขอบคุณคุณสุภะเป็นอย่างสูงครับที่กรุณามาชี้แจง

ที่ผมเขียนนั้น เป็นไปเพื่อความเจริญก้าวหน้าในธรรมของผู้ปฏิบัติ
ทุกท่านครับ มิได้มีจุดประสงค์อื่น รวมทั้งไม่ได้มุ่งจะให้คุณสุภะมา
ชี้แจงด้วย แต่เมื่อคุณสุภะกลับมาชี้แจง ก็แสดงถึงความใจกว้าง
ที่น่านับถืออย่างยิ่งของคุณสุภะครับ

จุดประสงค์ที่ผมเขียนแสดงความเห็นไว้นั้น มาจากประสบการณ์ที่
ผมได้ปฏิบัติโดยการตามดูจิตมาเป็นเวลาปีเศษๆนี้เอง และได้เห็น
ความเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้าอย่างมากในทุกๆด้าน เทียบกับที่
เคยปฏิบัติมาในช่วงก่อนหน้านั้น และความเห็นที่ผมแสดงไป ก็มี
จุดมุ่งหมายเดียว คือให้ผู้ที่มีโอกาสอ่านได้พิจารณาทบทวน ว่าแนว
ทางที่แต่ละท่านปฏิบัติกันอยู่นั้น ให้ความก้าวหน้ากับท่านอย่างไร

ส่วนเรื่องตรรกะนั้น ผมมิได้สรุปแต่อย่างใดว่าผู้ยึดพระอภิธรรม
จะมีลักษณะนั้นเหมือนกันทุกคน ดังที่ได้เขียนเล่าไปนั้น เป็นเพียง
ประสบการณ์จากการสนทนาก่อนหน้านั้นไม่กี่วันที่นำมาถ่ายทอดให้
ได้รับฟัง เหมือนเป็นการรำพึงถึงลักษณะของบุคคลที่มีปัญญา
มากเกินพอดีจนกลายเป็นการปิดกั้นโอกาสในการปฏิบัติของตน
เพราะเข้าใจว่าตนได้ศึกษามาอย่างถ่องแท้ดีแล้ว และเช่นเดียวกัน
ผมไม่เห็นว่าคุณดังตฤณจะสรุปแบบนั้นไปเสียหมด เพราะคุณ
ดังตฤณก็ได้กล่าวไว้ก่อนเช่นกันว่าพึ่งจะพบท่านผู้หนึ่งซึ่งได้
ศึกษาพระอภิธรรมมาเป็นเวลานาน(ถ้าผมจำไม่ผิดคือราวสิบปี)
และก็ได้พบว่าไม่มีความก้าวหน้า คือราคะและโทสะ (ไม่ต้องพูดถึง
โมหะ) มิได้เบาบางลง และนั่นเป็นการตรวจสอบความก้าวหน้าเป็น
อย่างดี

ผมได้เน้นย้ำถึงความเปิดกว้าง และผมก็ยอมรับและพร้อมจะชี้
แจงอย่างถึงที่สุดโดยไม่ต้องเกรงใจผมเลย เพราะนั่นเป็นหน
ทางเดียวที่ผมเห็นว่าจะทำให้ทุกคนก้าวหน้าไปได้มากที่สุด คือไม่
มัวมาเสียเวลากับการหันด้านที่สวยงามของทุกคนออกมาอวด
แต่เป็นการเอาความจริงมาแสดง โดยที่มีการปวารณาตัวให้ทุก
คนสามารถชี้แจงถึงสิ่งบกพร่องผิดพลาดที่ควรแก้ไขขัดเกลา
เสียให้ถูกต้อง

ยืนยันซ้ำอีกครั้งครับ ว่าการกระทำทั้งหมดของผม มีจุดมุ่ง
หมายเพียงอย่างเดียวเพื่อความก้าวหน้าของทุกๆคน ไม่มี
เรื่องอื่นมาปะปนครับ และถ้าผมผิด และมีผู้ที่พร้อมจะชี้แจง
อย่างตรงไปตรงมา ผมก็พร้อมเสมอที่จะยอมรับครับ ยังไม่
เคยหลบหรือหลีกหนีหายไปมาก่อนเลยครับ ผิดก็คือผิด ถ้า
ชี้แจงได้ก็จะชี้แจง และถ้าชี้แจงไม่ได้ก็คือรับว่าผิดและพร้อม
จะแก้ไขครับ ไม่มีการหนีหายไปเล่นวงนอกครับ =)

เจริญในธรรมครับ =)

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 18 ต.ค. 2542 / 19:34:03 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (นายโจโจ้)

เพิ่มอีกนิดครับ คือผมไม่เคยคิดถึงประเด็นความน่าเชื่อถือของบุคคลใดๆในขณะสนทนาธรรมเลยครับ ทุกอย่างเป็นการนำเอาความจริง ของจริงมาคุยกันเพื่อความก้าวหน้าทั้งสิ้นครับ

ที่นี่ไม่ใช่เวทีการเมืองครับ และพระพุทธเจ้าท่านประทานกาลามสูตรไว้ให้พวกเราทุกคนแล้ว ผู้ใดที่มิได้ทบทวนเป็นอย่างดี ก็จะได้รับผลของการที่ขาดการพิจารณาอย่างถ่องแท้นั้นเองครับ

เจริญในธรรม(อีกครั้ง)ครับผม =)

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 18 ต.ค. 2542 / 19:49:21 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (อยากตอบหนอ)

ไปได้เรื่อย ไหลจริงๆ แถมตอบแทนอีก รู้ใจคนอื่นไปหมด

 จากคุณ : อยากตอบหนอ [ 19 ต.ค. 2542 / 08:06:21 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.240 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (นายโจโจ้)

คุณไก่ครับ ใช้ชื่อจริงก็ได้นะครับ =)
อยู่ในเงามืด ระวังใจจะมืดนะครับ

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 19 ต.ค. 2542 / 09:07:01 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 26 : (อยากตอบหนอ)

ชื่อโจโจ้นี่ชื่อจริงหรือเปล่าครับ จริงแค่ไหน จริงอย่างไร ?

