พระธรรมเทศนาของหลวงปู่เหรียญและบรรยากาศวันขึ้นบ้านใหม่ลานธรรม
 เนื้อความ :

เห็นคุณศรันย์มาเล่าเรื่องประสบการณ์จากวันนั้นแล้ว
ดิฉันขออนุญาตเปิดอีกกระทู้เล่าที่หลวงปู่เทศน์
และเล่าบรรยากาศเพิ่มเติมนะคะ :>
*********************************
พระธรรมเทศนา
โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
ณ บ้านนวธานี
๔ ตุลาคม ๒๕๔๒

จิต ของคนมีธรรมอยู่  ๓ อย่าง  เป็นธรรมในใจของผู้เวียนว่าย
ตายเกิดทั้งหลาย นั่นคือ ธรรมที่เป็นกุศล ธรรมที่เป็นอกุศลและธรรมที่เป็น
อัพยากตะ (หรือ อัพยากฤต- พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์)

เมื่อใดจิตเป็นกุศล เมื่อนั้นก็เกิดความสุข อิ่มเอม  ถ้าอกุศลเกิด ก็คิดไม่ดี
ทำร้ายกัน และเมื่อไม่มีเหตุ (คือเหตุดีหรือเหตุชั่ว) มากระทบ ใจก็วางเฉยอยู่
เวลาเช่นนี้ก็จะทำอะไรต่ออะไรไปโดยซื่อๆ ไม่มีระเบียบอะไร

พระพุทธเจ้านั้นมีจำนวนมากเท่าเมล็ดทรายในมหาสมุทร แต่ละพระองค์
ต้องสร้างบารมียาวนานมาก นับเป็นอสงไขยกัป  แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้า
ทุกพระองค์ที่มาตรัสรู้ที่ทรงสอนเหมือนกันก็คือ ให้ละความชั่ว
ให้ทำความดีและให้ทำจิตใจให้ผ่องใสบริสุทธิ์


ดังนั้น ขอให้คิดให้ดี การได้มาพบพระพุทธศาสนานั้นเป็นลาภอันประเสริฐ
บางศาสนาเป็นศาสนาที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อบวงสรวงเทพเจ้า แต่พระพุทธองค์
ได้ตรัสอธิบายการ "บูชายัญ" ในพระพุทธศาสนาว่า การบูชายัญ
ให้ได้ผลดีนั้น  ต้องเอาเกวียนออกไปหาซื้อเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและอาหาร
ให้เต็ม แล้วนำไปแจกตามบ้านน้อยบ้านใหญ่ ให้ผู้คนได้ร่างกายอบอุ่น ได้อิ่ม
อาหาร เท่านี้คือการบูชายัญที่ให้ผลดี 

การบูชายัญที่สูงขึ้นไปอีก ก็คือ การไม่ทำบาป ไม่เบียดเบียนกัน ไม่ผิดศีล

ส่วนการบูชายัญที่สูงที่สุดก็คือการเจริญภาวนา เจริญสมาธิ ให้ได้ถึงฌาน ๘
(ไม่แน่ใจนะคะ จดมาตามนี้- deedi)  แล้วดำเนินวิปัสสนาต่อ ให้เห็นอนิจจัง
ทุกขัง อนัตตา นี่เป็นการบูชายัญที่สูงที่สุด

การละชั่ว ก็คือการรักษาศีล
การทำความดี ก็คือการให้ทาน
การชำระจิตใจให้ผ่องใส ก็คือทำใจให้สะอาด อย่าสะสมความชั่ว
ไว้ในใจ ภาวนา พิจารณา ทำใจที่ฟุ้งเลื่อนลอยให้สงบแล้วเจริญวิปัสสนา
เพ่งพิจารณาธาตุ ๔  ขันธ์ ๕  ว่าเที่ยงหรือไม่เที่ยง ทุกข์หรือสุข เป็นตัวตน
หรือไม่ เมื่อพิจารณาแล้วก็จะละวาง บรรเทาทุกข์ในใจไปได้เป็นส่วนใหญ่

สมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเหล่านี้ให้แก่พราหมณ์
พราหมณ์ต่างก็ได้บรรลุโสดาปัตติผลกันมากมาย ถึงพระพุทธศาสนา
เป็นสรณะ กลับไปปล่อยแพะแกะหมูวัวควายที่เลี้ยงไว้ฆ่าบูชายัญ
ดัดแปลงโรงบูชายัญเป็นอย่างอื่นต่อไป

พระพุทธศาสนานั้น ตั้งขึ้นเพื่อสงเคราะห์แก่ผู้ที่มีวาสนาบารมีแก่กล้า
ให้ได้พ้นทุกข์  ผู้ที่ยังวาสนาบารมีไม่แก่กล้าบริบูรณ์ก็ได้เป็นพระโสดาบันไป
และผู้ที่บารมีวาสนายังอ่อนแต่ไม่หลงก็จะมาถูกทาง

โลกของเรามีของคู่ ดีชั่ว สุขทุกข์ เกิดตาย บาปบุญ สวรรค์กับพรหมคู่กัน
แต่พระนิพพานมี ๑ ไม่มี ๒

พระนิพพาน  เป็นธรรมอย่างยิ่ง เป็นธรรมสูงสุด ทำให้รู้จักทุกข์
ไม่ต้องเกิดแก่เจ็บตายอีก  ทำให้ผู้ที่มีปัญญาได้ออกจากทุกข์ ไม่ต้องเวียนว่าย
ตายเกิดอีก นี่คือปณิธานของพระพุทธเจ้า

ถ้าเป็นผู้ที่วาสนาบารมียังอ่อนนั้น สวรรค์นรกก็จะไม่เชื่อ สงสัยในนรกสวรรค์
เพราะอวิชชาและตัณหายังครอบงำจิตอยู่

(ถึงตอนนี้ หลวงปู่ท่านพูดขึ้นมาว่า "อย่ากลัวหลวงปู่เหนื่อย หลวงปู่ไม่เหนื่อย
แต่ว่าคอแหบ เป็นหวัดลงคอ ไม่ต้องกลัวหลวงปู่เหนื่อย")

ชีวิตคนเราขึ้นอยู่กับ ปัจจัย ๔  ขาดปัจจัยสี่ไม่ได้ แต่เมื่อแสวงหา
โดยสุจริตไม่ได้ ความไม่รู้ก็พาให้แสวงหาในทางทุจริต ถ้าผู้รู้แล้วก็จะไม่เป็น
เช่นนั้น

ปัจจัยสี่ เป็นเครื่องดำรงชีวิตในโลก แต่ผู้มีปัญญาจะหามาโดยชอบ โดย
ไม่ต้องหลอก ลวง คด โกงหรือฆ่าใคร แต่หาด้วยสติปัญญา การงานในโลก
มีอยู่  ๒ อย่าง  การงานใดเห็นว่าไม่มีโทษจึงจะเข้าไปจับไปทำ (สัมมา
อาชีโว
) ขอให้พวกเราเลือกการงานที่ไม่ทำอะไรเบียดเบียนตนและผู้อื่น
อะไรที่ไม่เป็นไปเพื่อโทษแก่คนอื่นและตัวเอง  ส่วน มิจฉาอาชีโว นั้น
ก็คือเลี้ยงชีพในทางทุจริต ขาดสติ ขาดปัญญา

สัมมาทิฏฐิ เป็น ทางดับทุกข์ในวัฏสงสาร
มิจฉาทิฏฐิ เป็น ทางไปสู่ทุกข์

ในกาลที่ไม่มีพระศาสนา เชื่อกันว่าท้าวมหาพรหมเป็นใหญ่ในมนุษย์และ
เทวดาทั้งหลาย ทั้งนี้เพราะมีผู้ที่เพ่งกสิณ เพ่งอะไรต่ออะไร ไปเห็น
พระพรหมเข้า ฤาษีเหล่านั้นก็มาสอนให้คนปฏิบัติตามที่ตัวไปเห็นมา

