เนื้อความ :
ประวัติความเป็นมาของเวบบอร์ดลานธรรมเสวนา( www.larntum.com )
เวบบอร์ดลานธรรมเสวนา ทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว มีผู้เข้าร่วมสนทนาธรรมมากมาย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามวันเวลาที่ผ่านไป ผมจึงต้องการสรุปประวัติย่อๆ เรื่องความเป็นมาเป็นไปของลานธรรมเสวนา เพื่อผู้ที่เข้ามาใหม่ ก็จะได้ทำความเข้าใจสังคมแห่งนี้ก่อน และเพื่อผู้ที่อยู่มาก่อน เมื่อได้อ่านประวัติย่อๆนี้ จะได้เกิดความปลื้มปิติในกุศลกรรมที่ได้ทำร่วมกันนี้ต่อไป
ขอย้อนไปถึงเหตุการณ์สมัยก่อนที่จะเกิดลานธรรมเสวนาก่อน เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช2541 หลังจากที่คุณวันวิสาข์ได้จุดประเด็นกระทู้ "พบพระพุทธเจ้าจงฆ่าเสีย" ขึ้นในกลุ่มห้องสมุดของเวบบอร์ด www.pantip.com และได้รับเสียงตอบรับอย่างดียิ่ง ด้วยการมีจำนวนผู้เข้าตอบกระทู้อย่างมากมายเป็นประวัติศาสตร์ของกระทู้ธรรมะ ส่งผลให้เกิดกระทู้ธรรมะอื่นๆตามมาอย่างมากมาย เช่น พบพระพุทธเจ้าจงฆ่าเสีย ภาค2, เต๋า พุทธ เซ็น ความเหมือนที่แตกต่าง ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ได้รับการตอบรับอย่างดี
เริ่มจากวันนั้น การปรากฏขึ้นของกระทู้ธรรมะในกลุ่มห้องสมุด ก็ไม่เป็นที่แปลกตาแต่อย่างใด จำนวนผู้เข้าร่วมตอบกระทู้ธรรมะแต่ละกระทู้ ก็มีจำนวนที่สม่ำเสมอตลอดมา ณ เวลานั้นกลุ่มห้องสมุดพันทิพย์ดอทคอม จึงเป็นเสมือนอีกหนึ่งแหล่งที่รวมเหล่าผู้สนใจศึกษาพุทธศาสนา แม้ว่าบางจังหวะเวลาที่กระทู้ธรรมะมีมากเกินไป ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้เวบบอร์ดท่านอื่นๆ ให้แยกกลุ่มออกไปต่างหาก ผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย ก็ยังประนีประนอม และสามารถใช้พื้นที่ร่วมกับท่านอื่นได้ดีเสมอมา
หลังจากสนทนาธรรมกันด้วยความสงบสุขเรื่อยมา แม้ว่ามีการกระทบกระทั่งกันบ้างในหลายๆประเด็น แต่ทุกคนก็ยังมีความสุข ได้รับกระแสความเย็นแห่งธรรมะ จากห้องสมุดพันทิพย์ดอทคอมเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดประเด็นกระทู้ธรรมกายขึ้น เริ่มจากกระทู้เล็กๆที่ข้องใจเกี่ยวกับการทำบุญสร้างเจดีย์ ขยายลุกลามใหญ่โตไปถึงประเด็นใหญ่อื่นๆ บวกกับที่กระแสสังคมเริ่มเข้าไปตรวจสอบทางวัดพระธรรมกาย ส่งผลให้บรรยากาศในห้องสมุดช่วงนั้นร้อนเป็นอย่างยิ่ง ณ ที่นั้นก็เริ่มมีการพูดกันระหว่างคนสนิทไม่กี่คนถึงเรื่องการไปตั้งบอร์ดใหม่ สนทนากันเองตามประสาคนคุ้นเคย แต่ก็ยังไม่มีความพยายามใดเป็นรูปธรรมเกิดขึ้น เนื่องจากถึงกระทู้ธรรมกายจะร้อน แต่ก็ถูกตัดสินได้โดยธรรม
อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ แม้ว่ากระทู้ธรรมกายจะร้อนเพียงใด ก็ยังมีกระทู้ธรรมะเย็นๆมาแทรก พอจะบรรเทาความร้อนไปได้บ้าง ในขณะนั้นดูเหมือนจะเป็นมารยาทที่ผู้สนใจธรรมะทั้งหลาย ต่างปฏิบัติกันเป็นอัตโนมัติคือ กระทู้ที่เย็นอยู่แล้ว ก็จะไม่มีใครทำให้ร้อนแต่อย่างใด แต่แล้วในช่วงต่อมากระทู้ธรรมะที่อ่านแล้วสร้างความเย็นกายเย็นใจ ก็ถูกทำให้เสียบรรยากาศไป โดยฝีมือการสักแต่ว่าพิมพ์ของคนไม่กี่คน ที่บางครั้งออกมาประกาศว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าบ้าง หรือตัวเองรู้ธรรมดีที่สุดบ้าง เหล่าตัวป่วนนี้ไม่สนใจว่าจะเป็นกระทู้ไหน ขอเพียงได้ออกความเห็นที่สะใจตัวเองบ้าง หรือความเห็นที่ชวนให้ไขว้เขวบ้าง แล้วก็ออกไป ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ และไม่รู้ว่าการกระทำเหล่านั้นคือการสร้างอกุศลกรรมให้กับตนเอง และต้องรับวิบากอย่างสาหัสในภายภาคหน้า
ถึงตอนนี้สถานการณ์ธรรมกายเริ่มสุกงอมเต็มที่ เมื่อมีผู้ศรัทธาทางธรรมกายท่านหนึ่งออกมาคัดค้านความเห็นที่ไม่ตรงกับตน ไม่เว้นแม้พระพุทธวจนะ ประกอบกับมีบางคนที่ใช้ชื่อหนังสือพิมพ์ ออกมาตั้งกระทู้โจมตีพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ส่งผลให้ผู้สนใจธรรมะเริ่มไม่ออกความเห็นในห้องสมุด และเริ่มคิดถึงการแยกตัวไปตั้งโต๊ะ สนทนาต่างหากอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในขณะนั้นบางส่วนของกลุ่มสนทนาธรรมในห้องสมุด ได้พบปะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวนอกเหนือไปจากการคุยกันในเวบบอร์ดแล้ว เป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร กลุ่มสนทนาธรรมกลุ่มนี้ รู้สึกว่าสถานที่ในห้องสมุดไม่เป็นสัปปายะ ไม่เหมาะแก่การสนทนาธรรมกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่มีทางออกใด
จนกระทั่งคุณ Robocon ได้ทดลองนำระบบเวบบอร์ดของพันทิพย์ดอทคอม มาเขียนเป็นโฮมเพจใหม่ต่างหาก โดยมีวัตถุประสงค์คือให้กลุ่มที่คุ้นเคยกันในห้องสมุด ได้สนทนากันอย่างเย็นใจ และนั่นคือกำเนิดของลานธรรมเสวนา
ในระยะแรก ลานธรรมเสวนายังไม่มีชื่อ จนตั้งไปได้สักพักถึงมีผู้ตั้งชื่อให้เวบบอร์ด กลุ่มที่สนทนากันก็เป็นกลุ่มคนที่คุ้นเคยกันจริงๆ วิธีที่แนะนำให้แพร่หลาย คือใช้วิธีบอกกันแบบ icqต่อicq หรือ emailต่อemailเท่านั้น แต่แม้ว่าจะใช้วิธีนี้ในการกระจายข่าว ผู้ที่หนีร้อนจากกลุ่มห้องสมุด หันมาพึ่งเย็นจากลานธรรมก็มากขึ้นด้วยอัตราการเพิ่มที่น่าตกใจ จนกระทั่งเซอร์เวอร์ของลาดกระบังรับไม่ไหว ลานธรรมเสวนาประสบกับปัญหาเข้าเวบไม่ได้
ณ เวลานั้นmorning_glory และ Pt_Platinum (คนอะไรก็ไม่รู้พิมพ์ชื่อยากชะมัด) ได้สร้างบอร์ดโดยใช้แนวทางเดียวกับลานธรรมเสวนาอยู่แล้ว ในระยะแรกทั้งคู่หวังว่าจะให้เป็นบอร์ดสำรองเท่านั้น ก็บังเอิญบอร์ดจริงประสบปัญหา morning_gloryจึงได้ปรึกษาคุณRobocon และได้ข้อสรุปว่า จะให้ลานธรรมเสวนาย้ายออกมาจากลาดกระบัง หลังจากนั้นมอร์นิ่งกลอรี่และทองคำขาวก็รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลลานธรรมเสวนาเรื่อยมา
เวลาผ่านไปสักระยะ ลานธรรมฯได้รับเกียรติจากหลายท่าน นำเอาลิงก์ไปแปะไว้ในโฮมเพจของตน ถึงตอนนี้ผู้คนเริ่มรู้จักลานธรรมฯในวงกว้างขึ้น ผ่านเข้ามาจากหลายทางมากขึ้น แต่เนื่องจากการกำเนิดลานธรรมฯเกิดจากการรวมกลุ่มกันของคนที่รู้จักกันและรักธรรมะเหมือนๆกัน ประกอบกับกลุ่มผู้กำเนิดลานธรรมฯ(ขอเรียกว่ากลุ่มผู้ให้กำเนิดนะครับ เพราะถ้าไม่มีกลุ่มนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีลานธรรมฯได้อย่างไร)มีกิจกรรมพบปะกันแทบทุกสัปดาห์ ทำให้การสนทนาในกลุ่มลานธรรมฯ เหมือนมีสายใยเส้นหนึ่งร้อยรัด มีพฤติกรรมไปในทางเดียวกัน ผู้ที่เข้ามาใหม่บางท่านไม่เข้าใจ ก็ขอตัวไปดูอยู่ห่างๆ บางท่านก็ได้เข้ามาพบปะทำความรู้จักและสุดท้ายก็เป็นสมาชิก ผู้เข้าลานธรรมอย่างสม่ำเสมอก็มี
เวลาผ่านไปอย่างไม่คอยใคร ในที่สุดฟรีโฮมเพจที่มอร์นิ่งกลอรี่และทองคำขาวสมัครไว้ก็เกิดปัญหาขึ้น เริ่มมีผู้คนประสบปัญหากับการเข้าลานธรรมฯไม่ได้ morning_gloryได้ปรึกษากับกลุ่มสหธรรมิกแล้ว จึงตัดสินใจว่าถึงเวลาเสียเงิน เปิดdomainเป็นของตัวเองสักที เพื่อจะได้ไม่ต้องมีปัญหากับserverอีกต่อไป www.larntum.com ก็ถือกำเนิดด้วยเหตุนี้เอง
พิธีขึ้นบ้านใหม่ลานธรรมเสวนา จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2542 ได้นิมนต์หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ที่แม้แต่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ก็ให้การรับรอง เป็นงานบุญที่เป็นบุญอย่างยิ่ง เป็นงานกุศลที่เป็นกุศลอย่างยิ่ง ผู้ที่ร่วมทำบุญในวันนั้นทุกคนต่างก็พยายามนั่งเจริญสติสัมปชัญญะต่อหน้าครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พระธรรมที่หลวงปู่สอนในวันนั้นก็มีความลึกซึ้ง เป็นธรรมที่นำไปสู่การหลุดพ้น ที่นักปฏิบัติควรน้อมมาปฏิบัติเช่นกัน เป็นงานบุญที่มีวิบากกว้างขวาง แม้ผู้ที่อยู่ไกลถึงต่างทวีป เมื่อระลึกถึงคำบอกเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ก็ยังเกิดปีติล้นพ้น จิตใจมีกำลังมีความยินดีในพระศาสนาขึ้นมา
สังขารทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นของไม่เที่ยง ไม่มีใครรู้ว่าลานธรรมในวันพรุ่งนี้จะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่ ณ ที่นี้ ตรงนี้ เวลานี้ บรรทัดนี้ ขอย้ำเรื่องวัตถุประสงค์ที่ก่อตั้งลานธรรมฯนี้ขึ้น ลานธรรมฯนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะความต้องการสนทนาธรรม เพื่อความเย็นใจ เพื่อการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามทางสายเอกที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พวกเราไม่ได้ต้องการให้เวบนี้เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ แล้วสนทนาธรรมแบบเอามานะอัตตามาอวดกัน แต่ต้องการให้เวบนี้เป็นที่รวมของนักปฏิบัติ ที่ปฏิบัติไม่ใช่เพื่อลาภสักการะ ไม่ใช่เพื่อปราบลัทธิ ไม่ใช่เพื่อเอาวาทะของตนไปอวดไปเถียงกับใคร ไม่ใช่เพื่อบันเทิง แต่เป็นนักปฏิบัติที่ปฏิบัติธรรมเพื่อนำพาตนให้พ้นทุกข์ เป็นนักปฏิบัติที่เดินตามรอยบาทพระศาสดาอย่างแท้จริง
ฟังธรรมตามกาล สนทนาธรรมตามกาล เป็นมงคลอย่างยิ่ง
|