 จากคุณ : อยากตอบหนอ [ 19 ต.ค. 2542 / 09:24:22 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.240 ]


 ความคิดเห็นที่ 27 : (นายโจโจ้)

ชื่อจริงครับ พ่อแม่ตั้งให้ =)
ความหมายผมก็คือ ให้ชี้ตัวกันได้ครับ เพื่อให้รู้ว่าเป็นใคร

ชื่อโจโจ้นี้ ผมใช้ทุกที่แหละครับ  ใช้มาตั้งแต่สมัยพึ่งเริ่มเล่นพันทิพย์ ในกลุ่มสยามแสควร์เลย

คุณไก่จะไปถามคุณชฎาก็ได้นะครับว่ารู้จักชื่อนี้ไหม =) อย่างที่เรียนครับ ว่าแม้แต่งานราชการ  ต่อให้ระดัยชาติ ผมก็ใช้ชื่อนี้แหละ เรียกชื่อจริงผมไม่หันด้วยแหละ

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 20 ต.ค. 2542 / 07:50:08 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 28 : (อยากตอบหนอ)

สำหรับเราชื่อจริงแค่ไหน ?
ก็แค่ยึดเอาไว้
จริงอย่างไร ?
จริงจนกระทั่งเลิกยึด
ส่วนที่ว่าเป็นใคร ใครเขียน ?
คงไม่มีความสำคัญที่จะไปยึดมั่นถือมั่นเอาไว้ ทั้งเราเขา ( เดี๋ยวอัตตามานะจะเพิ่มหน่ะครับ ของเดิมก็เยอะอยู่แล้ว )

" คุณไก่จะไปถามคุณชฎาก็ได้นะครับว่ารู้จักชื่อนี้ไหม =) อย่างที่เรียนครับ ว่าแม้แต่งานราชการ  ต่อให้ระดับชาติ ผมก็ใช้ชื่อนี้แหละ เรียกชื่อจริงผมไม่หันด้วยแหละ "
อ่านดูแล้วเห็นถึงความใหญ่โตของคุณโจโจ้เชียวหล่ะครับ หึ หึ

 จากคุณ : อยากตอบหนอ [ 20 ต.ค. 2542 / 08:23:18 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.240 ]


 ความคิดเห็นที่ 29 : (นายโจโจ้)

จริงครับ ผมใหญ่โตครับ =)
ไม่เคยปฏิเสธความจริงครับ =)

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 20 ต.ค. 2542 / 18:19:52 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 30 : (นายโจโจ้)

ผมไม่ใช่คนชอบถ่อมตัวนักหรอกครับ และก็ไม่มีนิสัยนี้กับทุกคนครับ
คุยกับคนแบบไหน ผมก็จะแสดงตัวแบบนั้นแหละครับ =)

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 20 ต.ค. 2542 / 18:34:28 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 31 : (ไก่)

เอาอีกแล้ว เอาความคิด และความพลาดพลั้งไปใส่ให้คนอื่นอีกแล้ว เป็นนิสัยหรือเปล่าครับเนี่ย 8-)
ตรงกันข้ามเลยครับ ผมเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนครับ ไม่มีนิสัยใหญ่โตแบบนี้หรอกครับ จริงๆ นะครับ คุณโจโจ้คงจะจำไม่ได้เราเคยเจอกันครั้งหนึ่ง วันนั้นผมไปให้พี่สันตินันท์สอนวิธีดูจิตให้  ก่อนผมกลับคุณโจโจ้ยังย้ายจากโต๊ะหลังพี่สันตินันท์มานั่งโต๊ะหน้าเลย ผมนั่งติดกับพี่สันตินันท์ด้านขวา คุณโจโจ้มานั่งแล้วยังหันหลังมานั่งจ้องหน้าผมอีก ตอนกลับผมยกมือไหว้และบอกลาพี่สันตินันท์ คุณโจโจ้และคนอื่นๆ ที่นั่งใกล้กัน 7-8 คน ผมยังหันไปยิ้มหวานให้แล้วก็ยกมือไหว้ด้วยทุกคนเลยครับ ผมไหว้ก่อนที่คนอื่นจะยกมือไหว้ผมด้วยซ้ำไป หลายคนยังดูอ่อนเยากว่าผมเสียอีก แหมนิสัยใหญ่โตก้าวร้าวผมไม่เอาหรอกครับ ไม่ใช่นิสัยของผู้ปฏิบัติธรรม ผู้ปฏิบัติธรรมต้องมีเมตตา และมีสัมมาวาจาต่อผู้อื่นนะครับ หลวงปู่ท่านกำชับเอาไว้วันขึ้นบ้านใหม่หน่ะครับ ผมยังจำได้เลย 8-) แหมอยากเจอตัวอีกจังเลย เดี๋ยวจะเข้าใจผมผิดไปอีกมากมาย อิ อิ

 จากคุณ : ไก่ [ 20 ต.ค. 2542 / 21:46:27 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.138 ]


 ความคิดเห็นที่ 32 : (ไก่)

ยังมีต่ออีกหน่อย
ส่วนเรื่องการฝึกเจตงเจโตหน่ะครับ ผมได้ข่าวมาว่าคุณโจโจ้ทำได้ ผมจึงถามไปทาง icq ไงว่า วันที่คุณจ้องหน้าผมหน่ะคุณดูจิตผมอยู่หรือ แล้วดูอย่างไรล่ะดูจิตคนอื่นเนี่ย คุณก็ไม่ได้ให้คำอธิบายอะไรเรื่องการดูจิตคนอื่นแก่ผม บอกตรงๆ ว่าลึกๆ แล้วผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณทำได้ คิดไปเองเสียมากกว่า บางทีผมคุยกับคุณทาง icq ผมยังอำคุณเลย คุณก็นึกว่าผมคิดไปเอง จริงๆ ผมไม่ได้คิดไปเองหรอกครับ ผมอำคุณดูหน่ะ ผมอยากจะลองดูว่าคุณหน่ะทำได้จริงหรือเปล่า ผมดูจิตคนอื่นไม่เก่งแบบคุณหรอก แล้วที่ผมอยากทำได้บ้างก็เพราะจะเอาไปใช้ดูจิตตนเองและคนใกล้ตัวผม ที่ผมไปหลงมีความผูกพัน และสงสารเขาอยากให้เขาก้าวหน้าในธรรมหลุดพ้นไปจากโลกเน่าๆ นี้เสียทีหน่ะครับ  ถึงผมจะทำเจโตได้จริงก็คงไม่เอาไปดูอะไรอย่างที่คุณคิดหรือคุณทำ แล้วคิดว่าคนอื่นจะทำแบบคุณหรอก ผมจะดูไปทำอะไรเหรอ เกิดประโยชน์อะไรกับผม ผมช่วยคนใกล้ตัวหน่ะเพราะผมสงสารเขา และก็มีความผูกพันกัน ผมคงไม่ไปช่วยคนอื่นที่ไม่รู้จักกัน และไม่มีความผูกพันกันหรอกครับ เพราะผมไม่ใช่พระพุทธเจ้านี่ ไม่ปรารถนาจะถอดถอนสังสารสัตว์ให้หมดไปจากโลกหรอกครับ และก็ไม่คิดจะไปผูกพันกับใครเพิ่มขึ้นอีกด้วย เดี๋ยวสังโยชน์เพิ่ม เพราะของเดิมก็เยอะแล้ว เอาของใหม่มาสะสมอีกเดี๋ยวเป็นปัญหาละยากหน่ะครับ ยังมีอีกเยอะเลยที่คุณยังเข้าใจผมผิดอีก เพราะคิดไปเองแท้ๆ เลย ส่วนเรื่องที่ผมยังแวะเวียนมาในลานฯ อย่าเข้าใจผิดนะครับว่าผมอยากผูกพันด้วย ผมเข้ามาเก็บวัตถุดิบสำหรับการเดินทางของตัวผมเองหน่ะครับ แล้วเรื่องที่ผมไม่ไปเข้าหมู่คณะหน่ะ ไม่ใช่ผมกลัวคุณดูจิตผมนะ เพราะบอกแล้วไงว่าผมไม่เชื่อว่าคุณทำได้ ผมสังเกตดูว่าอะไรในใจผมมันต้องการผลักผมให้ไปเข้าหมู่คณะ ผมเห็นครับ เห็นตัณหามันพลักผม เห็นความอยากมันพลักผม พอผมเห็นมันเข้า มันก็เลยฝ่อและหมดความอยากไปหน่ะครับ ก็แค่นั้นเอง มันเลยไม่ได้ไปเข้าหมู่คณะเสียทีอย่างที่คุณประสงค์ไงครับ ผมก็เลยรู้สาเหตุว่าเพราะอะไรจึงมีความอยากที่จะไปหน่ะครับ 8-)