คนในสุญญกัปก็ต้องเชื่อฤาษี เชื่อผู้ออกบวช (เพราะถือว่าประเสริฐ
สอนอย่างไรก็ตามหมด) สร้างโรงบูชายัญกันขึ้น

ขอให้พวกเราเข้าใจเอาไว้  ทุกวันนี้มีลัทธิต่างๆ มากมาย ให้คิดตามหลัก
ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอน  ดีชั่วสุขหรือทุกข์เกิดจากการกระทำของเรา
ทั้งนั้น ไม่ใช่จากปัจจัยภายนอกใดๆ ทั้งสิ้น

พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ทรงสอนเหมือนกัน  ๓ อย่างนี้ คือ ให้ละชั่ว
ทำดีและทำจิตใจให้ผ่องใส แม้รายละเอียดอื่นๆ ในคำสอนอาจแตกต่าง
กันบ้าง

ความชั่วมี  ๕ ข้อ (ฆ่าสัตว์ทำร้ายสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในการ ฯลฯ)
การละบาปทั้งปวงก็คือการละ ๕ ประการนี้ ให้เข้าใจโทษ  ๕ ประการนี้
ให้ดี  ถ้าไม่สำรวมระวัง ประพฤติล่วง ตายไปก็ลงนรกลูกเดียว แต่ถ้าสำรวม
ระวัง ตายไปก็ไปสวรรค์ลูกเดียว (สีเลนะ สุคติง ยันติ)

สวรรค์ เป็น สถานที่มีสุข เพราะไม่มีบาปรบกวน
นรก เป็น สถานที่บาป

ผู้สร้างบารมียังไม่เต็ม ยังไม่ถึงพระนิพพาน ก็ไปพักผ่อนอยู่บนสวรรค์ สบาย
ไม่ต้องดิ้นรน แสวงหา ซื้อขาย  กินบุญที่ทำมา (อานิสงส์ของศีล) บุญกุศล
จะดลบันดาลวิมาน อาหารการกิน ผ้านุ่งห่มและอายุขัย (ตั้งแต่หนึ่งพันปีจน
หกพันปี)  แล้วแต่บุญกุศลที่สร้างไว้ตอนอยู่บนโลก  สวรรค์จึงมี  ๖ ชั้น
บุญกุศลมากก็ขึ้นชั้นสูงๆ ขึ้นไป  ละเอียดประณีตยิ่งๆ ขึ้นไป

พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมด้วยปัญญาวิเศษที่รู้แจ้ง โลกทั้ง ๓
คือกามโลก รูปโลกและอรูปโลก  ในกามโลกมีดีชั่วสุขทุกข์ทุกแบบ
รูปโลกก็คือผู้ปฏิบัติฌาน ๔ เป็นรูปพรหม 

พระนิพพาน ไม่ใช่ดิน น้ำ ลม อากาศ ไม่ใช่รูป ไม่ใช่นามธรรม
พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธไว้ทั้งหมด  แต่พระนิพพานเป็นดวงจิตที่ละ
อาสวะกิเลสให้ขาดจากกันโดยสิ้นเชิง (จดมาอย่างนี้ ถ้าจดผิดพลาดต้อง
ขออภัยด้วยนะคะ- deedi) 

พระนิพพานอยู่ที่จิตดวงเดียวนี้เท่านั้น  ถ้าภาวนาและสำรวมจิตอยู่ที่เดียว
แล้ว ก็จะไม่เป็นทุกข์  พอมองเห็นทางเข้าพระนิพพานได้รำไร เป็นของรู้
เฉพาะตัว  พระนิพพานคือละโลภะ โทสะ โมหะ หมดสิ้นกิเลส

สัตว์โลกทั้งหลาย ย่อมหมุนไปตามกระแสของโลก 
โลก (รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส) ทั้งหลายทั้งสิ้น ไหลเข้าสู่ธรรมอัน
เดียวคือ จิต  ดังนั้น ใครห้ามใจตัวไม่ให้ไหลไปตามกระแสโลกได้
ผู้นั้นก็จะมีความสุข รู้ด้วยตนเอง คนอื่นไม่รู้