 จากคุณ : ไก่ [ 21 ต.ค. 2542 / 08:26:22 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.240 ]


 ความคิดเห็นที่ 33 : (นายโจโจ้)

อ้า..ในที่สุดก็หลุดมาแล้ว ดีครับ ผมรอให้คุณไก่พูดเรื่องทั้งหมดนี้แหละครับ
=) จบหน้าที่ของผมแล้วครับ =)

แสดงถึงจุดยืนของคุณไก่ได้เป็นอย่างดีเลย =)
มันผ่านไปนานแล้วครับ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องเหล่านั้นอีกเลย

จำนิทานเซ็นตอนนี้ได้ไหมครับ ผมวางเรื่องนี้ลงไปตั้งนานแล้ว คุณไก่ยังยึดอยู่อีกหรือครับ =)

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 21 ต.ค. 2542 / 09:23:26 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 34 : (นายโจโจ้)

อีกนิดเดียวครับ
ขอแสดงความยินดีกับการใช้ชื่อจริงด้วยนะครับ

ชี้แจงนิดเดียว ว่าการดูจิตนั้น ผมดูไม่ออกหรอกครับว่าเป็นจิตใคร
รู้แต่มีอารมณ์นี้มากระทบ
ถ้าไม่นั่งกันต่อหน้า ก็ยากที่จะแยกออกครับ เพราะไม่มีอะไรมาให้ยึด

แล้วการดูจิตนี่ ไม่ใช่การอ่านความคิดนะครับ
เพราะความคิดนั้นวิ่งไวมาก แต่อารมณ์นั้นจะปรากฏอยู่นานกว่า
ถ้าจะให้ผมไปดูจิตเพื่อบอกว่าคนนี้ชื่ออะไรนั้น
ผมทำไม่ได้ครับ =)

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 21 ต.ค. 2542 / 10:12:52 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 35 : (rising_sun)

สงสัยว่าประวัติลานธรรมเสวนาคงต้องจารึกไว้เลยมั๊งครับเนี่ย

:)

 จากคุณ : rising_sun [ 21 ต.ค. 2542 / 10:26:04 น. ]
     [ IP Address : 203.134.34.27 ]


 ความคิดเห็นที่ 36 : (ไก่)

" อ้า..ในที่สุดก็หลุดมาแล้ว ดีครับ ผมรอให้คุณไก่พูดเรื่องทั้งหมดนี้แหละครับ
=) จบหน้าที่ของผมแล้วครับ =) "

ขอถามคุณโจโจ้สักนิดสิครับ ว่าใครเป็นคนแต่งตั้งหน้าที่นี้ให้คุณโจโจ้ครับ ถ้าไม่ใช่คุณโจโจ้แต่งตั้งตัวเอง 8-)

สำหรับเรื่องวางไม่วางนั้น มันมีสาเหตุครับ
สาเหตุก็มาจากคุณโจโจ้หน่ะมาสะกิดสัญญาของผมที่นอนเนื่องอยู่เอง
ผมหน่ะไม่ได้มานั่งคิดถึงคุณโจโจ้ทุกลมหายใจเข้าออกแบบการกำหนดอนุสติ 10 หรอกครับ
คือพูดง่ายๆ อยู่ดีๆ ก็เดินมาเตะสัญญาผมเองหน่ะครับ

ผมเขียนได้ตรงดีไหมล่ะครับคุณโจโจ้ ชอบและถูกใจไหมล่ะครับ
ลองนึกถึงความรู้สึกที่คุณไปทำแบบนี้กับคนอื่นๆ ดูนะครับว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร

แล้ววันที่คุณมานั่งจ้องหน้าผมหน่ะ คุณเห็นอะไรบ้างครับ เล่าให้ฟังบ้างสิครับ

ที่เขียนมาเนี่ยผมก็เขียนอย่างตรงไปตรงมานะครับ หวังว่าคุณโจโจ้จะไม่ถือสาโกรธเคืองผม
ถ้าหากผมทำอะไรผิดไปก็กราบขอโทษมา ณ ทีนี้ด้วยนะครับ _/|\_

 จากคุณ : ไก่ [ 21 ต.ค. 2542 / 12:41:32 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.240 ]


 ความคิดเห็นที่ 37 : (นายโจโจ้)

เรื่องแต่งตั้งนั้น ไม่มีใครแต่งตั้งครับ

ตราบเท่าที่คุณไก่ยังมองว่าเรื่องการปฏิบัติธรรม ต้องคำนึงถึงความรู้สึกคน  การกระทำของผมก็คงคล้ายๆโจรห้าร้อย =) หรืออาจจะมากกว่าหน่อย =)
แต่คุณไก่ลองไปถามผู้ปฏิบัติจริงๆนะครับ ว่าการกระทำของผมนั้น เป็นไปเพื่ออะไร =)

ผมจำแม้แต่หน้าคุณไก่ยังไม่ได้เลยครับ =)

สุดท้ายคือ ผมไม่ถือโทษโกรธเคืองเลยแม้แต่นิดเดียวครับ
เพราะผมเองก็เคยเป็นแบบนี้กับคนที่ทำแบบนี้กับผมมาก่อน รู้ถึงผลของการกระทำแบบนี้ดีครับ

อย่าลืมไปถามหลายๆคนดูนะครับ เลือกเอาคนที่ปฏิบัติดีมีความก้าวหน้านะครับ เอาที่รู้จักผมดีๆหน่อย พบกันมากๆหน่อยก็ดี
ถามแล้ว มาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ ว่าเขาวิจารณ์ผมว่าเป็นอย่างไร =)

เจริญในธรรมครับผม

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 21 ต.ค. 2542 / 23:37:51 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 38 : (ไก่)

" เรื่องแต่งตั้งนั้น ไม่มีใครแต่งตั้งครับ "
คุณโจโจ้เห็นหรือเปล่าครับ ว่าอะไรที่มันพลักคุณโจโจ้ อะไรที่มันแต่งตั้งคุณโจโจ้ อะไรที่มันให้ข้ออ้างแก่คุณโจโจ้ตลอดมาว่าทำไปเพื่อประโยชน์ของคนอื่น ลองสังเกตดูให้ดีๆ นะครับ  ( ผมก็ใช้ข้ออ้างอันนี้เหมือนกันตอนที่ชี้บอกคุณโจโจ้อยู่เวลานี้ แต่ตอนชี้ผมมีความรู้ตัวอยู่ครับว่ากำลังโดนอะไรมันพลักอยู่ ) เคยได้ยินคำว่าอย่ามัวไปเสียเวลาเพ่งโทษผู้อื่น จงเอาเวลาที่เสียไปเพ่งโทษตัวเองไหมครับ

" ตราบเท่าที่คุณไก่ยังมองว่าเรื่องการปฏิบัติธรรม ต้องคำนึงถึงความรู้สึกคน  การกระทำของผมก็คงคล้ายๆ โจรห้าร้อย =) หรืออาจจะมากกว่าหน่อย =) "
ผมเองก็ไม่ได้มองคุณโจโจ้เป็นโจรห้าร้อยหรอกครับ คุณโจโจ้เป็นแค่โจร 250 CC เองครับ ( อันนี้ล้อเล่นครับอย่าโกรธกันนะครับ )

" แต่คุณไก่ลองไปถามผู้ปฏิบัติจริงๆ นะครับ ว่าการกระทำของผมนั้น เป็นไปเพื่ออะไร =) "
ทำไปเพื่ออะไรไม่มีใครบอกได้หรอกครับนอกจากตัวเราเอง อันนี้ต้องกลับไปอ่านประโยคด้านบน

" ผมจำแม้แต่หน้าคุณไก่ยังไม่ได้เลยครับ =) "
อ้าวไหงเป็นงั้นไป แหมผมยังจำหน้าคุณโจโจ้ได้เลย หน้าตาน่ารักเชียว อย่างนี้ผมก็เลยไม่รู้เลยว่าวันที่คุณจ้องหน้าผมหน่ะ คุณเห็นอะไร ปัดโถ่เอ๊ย 8-)

" สุดท้ายคือ ผมไม่ถือโทษโกรธเคืองเลยแม้แต่นิดเดียวครับ "
ดีแล้วครับที่ไม่โกรธเคืองผม ขออนุโมทนาสาธุกับความเป็นคนดีของคุณโจโจ้ครับ
ส่วนคนชั่วอย่างผมก็ไม่ได้โกรธเคืองคุณโจโจ้เลยครับ สิ่งที่คุณเคยชี้ผมหน่ะ คุณเห็นความเปลี่ยนแปลงของผมไหมล่ะครับ มันได้ประโยชน์สำหรับผมนะครับ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน ตอนนั้นหน่ะผมยังไม่รู้จักแวดวงของคุณโจโจ้ดีว่าเอาจริงกันขนาดไม่เล่นไม่สนุกกันเลย ผมก็เลยเผลอไปหน่ะครับ เพราะปกตินิสัยผมเป็นคนชอบสนุกชอบพูดชอบคุยครับ และก็ไม่เคยเอาใจใส่ตัวรู้อีกด้วย เหตุผลก็เคยแจ้งเอาไว้แล้วในธรรมสากัจฉา 1

" เพราะผมเองก็เคยเป็นแบบนี้กับคนที่ทำแบบนี้กับผมมาก่อน รู้ถึงผลของการกระทำแบบนี้ดีครับ "
ที่ว่าเคยเป็นเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนหน่ะ ผมคิดเอาเองว่าคุณไม่รู้สึกจริงๆ หรอกครับ เพราะถ้ารู้สึกจริงๆ แล้วยังทำอยู่นี่ ผมว่ายังใช้ไม่ได้นะครับ คนเราถ้ารู้จักใจเขาใจเราแล้วก็ควรจะปรับปรุงตัวเอง เปลี่ยนวิธีการเสียใหม่ ผมก็ไม่ได้ว่าสิ่งที่คุณกระทำอยู่หน่ะเป็นสิ่งที่เลวร้าย ดีครับมีกัลยาณมิตรที่ดีแบบคุณคอยเตือนสติอยู่หน่ะ ( เห็นอะไรมันพลักไหมครับ ) แต่คุณใช้วิธีที่ไม่เหมาะสมกับกาละเทศะ อีกอย่างหนึ่งหน่ะคนที่คุณชี้ๆ เขาหน่ะคุณรู้จักเขาหรือเปล่าครับ คุณผูกพันกับเขาหรือเปล่าครับ แล้วเขายอมรับความรู้ความสามารถในตัวคุณหรือยังที่จะให้เป็นคนชี้ๆ หน่ะครับ ( ที่ชี้อยู่นี่ก็รู้ตัวนะครับ )

" อย่าลืมไปถามหลายๆ คนดูนะครับ เลือกเอาคนที่ปฏิบัติดีมีความก้าวหน้านะครับ เอาที่รู้จักผมดีๆ หน่อย พบกันมากๆ หน่อยก็ดี "
ผมคงไม่ไปเสียเวลาถามใครหรอกครับเพราะไม่ใช่กิจของผม แล้วผมก็ไม่รู้จะไปถามใครอีกด้วย คนไหนล่ะครับที่คุณโจโจ้คิดว่าก้าวหน้าหน่ะ ผมยังไม่เห็นเลย เห็นแต่คนถกกันอยู่เรื่องธรรมะหน่ะ ก้าวหน้ากันไปถึงไหนแล้วล่ะครับ ถึงที่สุดแล้วหรือยัง ถึงมาถกกันอยู่หน่ะ และผมก็เห็นอะไรมันกำลังจะผลักผมให้ไปถามคนโน้นทีคนนี้ที สรุปแล้วว่ามันจะได้ประโยชน์อะไรกับผมหรือครับ แล้วคนที่รู้จักคุณโจโจ้ดีหน่ะ พบกันมากๆ ก้าวหน้าทุกคนเลยเหรอครับ ( เห็นอะไรอีกหรือเปล่าครับนี่ ) คนที่รู้จักคุณโจโจ้ และคุณโจโจ้รู้จักเขาดีหน่ะ เห็นอะไรมันผูกพันมัดกันอยู่ไหมล่ะครับ ( ที่ชี้อยู่นี่ผมก็รู้ตัวอยู่นะครับว่าอะไรมันกำลังพลักผม )