เมื่อวิปัสสนาญาณเกิด ไตรลักษณ์ก็มีอยู่พร้อมแล้วที่จิต

ถ้าปัญญาแก่กล้า ก็จะรู้เรื่อยๆ ไป  ถ้าปัญญายังอ่อน ก็จะรู้ๆ หลงๆ ไปอยู่

พระพุทธองค์จึงทรงสอนให้มีความเพียร  เพื่อจะได้ไม่หลงและจะได้
รู้จริง การทำจิตให้สงบเป็นการฝึกจิตให้สะอาดและมีปัญญา ถ้าไม่สงบ
ปัญญาก็เกิดไม่ได้

สมาธิมี  ๓ ขั้น ขณิกสมาธิ อัปปนาสมาธิและอุปจารสมาธิ คนส่วนมากจะได้
กันแค่อุปจารสมาธิ คือ สงบเฉียดฌาน

คนที่มาเกิดในยุคของพระพุทธองค์ (สมัยทรงมีพระชนม์อยู่)  นั้นล้วนวาสนา
บารมีแก่กล้า จึงบรรลุมรรคผลได้ง่ายๆ  พร้อมกับจตุสัมภิทาญาณ  จึงถึง
พร้อมทุกอย่าง

เมื่อทำสมถะจนจิตนิ่งแล้ว ก็ให้นึกถึงขันธ์ ๕  รูป เวทนา สัญญา สังขาร
วิญญาณ  เมื่อจิตสงบต้องคิด ถ้าไม่คิดปัญญาก็ไม่เกิด ต้องนึก

จิตที่สงบไปแล้ว คือ ความรู้อันเดียวเท่านั้นเอง พอจิตสงบ กิเลสก็ดับ (คือสงบ
แต่ไม่ใช่ขาดตอน)  นิวรณ์ ๕ ดับ  จิตก็ผ่องใสสะอาด  พอนึกอยากรู้อะไร
ปัญญาก็จะสว่างออกมาให้รู้ เช่น ขันธ์ ๕ เป็นอย่างไรหนอ ก็รู้ขึ้นมา
เห็นรูป แจกออกเป็นกองๆ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ฯลฯ ไหนตัวตนเราเขากัน
เมื่อไม่ใช่ของเราแล้ว จะไปยึด ไปถือไว้ทำไม

เมื่อรู้ ก็คลายความยึดถือ ไม่รัก ไม่หลง ไม่โกรธ ไม่หลงใหลไปในลัทธิต่างๆ
เมื่อคลาย ปัญญาก็เหมือนถนนหนทางที่ปรับปรุงดีแล้ว ก็เดินทางไปได้
สบายๆ

จบพระธรรมเทศนา

*******************************
ถามหลวงปู่

คนตายแล้วกลับมาให้เห็นได้อีกไหม
ไม่แน่ เพราะไปหลายคติ แล้วแต่คน และนิมิตต่างๆ ก็ไม่แน่นอน บางอย่าง
ก็จริง บางอย่างก็ไม่จริง

การไหว้เจ้าที่เจ้าทาง บนบานศาลกล่าว
พุทธไม่นิยม ไม่เอา อย่าไปสนใจเรื่องพวกนี้ คนตายที่มีบุญมากไปสวรรค์
เค้าก็ไม่อยากมายุ่งกับเราแล้ว  คนบุญน้อยก็ไปเกิดเป็นผี ไม่มีอำนาจอะไร

*******************************
เจริญในธรรมค่ะ

:>

 จากคุณ : deedi [ 6 ต.ค. 2542 / 10:27:46 น. ]
     [ IP Address : 203.146.64.164 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (deedi)

บรรยากาศวันขึ้นบ้านใหม่ลานธรรม
ณ บ้านนวธานี
๔ ตุลาคม ๒๕๔๒

ขอเล่าคร่าวๆ พอให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้ไปได้นึกภาพออกนะคะ ขอเล่าแบบสนุกๆ
สบายๆ ไม่เป็นทางการละกันนะคะ  พวกเราก็ทยอยไปถึงกันราวๆ ประมาณ
ห้าโมงครึ่ง (เย็น) เป็นต้นไป บรรยากาศที่นวธานีก็ร่มรื่นจนน้องประสงค์น้อง
ที่สุดของลานธรรมท่านอยากจะปักกลด พวกเราเลยแซวกันว่าสงสัยอีก
ไม่นานก็จะมีพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้พวกเราได้กราบไหว้ได้สนิทอีกรูป
แน่เลย  กราบอนุโมทนาสาธุการไว้ล่วงหน้านะคะ