" ถามแล้ว มาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ ว่าเขาวิจารณ์ผมว่าเป็นอย่างไร =) "
คำตอบอยู่ด้านบนครับ ( เขาอาจจะวิจารณ์ว่าคุณโจโจ้เป็นโจร 450 CC กระมังครับ อันนี้ล้อเล่นอีกแล้วครับ )

คนที่เข้ามาในลานฯ หน่ะครับ มันมีกิเลสกันทุกคนแหละครับ ถ้าหมดกิเลสแล้วเขาจะเข้ามาทำไมกันใช่ไหมครับ ดังนั้นการจะชี้ใคร ชี้อะไรหน่ะผมขอแนะนำคุณโจโจ้อย่างนะครับว่า คุณควรจะมีวิธีการที่เหมะสมกับสถานที่ บุคคล และกาละเทศะ ไม่ใช่กระทำกันเป็นรูปแบบวิธีการเดียวกันไปหมด อย่างคุณไปชี้ใครๆ ในลานฯ เนี่ย คุณก็ยังไม่ได้รู้จักเขาดีพอ คุณแน่ใจหรือว่าที่เขาปฏิบัติอยู่หน่ะไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ( ต้องมาให้คุณชี้ถึงจะก้าวหน้า เห็นอะไรมันพลักไหมครับ ส่วนผมเห็นครับ เห็นตัณหา ความทะยานอยากมันพลักผมอยู่ ) สุดท้ายสำหรับบทนี้ผมก็ขอให้ระลึกถึงสิ่งที่หลวงปู่ ได้กำชับเอาไว้วันขึ้นบ้านใหม่นะครับ ว่าให้มีเมตตา และมีสัมมาวาจาต่อผู้อื่นและผู้ที่ยังไม่รู้ทั้งหลาย ( ช่วงหลังผมต่อเองนิดหน่อยนะครับเพื่อความสมบูรณ์ ณ จุดหนึ่ง ) ส่วนผมที่เขียนตรงไปตรงมาเนี่ย ก็อย่าพึ่งเข้าใจว่าผมไม่มีสัมมาวาจา ไม่มีเมตตา หรือเป็นคนยิ่งใหญ่ก้าวร้าวอะไรเลยนะครับ เพราะคุณโจโจ้เป็นคนบอกเองว่าชอบความตรงไปตรงมา เปิดเผย ผมก็เลยสนองสิ่งที่คุณต้องการ ( เห็นอะไรมันพลักอีกไหมล่ะครับความต้องการตรงนี้หน่ะ ) สวัสดีครับ 8-)

 จากคุณ : ไก่ [ 22 ต.ค. 2542 / 09:25:58 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.240 ]


 ความคิดเห็นที่ 39 : (นายโจโจ้)

=) ขอจบตรงนี้ดีกว่านะครับ เพราะชักจะออกนอกหัวข้อกระทู้ไปไกลแล้ว =)
ถ้ามีอะไร เปิดกระทู้ใหม่นะครับ ผมไม่ติดใจอะไรแล้วครับ =) อย่างที่เรียนว่าไม่มีอะไรที่ผมทำได้อีกแล้ว =D

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 23 ต.ค. 2542 / 11:06:16 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 40 : (แมวแก่)

อ้าว ! อย่าครับอย่าเพิ่งปิด อย่าเพิ่ง..... :-D

ผมมาขอเป็นพยานความเป็นโจรห้าร้อยของคุณโจโจ้ครับ อิ..อิ...อิ :-)
ผมรู้จักคุณโจโจ้พอสมควร และมั่นใจพอที่จะยืนยันว่าคุณโจโจ้เป็นโจรห้า
ร้อยหกร้อยจริงๆ แต่เป็นโจรปล้นกิเลส ปล้นอัตตาครับ

ีมารยาท... ไว้หน้า... ต้องควรเห็นแก่กาละเทศะ... คุณคนดีผมคนชั่ว...
ผมไม่เห็นอะไรเบื้องหลังคำเหล่านี้นอกจาก ->อัตตา<- ครับ
และอัตตาก็เป็นบ่อเกิดทุกข์ซ้ำซาก มีแต่ความร้อนรน

ผมอยากเชิญชวนคุณไก่มารู้จักคุณโจโจ้ตัวจริงครับ ทำอย่างที่ผมเคยทำ
เพราะผมเคยสงสัยมาก่อน รู้จักให้มากๆ แล้วกลับมาอ่านกระทู้นี้ใหม่ :-)
อย่ายอมพลาดอะไรดีๆ แปลกๆ อย่างนี้ในชีวิตไปเลยครับ ถ้าพลาดแล้ว
ผมรับรองว่าคุณไก่จะเสียใจ และเสียโอกาสที่ดีในชีวิตครับ

มารู้จักคนที่ล่อให้คุณไก่เขียนออกมาได้มากขนาดนี้ซักครั้งเถิดครับ อย่า
บอกว่าไม่มีเวลา ไม่อยากเพิ่มกิเลสหรือผูกพันนะครับ เพราะนั่นเป็นคำ
อ้างของคนขลาด กิเลสมันไม่กลัวคนขลาดหรอกครับ

 จากคุณ : แมวแก่ [ 23 ต.ค. 2542 / 15:45:20 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.180 ]


 ความคิดเห็นที่ 41 : (ไก่)

“ ผมมาขอเป็นพยานความเป็นโจรห้าร้อยของคุณโจโจ้ครับ อิ..อิ...อิ :-)
ผมรู้จักคุณโจโจ้พอสมควร และมั่นใจพอที่จะยืนยันว่าคุณโจโจ้เป็นโจรห้า
ร้อยหกร้อยจริงๆ แต่เป็นโจรปล้นกิเลส ปล้นอัตตาครับ “
ผมเห็นด้วยครับ แต่โจรก็ไม่ควรโลภนะครับ ( โลภมากลาภจะหายหน่ะครับ ) 8-)

ี” มารยาท... ไว้หน้า... ต้องควรเห็นแก่กาละเทศะ... คุณคนดีผมคนชั่ว...
ผมไม่เห็นอะไรเบื้องหลังคำเหล่านี้นอกจาก ->อัตตา<- ครับ
และอัตตาก็เป็นบ่อเกิดทุกข์ซ้ำซาก มีแต่ความร้อนรน “
ผมเห็นด้วยครับ แต่ก็เห็นมีกันคนละนิดคนละหน่อยนะครับ อย่างที่บอกแหละครับถ้าหมดแล้วจะเข้ามาทำไมเหรอครับ ความสำคัญมันอยู่ที่ว่าเห็นและรู้ทันมันหรือเปล่าหน่ะครับ ส่วนผมเองผมก็เห็นครับ คุณแมวแก่เห็นหรือเปล่าล่ะครับ คุณแมวแก่เห็นความปรารถนาดี เห็นความเป็นคนดี เห็นอะไรมันแทรกอยู่บ้างตรงนั้นหรือเปล่าล่ะครับ และถ้าหมดกิเลสสิ้นอัตตาแล้วผมหรือท่านอื่นๆ จะเข้ามาอยากตอบอยากถามเหรอครับ 8-)

” ผมอยากเชิญชวนคุณไก่มารู้จักคุณโจโจ้ตัวจริงครับ ทำอย่างที่ผมเคยทำ
เพราะผมเคยสงสัยมาก่อน รู้จักให้มากๆ แล้วกลับมาอ่านกระทู้นี้ใหม่ :-)
อย่ายอมพลาดอะไรดีๆ แปลกๆ อย่างนี้ในชีวิตไปเลยครับ ถ้าพลาดแล้ว
ผมรับรองว่าคุณไก่จะเสียใจ และเสียโอกาสที่ดีในชีวิตครับ “
ผมก็เคยไปพบกับคุณโจโจ้ตัวจริงมาแล้วนี่ครับ ไม่เห็นคุณโจโจ้แนะนำอะไรผมเลยวันนั้นหน่ะครับ ส่วนวิธีการดูจิต ไม่เพ่ง ไม่เผลอ ให้รู้อยู่แบบสบายๆ ไม่เป็นภาระแก่จิตหน่ะผมก็ทราบวิธีแล้วครับ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องไปอีกบ่อยๆ เลยนี่ครับ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำบุญแถวบ้านผมก็ทำบุญได้ครับ เพราะบุญมันอยู่ที่ใจหน่ะครับ ทำที่ไหนทำกับใครได้บุญมากได้บุญน้อยผมไม่ค่อยใส่ใจหรอกครับ

อย่างที่เรียนให้ทราบว่าผมเองก็รู้วิธีการปฏิบัติแล้ว ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าท่านก็จะไล่ให้ไปทำความเพียรกันเองใช่ไหมครับ ส่วนกิเลสอัตตาผมก็เห็นครับ ( ตอนนี้ก็เห็น ) เห็นก็รู้อยู่ แต่มันคงจะไม่ลดลงหรือหมดไปทันทีหรอกใช่ไหมครับ มันขึ้นอยู่แต่เหตุปัจจัยของแต่ละคนใช่ไหมครับ

แล้วที่ว่าให้ทำแบบคุณแมวแก่ คุณแมวแก่ทำอย่างไรล่ะครับ เล่าให้ฟังหน่อยสิครับ

คุณแมวแก่ลองยกถึงเหตุผลที่ผมควรจะไปพบกับคุณโจโจ้มาดูสักหน่อยได้ไหมครับว่ามีข้อดีอะไรบ้าง ทั้งๆ ที่ผมก็รู้วิธีที่จะปฏิบัติอยู่แล้วหน่ะครับ ส่วนเรื่องที่ผมจะต้องเสียใจทำไมผมจะต้องเสียใจหล่ะครับ ลองเล่ามาหน่อยสิครับว่าผมจะต้องเสียใจเพราะอะไร หรือเพราะว่าคุณแมวแก่คิดเอาเองว่าผมจะต้องเสียใจหน่ะครับ

” มารู้จักคนที่ล่อให้คุณไก่เขียนออกมาได้มากขนาดนี้ซักครั้งเถิดครับ อย่า
บอกว่าไม่มีเวลา ไม่อยากเพิ่มกิเลสหรือผูกพันนะครับ เพราะนั่นเป็นคำ
อ้างของคนขลาด กิเลสมันไม่กลัวคนขลาดหรอกครับ “
เรื่องล่อให้ตอบล่อให้เขียนเนี่ยผมรู้มานานแล้วหล่ะครับ เป็นที่นิยมของที่นี่ ตอนนี้คุณแมวแก่ก็กำลังทำอยู่ ( เห็นความอยากตรงนั้นหรือเปล่าครับ ส่วนผมเองผมก็เห็นความอยากตอบของผมหน่ะครับ )

วิธีปฏิบัติผมก็รู้อยู่แล้ว ผมก็ต้องใช้เวลาที่มีอยู่ทำความเพียรของตนเองให้มากที่สุด อย่างที่เรียนให้ทราบว่าพอผมอยากไปปุ๊บ ผมก็รู้ทันมัน ความอยากมันก็ลดลงหน่ะครับ แล้วก็ลองมานั่งพิจารณาดูแล้ว ไปแล้วก็ไม่เห็นกิเลสมันจะลดลงเลยนี่ครับ ก็เห็นหลายท่านในลานฯ ไปกันบ่อยๆ ยังถกธรรมะกันอย่างเผ็ดร้อนเลยนี่ครับ ส่วนเรื่องขลาดไม่ขลาดนั้น ก็ขึ้นอยู่แต่สังขารของคุณแมวแก่จะปรุงแต่งไปเองหน่ะครับ แล้วกิเลสมันจะกลัวหรือไม่กลัวเนี่ย มันอยู่ตรงที่รู้ทันมันครับ มันไม่ได้อยู่ที่ตรงไปพบกันหรอกครับ อย่าลืมเรื่องสิ่งที่หลวงปู่ท่านกำชับเอาไว้นะครับ เดี๋ยวจะเข้าลักษณะใกล้เกลือกินด่าง 
สวัสดีครับ 8-)

 จากคุณ : ไก่ [ 23 ต.ค. 2542 / 16:59:50 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.136 ]


 ความคิดเห็นที่ 42 : (ควันเทียน)

:):):) อ่านที่คุณไก่กับคุณโจโจ้คุยกันมาหลายวันแล้วค่ะ :):):) คุยกันออกรสออกชาดดีจังนะคะ จริงๆคุณไก่กับคุณโจโจ้น่าจะคุยกันถูกคอกว่าใครๆเลย ท่าทางจะมีบุคลิกลักษณะคล้ายๆกัน :):):)