หลวงปู่เหรียญท่านบอกว่าจะมาช้าสักหน่อยเพราะท่านต้องไปโปรดตำรวจ
ที่โรงพักมักกะสัน (ถ้าดิฉันเขียนข้อมูลอะไรผิด วานเพื่อนๆ ที่จำได้ถูกต้อง
แก้ไขให้ถูกต้องด้วยนะคะ ดิฉันขี้ลืม จำไม่แม่น ต้องขออภัยไว้ด้วยค่ะ- deedi)
ก่อน  ท่านมาถึงประมาณหนึ่งทุ่มกระมัง ดิฉันไม่ได้ใส่นาฬิกาไป พวกเรา
มานั่งรอกันเต็มเลย ประมาณซักห้าสิบคนได้มั้ยคะ น่าจะได้นะคะ
มีพวงมาลัยพวงใหญ่ สวยงามพร้อมผ้าไตรหนึ่งชุด คุณสันตินันท์เป็นผู้
นำไปถวายหลวงปู่ในนามของพวกเราทุกคน ผู้ที่ไปส่วนมากก็ได้จบ
พวงมาลัยและผ้าไตรนี้ด้วยตัวเอง  ฝากรับเอาบุญและปลื้มปิติในบุญไป
ด้วยกันทุกคนเลยนะคะ ถือเป็นของถวายหลวงปู่จากพวกเราทุกคนเลย
จากนั้นก็ทยอยกันถวายของต่างๆ ตามที่เตรียมมากับหลวงปู่

คุณสันตินันท์เรียนบอกท่านถึงจุดประสงค์ของวันนั้น
คุณ morning_glory เอาโน้ตบุคที่ทำหน้าเขียนว่าเปิดบ้านใหม่ลานธรรม
มาให้หลวงปู่กดปุ่ม (คงเป็นปุ่ม enter นะคะ) เปิดให้อย่างเป็นทางการ
พี่สันตินันท์บอกว่าให้พวกเราได้พูดคุยธรรมะกันไปทั่วโลก  พวกเรา
นั่งอมยิ้มกันใหญ่

จากนั้นหลวงปู่ก็เมตตาแสดงธรรมตามที่ยกมาไว้ข้างบนแล้ว
ประมาณสามทุ่ม ก็ได้ฤกษ์กราบลาหลวงปู่กลับบ้านกัน ดิฉันกราบๆ อยู่
พอเงยหน้าขึ้นมาพวกเราหายไปเกือบหมดแล้ว ก็เลยกราบหลวงปู่
และอาราธนาหลวงปู่ว่าขอให้หลวงปู่อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพวกเรา
อีกนานๆ ไม่ทราบหลวงปู่ได้ยินหรือเปล่าเพราะดิฉันนั่งไกล แต่ท่านก็
คุยเรื่องอื่นไป  ก็เลยมาเรียนให้พวกเราทราบว่าได้ออกปากอาราธนา
ท่านไปตามนี้นะคะ

เจริญในธรรมค่ะ

:>

 จากคุณ : deedi [ 6 ต.ค. 2542 / 10:29:51 น. ]
     [ IP Address : 203.146.64.164 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (มรกต)

ขออนุโมทนาคะ:-)

 จากคุณ : มรกต [ 6 ต.ค. 2542 / 10:49:49 น. ]
     [ IP Address : 192.150.251.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (สันตินันท์)

ผมอัศจรรย์ในคุณ deedi จริงๆ ครับ
ทุกครั้งที่ไปฟังธรรม จะกลับมาถ่ายทอดให้เพื่อนฝูงฟังได้อย่างน่าอัศจรรย์มาก
ทำบุญคราวนี้ คุณ deedi อุตส่าห์เตรียมผ้าไตรและดอกไม้
ไปให้พวกเราใช้เป็นสื่ออธิษฐานจิตทำบุญร่วมกัน
นับว่ามีจิตใจราวกับผู้ปรารถนาพุทธภูมิ
คือเป็นห่วงคนที่ไปด้วยกัน อยากให้ได้บุญด้วยกัน
และเป็นห่วงถึงคนที่ไม่ได้ไป ต้องจดจำธรรมมาเล่าสู่กันฟัง

ขอบคุณอีกครั้งครับ

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 6 ต.ค. 2542 / 10:54:40 น. ]
     [ IP Address : 203.154.120.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (พุทธบุตร)

ช่างงดงามหมดจดไปทุกถ้อยคำครับ
ธรรมนี่งามจริงหนอ
ขออนุโมทนาในทุกสิ่งทุกเหตุการณ์ในวันนั้น

 จากคุณ : พุทธบุตร [ 6 ต.ค. 2542 / 13:02:58 น. ]
     [ IP Address : 203.154.19.107 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ดังตฤณ)

ความจำคุณ deedi นี่
สมกับคนเคยเป็นบก.ใหญ่เลยครับ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 6 ต.ค. 2542 / 13:04:34 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (เด็กอนุบาล)

ขอบคุณพี่ deedi ค่ะ

 จากคุณ : เด็กอนุบาล [ 6 ต.ค. 2542 / 13:11:37 น. ]
     [ IP Address : 203.152.1.113 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (อนัตตา)

สาธุครับ
ผมเห็นใครนั่งจดอยู่ที่ริมประตูเข้า-ออก ใช่พี่ Deedi รึปล่าวเอย
เสียดายที่ผมไปช้าและออกมาช้า เลยไม่ได้แนะนำตัว

 จากคุณ : อนัตตา [ 6 ต.ค. 2542 / 13:42:56 น. ]
     [ IP Address : 203.151.2.159 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (ปิ่น)

ขอบพระคุณพี่deedi ที่ถ่ายทอดให้อ่านกันเหมือน
ได้ไปสัมผัสด้วยตนเองเลยครับ เสียดายที่อ่าน
mail วันนั้นช้าไปเลยไปไม่ทัน ขออนุโมทนาบุญกับ
พี่ๆ และเพื่อนๆ ทุกท่านด้วยครับ _/|\_

 จากคุณ : ปิ่น [ 6 ต.ค. 2542 / 13:47:22 น. ]
     [ IP Address : 204.160.183.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (หลังเขา)

สาธุครับพี่
แอบจดตอนไหนเนี่ยไม่เห็นเลยครับ

 จากคุณ : หลังเขา [ 6 ต.ค. 2542 / 14:03:02 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (พัลวัน)

สาธุครับ

 จากคุณ : พัลวัน [ 6 ต.ค. 2542 / 14:11:41 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (Dawn)

สาธุ และขอบคุณในความเอื้อเฟื้อค่ะ

 จากคุณ : Dawn [ 6 ต.ค. 2542 / 14:28:46 น. ]
     [ IP Address : 203.149.8.39 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (แมวแก่)

สาธุครับ _/|\_
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ

 จากคุณ : แมวแก่ [ 6 ต.ค. 2542 / 15:10:57 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.180 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (ทองจันทร์)

สาธุครับ ขอบพระคุณพี่ deedi มากครับในทุกๆสิ่ง : )

 จากคุณ : ทองจันทร์ [ 6 ต.ค. 2542 / 15:30:40 น. ]
     [ IP Address : 203.151.82.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (หนู)

สาธุค่ะ
คุณ deedi นี่สุดยอดจริงๆค่ะ
ขอชื่นชมมาด้วยความจริงใจ

 จากคุณ : หนู [ 6 ต.ค. 2542 / 15:35:41 น. ]
     [ IP Address : 203.145.15.88 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (มะเหมี่ยว)