 จากคุณ : ควันเทียน [ 23 ต.ค. 2542 / 21:51:34 น. ]
     [ IP Address : 130.54.246.154 ]


 ความคิดเห็นที่ 43 : (ไก่)

" :):):) อ่านที่คุณไก่กับคุณโจโจ้คุยกันมาหลายวันแล้วค่ะ "
ขอบคุณครับที่อุตส่าห์ติดตามผลงานของผมกับคุณโจโจ้ 8-)

" :):):) คุยกันออกรสออกชาดดีจังนะคะ จริงๆ คุณไก่กับคุณโจโจ้น่าจะคุยกันถูกคอกว่าใครๆ เลย "
ออกรสออกชาดอย่างไรบ้างล่ะครับ หวาน มัน หรือว่าเค็ม 8-)
ที่ถูกคอกันก็คงจะเพราะต่างก็กำลังหาหนทางเดินไปให้พ้นจากถนนแห่งความทุกข์ด้วยกันหน่ะครับ 8-)
คุณควันเทียนจะมาร่วมเดินทางไปด้วยกันไหมล่ะครับ 8-)

” ท่าทางจะมีบุคลิกลักษณะคล้ายๆ กัน :):):) “
ครับคงจะคล้ายกันก็ตรงชอบส่งจิตออกนอกกระมังครับ 8-)
แต่ผมคิดเอาเองว่าความคล้ายกันตรงนี้คงจะเหมือนกันเกือบจะทั้งโลกแหละครับ 8-)

แล้วมาติดตามผลงานตอนต่อไปนะครับคุณควันเทียน แต่คราวหน้าอาจจะต้องเสียสตางค์นะครับ
คงจะไม่ให้ชมฟรีแล้วนะครับ ( ล้อเล่นหน่ะครับ ) สวัสดีครับ 8-)

 จากคุณ : ไก่ [ 23 ต.ค. 2542 / 23:25:23 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.128 ]


 ความคิดเห็นที่ 44 : (แมวแก่)

ปรารถนาเพียงแค่อยากชักชวนน่ะครับ :-)
หากมีอะไรที่สะกิดกันแรงไป ผมก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้นะครับ :-)

 จากคุณ : แมวแก่ [ 24 ต.ค. 2542 / 13:44:26 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.180 ]


 ความคิดเห็นที่ 45 : (หลังเขา)

ขอสอดด้วยคนครับ
เรื่องประโยชน์ของการที่คนอื่นทักน่ะครับ
บางครั้งกิเลสเหมือนผงเข้าตาตัวเองครับ
เราไม่เห็นแต่คนอื่นเห็น
ไปเจอคนอื่นเจอกัลยานมิตรบ้าง
ก็ช่วยกันดูช่วยกันเขี่ยผงที่เข้าตาน่ะครับ
อันนี้ต้องดูความพอดีด้วย
ถ้ามากเกินไปก็จะเป็นอย่างที่คุณไก่ว่า
คือเพิ่มกิเลสข้อที่ชอบรวมกลุ่มน่ะครับ
ทำอะไรถ้ารู้จักความพอดีก็พอจะมีประโยชน์ทั้งนั้นแหละครับ

 จากคุณ : หลังเขา [ 24 ต.ค. 2542 / 15:08:05 น. ]
     [ IP Address : 203.147.0.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 46 : (ไก่)

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยครับ  เรื่องการเตือนสติกันของเหล่ากัลยาณมิตรหน่ะครับ
เพียงแต่ปรารถนาจะให้เตือนกันด้วยความรู้ตัว     ไม่เผลอไปด้วยแรงพลักของตัณหา
ด้วยทางสายกลางซึ่งเป็นความพอเหมาะพอดี   ด้วยความมีเมตตาและมีสัมมาวาจา
ต่อผู้อื่นที่ยังไม่รู้ทั้งหลาย ซึ่งรวมทั้งผมเองด้วยหน่ะครับ 8-)

ส่วนเรื่องการเข้าหมู่คณะ  ถ้าหากผมพิจารณากลับไปกลับมาอย่างดีแล้ว  และมีเหตุ
และมีผลที่ดีมารองรับ  โดยไม่ได้คิดจะไปเพราะเกิดจากความอยากมันพลักผมบางที
เราอาจจะได้เจอกันครับ  แต่ถ้าผมจะไปจริงคงต้องตั้งสติอย่างมากทีเดียวเพราะหาก
เผลอไปเพียงแค่ขณะจิตเดียว  เดี๋ยวไปแล้ว  เกิดไปติดอกติดใจในความดี และความ
น่ารักของเหล่ากัลยาณมิตรแล้วล่ะก็เป็นเสร็จกิเลสกัน สวัสดีครับ 8-)

 จากคุณ : ไก่ [ 24 ต.ค. 2542 / 18:01:49 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.116 ]


 ความคิดเห็นที่ 47 : (ต.เชียงใหม่)

เป็นการแดงความคิดเห็นที่ดีครับ ที่คุณไก่มองออกมาอีกมุมหนึ่ง เป็นการระวังจิตของตนเอง ไม่เกี่ยวกับใคร

 จากคุณ : ต.เชียงใหม่ [ 26 ต.ค. 2542 / 14:01:08 น. ]
     [ IP Address : 202.6.107.20 ]


 ความคิดเห็นที่ 48 : (นายสงบ)

นี่ไงท่านผู้รู้ธรรมทั้งหลายมาอยู่นี่เอง ตอนที่ผมเบื่อพันทิพและเลิกเข้าชั่วคราวไปนาน จนกระทั้งไม่นานมานี้กลับ
ไปพันทิพอีกที ผมล่ะงงจริงๆ คุณสันตินันท์เอย คุณบัวใต้นำ้เอย คุณ Rising_sun เอย หายไปหมดที่แท้มาหลบอยู่นี่เอง
ดีครับ ดีที่ได้พบเพื่อนผู้รู้ธรรมอีก และยังได้พบผุ้รู้ธรรมท่านใหม่ๆเป็นลาภกับผมจริงๆ

 จากคุณ : นายสงบ [ 26 ต.ค. 2542 / 14:07:43 น. ]
     [ IP Address : 203.146.64.164 ]


 ความคิดเห็นที่ 49 : (FON..)