ขอบคุณจริง ๆ เลยค่ะ คุณดีดี้ ที่เอื้อเฟื้อคนไกล
ถึงไม่ได้ไปก็เหมือนได้ไปเลยค่ะ :-)

 จากคุณ : มะเหมี่ยว [ 6 ต.ค. 2542 / 15:44:09 น. ]
     [ IP Address : 203.145.3.99 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (WhiteSpirit)

มาร่วมอนุโมทนาบุญ และร่วมแสดงความยินดีกับบ้านใหม่ลานธรรม

ขอให้เจริญ..เจริญ.. :-)

 จากคุณ : WhiteSpirit [ 6 ต.ค. 2542 / 16:11:16 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.163 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (3746)

ขอขอบคุณคุณ deedi มากครับผมไม่ได้มีโอกาสไปก็ได้ ฟังธรรมและทราบถึงการเปิดลานธรรม
ผมได้อ่านแล้วรู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างมาก (ขนลุก)ครับ  ผมขอให้ธรรมจงเจริญรุ่งเรื่องในโลกสืบต่อไป
ขออนุโมทนา_/|\_ ครั้งในครั้งนี้ด้วย

 จากคุณ : 3746 [ 6 ต.ค. 2542 / 18:11:22 น. ]
     [ IP Address : 202.47.250.200 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (นกเอี้ยง)

^-^ _/|\_

 จากคุณ : นกเอี้ยง [ 6 ต.ค. 2542 / 19:01:50 น. ]
     [ IP Address : 203.154.196.53 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (rising_sun)

ขอบคุณคุณดี๊ดีมากครับ

ขอบคุณจริงๆ

 จากคุณ : rising_sun [ 6 ต.ค. 2542 / 19:17:35 น. ]
     [ IP Address : 203.134.32.216 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (ทองคำขาว)

ขอบคุณคุณ deedi ครับ
คนไกลบ้านก็ยังพอปลื้มปิติได้ :)

 จากคุณ : ทองคำขาว [ 6 ต.ค. 2542 / 20:27:11 น. ]
     [ IP Address : 133.46.12.203 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (นุดี)

สาธุ
ขอบคุณมากค่ะ จดได้ละเอียดดีจริงๆ

 จากคุณ : นุดี [ 6 ต.ค. 2542 / 20:30:09 น. ]
     [ IP Address : 202.28.169.165 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (Jasmine)

ขอบคุณมากค่ะ  คุณ deedi
สำหรับธรรมะที่นำมาฝาก
พร้อมบรรยากาศในงาน
มองเห็นภาพเลยค่ะ  :-)

 จากคุณ : Jasmine [ 6 ต.ค. 2542 / 20:59:37 น. ]
     [ IP Address : 203.149.11.198 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (tuli)

ขอบคุณมากครับ วันนั้นไม่ได้ไป แต่ได้อ่านธรรมะในวันนั้นก็ยังพอชุ่มชื่นใจ

 จากคุณ : tuli [ 6 ต.ค. 2542 / 21:09:59 น. ]
     [ IP Address : 202.74.39.29 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (มวยวัด)

ขอบคุณมากครับ
:-)

 จากคุณ : มวยวัด [ 7 ต.ค. 2542 / 07:22:56 น. ]
     [ IP Address : 168.120.254.30 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (deedi)

กราบคุณสันตินันท์ที่เคารพอย่างสูง...
ดิฉันไม่ได้เป็นผู้ปรารถนาพุทธภูมิหรอกค่ะ
ไม่เอาแล้วค่ะเวียนว่ายตายเกิด
แม้จะเป็นเพียงปุถุชน ราษฎรของกิเลสเต็มขั้น
แต่ก็คิดอย่างนี้จริงๆ ค่ะ

คำพูดของคุณสันตินันท์และเพื่อนๆ ในลานธรรมทุกท่าน
เป็นกำลังใจให้ดิฉันมีกำลังใจพยายามจดให้ละเอียดและรอบคอบ
ยิ่งๆ ขึ้นไปในครั้งต่อๆ ไป ที่มีโอกาสได้ไปฟังธรรมจริงๆ ค่ะ