ในบางเรื่อง บางครั้ง ฝนเกิดอาการไม่
กล้าทำ พอได้ถามตัวเองว่า "กลัวอะไรอยู่"
และสุดท้ายคำตอบก็คือ "ตัวเอง"
กลัวว่าคนอื่นจะมองเราไม่ดี กลัวถูกหลอก
กลัวเป็นตัวตลก กลัวใครๆ จะโกรธ ปิดตัวเอง
พอได้เปิดตัวเอง ลองทำ เอ้อ..มันก็ไม่เห็นเป็น
ไปอย่างที่เราคิด(ไปเอง)เลยนี่หว่า การได้รู้จัก
อะไรใหม่ๆ ก็ได้มุมมองใหม่ๆ ให้กับชีวิตแถม
ด้วยการรู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย  และแล้วก็เจอ
คำถามใหม่ว่า "เราคาดหวังอะไรไว้เราถึงได้กลัว"
ก่อนที่ฝนจะพิมพ์ไอ้ข้อความนี้ขึ้นมา ฝนก็คิดแล้ว
คิดอีก ว่าจะโกรธไม๊ จะคิดอะไร จะคิดยังไง แต่
เจตนาที่ต้องการจริงๆ ก็คืออยากจะให้พี่ไก่หันมา
มองความคิดของฝนตรงนี้สักนิดค่ะ ก็เลยพิมพ์ข้อความนี้
เห็นด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่ไก่เอง ^_^
ส่วนใหญ่ที่เจอกันที่ศาลาไม่ว่าไปด้วยเหตุผลอะไร แต่ก็
ไม่ใช่เรื่องไม่ดีไม่ใช่เหรอคะ ต่อให้เป็นความอยาก กิเลส หรืออะไรก็แล้วแต่ ได้พบเพื่อน พี่ แล้วก็หลายๆ ท่านที่มี
ความรู้ คอยแนะนำไม่ให้หลงทาง ก็ถือว่ามีค่ามากพอ
แม้ว่าจะเป็นกิเลส แต่ก็ถือว่าเข้าทางดี ไม่น่าจะมี
การแบ่งแยก พวกใคร กลุ่มใคร ให้เกิดความขัดแย้ง
ไขว้เขวกันเปล่าๆ  ยิ่งคิดแบบนี้ยิ่งทำให้รู้สึกเป็นคนนอก
ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการตั้งกลุ่ม กะเกณฑ์อะไรเลย แค่เพียง
ต้องการเจอกันก็มาเจอเพราะการพบเจอกันที่ศาลาไม่ใช่
การไปเข้าโบสถ เข้ากลุ่ม เป็นกิจจะลักษณะอะไร
แต่เป็นการพบเจอกันเหมือนพี่เจอน้อง  อบอุ่น แล้วมีกำลังใจ  ฝนยังนับถือพี่ไก่เหมือนเดิม ที่เคยแนะก็ยังจำได้ ขอบคุณค่ะ




 จากคุณ : FON.. [ 28 ต.ค. 2542 / 00:10:23 น. ]
     [ IP Address : 202.183.248.15 ]


 ความคิดเห็นที่ 50 : (ไก่)

คำตอบอยู่ด้านบนครับน้องฝน 8-)
หลายท่านอาจจะเห็นว่าการเข้าหมู่คณะเป็นส่วนที่ดี
ถึงแม้ว่าจะเป็นกิเลสก็เป็นกิเลสที่ดี    และถือว่าเป็น
เรื่องเล็กน้อย  ข้อนี้ผมเข้าใจเป็นอย่างดีครับ  เพราะ
การปฏิบัติธรรมต้องเป็นขั้นเป็นตอน    ต้องเริ่มจาก
เข้าใจในแนวทางการปฏิบัติและการพิจารณาอย่าง
ละเอียด ถ่องแท้ และแยบคาย จึงจะรู้เห็นความเป็น
ไปของสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดีด้วยตนเอง ซึ่งผมก็ได้
พิจารณาแล้ว  และเห็นว่ามันเป็นสมุห์ทัยจึงมีความ
จำเป็นที่จะต้องละเสียหน่ะครับ ก็แค่นั้นเองครับ 8-)

 จากคุณ : ไก่ [ 28 ต.ค. 2542 / 08:12:09 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.240 ]


 ความคิดเห็นที่ 51 : (ไก่)

"      การแบ่งแยก   พวกใคร   กลุ่มใคร   ให้เกิดความขัดแย้ง
ไขว้เขวกันเปล่าๆ      ยิ่งคิดแบบนี้ยิ่งทำให้รู้สึกเป็นคนนอก   "
ลองดูตรงนี้ให้ดีนะครับน้องฝน ว่าจิตเราไขว้เขวเองหรือเปล่า
หรือพี่เป็นคนทำให้ไขว้เขว   ลองพิจารณาดูให้ดีๆ นะครับ 8-)

 จากคุณ : ไก่ [ 28 ต.ค. 2542 / 10:36:17 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.240 ]


 ความคิดเห็นที่ 52 : (FON..)

^_^  ขอบคุณที่ชี้แนะค่ะ
เจริญในธรรมค่ะพี่ไก่

 จากคุณ : FON.. [ 28 ต.ค. 2542 / 19:03:53 น. ]
     [ IP Address : 203.149.0.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 53 : (3746)

มีเหตุผลทุกท่านครับ.......ผมอ่านแล้วจะรับไปพิจารณา
ผมขอให้ทุกท่าน สวัสดีมีชัยครับ อนุโมทนาธรรมทาน วิจารรญาน เหตุผล ของทุกท่านเป็นประโยชน์แก่ผม  _/|\_

 จากคุณ : 3746 [ 30 พ.ย. 2542 / 17:35:21 น. ]
     [ IP Address : 202.47.248.204 ]


 ความคิดเห็นที่ 54 : (คุณแม่น้องนุ่น)

เป็นน้องใหม่ในวงการ
เพิ่งรู้จัก ลานธรรม และก็ชอบลานธรรมซะแล้ว
เย็นกายและเย็นใจมาก อ่านแล้วสงบ+สุข ที่มีอะไรดีๆมีสาระ นำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตปัจจุบันได้ บางครั้งคนเราก็ลืมหน้าที่ทางจิตใจ
ทุกท่านที่เขียนกระทู้ มีความละเอียดของจิต เขียนได้ซาบซึ้งกินใจทีเดียว
หวังว่ากาลเวลาคงทำให้เจริญพัฒนายิ่งขึ้นนะคะ ขอเอาใจช่วย

 จากคุณ : คุณแม่น้องนุ่น [ 20 มี.ค. 2543 / 07:20:29 น. ]
     [ IP Address : 203.145.3.56 ]


 ความคิดเห็นที่ 55 : (โยมเอง)

สาธุ.....

 จากคุณ : โยมเอง [ 20 มี.ค. 2543 / 13:40:02 น. ]
     [ IP Address : 161.246.35.12 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!