ดิฉันเคยเป็นบอกอเล็กๆ เท่านั้น  แต่ตัวน่ะ "ใหญ่" ค่ะ
(แอบเอาคำพูดคุณ ดังตฤณ มาแซวตัวเอง...แฮ่ะ :> )
และไม่ได้จำเลยค่ะ ฟังยังไม่ทันเสร็จก็ลืมหมดแล้ว
ใช้จดเอาค่ะ ว่าจะเอาเทปไปอัดจะได้รายละเอียดกว่าจด
แต่ลืมเอาไปทุกที และขี้เกียจนั่งแกะเทปด้วย
 
คุณอนัตตาคะ คงใช่แล้วค่ะ นั่งอยู่ริมประตู
กะว่าจะได้กราบแทบเท้าหลวงปู่ แฮ่ะ แล้วก็ได้กราบจริงๆ ด้วย
ถึงแม้จะไม่ถึงกับแทบเท้าแต่ก็ใกล้มากเท่าที่สุภาพสตรี
จะสมควรกราบได้ 
ขออนุญาตตรงนี้เลย คุณ อนัตตา คะ คิริมานนทสูตร
ที่ดิฉันยังติดค้างอยู่อีกสองตอน ดิฉันยังไม่ได้ลืมนะคะ
แต่มัวทำโน่นทำนี่เลยยังไม่ได้ลงมือต่อเสียที
ต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูง
วันดีคืนดีจะพิมพ์มาโพสต์ใส่กระทู้ใหม่ให้นะคะ ...

คุณหลังเขาคะ ไม่ได้แอบจดค่ะ นั่งจดยิกๆ เลยละ  :>
หลวงปู่พูดเร็ว ใจความเยอะ จดตกๆ หล่นๆ ไปตั้งเยอะค่ะ

**********************

ความปลาบปลื้มปิติยินดีอันใดของพวกเราทั้งที่ไปและไม่ไป
ที่เกิดจากการได้ฟังธรรมทั้งจากปากและจากเน็ต (ที่หลวงปู่กดปุ่ม
เปิดป้ายออนไลน์เป็นสิริมงคลไปแล้ว) ด้วยกันนี้
ขอจงกลับมาเป็นพลวปัจจัย ส่งผลให้พวกเราทุกคนในลานธรรม
และสรรพสัตว์ทั้งหลาย  ได้พบพระธรรม เข้าถึงพระธรรม
ได้เกิดปัญญา ได้ดวงตาเห็นธรรม ยิ่งๆ ขึ้นไป จนถึงที่สุดแห่งทุกข์
โดยทั่วกันด้วยเถิด 

:>

 จากคุณ : deedi [ 7 ต.ค. 2542 / 08:54:08 น. ]
     [ IP Address : 203.146.64.164 ]


 ความคิดเห็นที่ 26 : (กระต่าย)

ขอบพระคุณมากๆค่ะ

 จากคุณ : กระต่าย [ 7 ต.ค. 2542 / 09:36:50 น. ]
     [ IP Address : 202.183.249.107 ]


 ความคิดเห็นที่ 27 : (เมล็ดโพธิ์)

สาธุครับ

 จากคุณ : เมล็ดโพธิ์ [ 7 ต.ค. 2542 / 09:57:02 น. ]
     [ IP Address : 203.155.134.96 ]


 ความคิดเห็นที่ 28 : (วีระวงศ์)

สาธุ  อนุโมธนามิครับพี่ป๊อบ
วันนั้นพอดีมีแต่ร่มไม่มีมุ้งไม่งั้นจะอยู่เฝ้าหลวงปู่สักคืน  อิอิ
สำหรับพี่ๆที่ไม่ได้ไป  ผมมี่สิ่งปลอบใจเป็น  เกศาหลวงปู่เหรียญที่พระอุปปฐากของท่านให้ผมมาจำนวนหนึ่ง  เตรียมรอรับนะครับ

 จากคุณ : วีระวงศ์ [ 7 ต.ค. 2542 / 15:24:00 น. ]
     [ IP Address : 202.44.8.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 29 : (ปลาทอง)

อนุโมทนา  สาธุด้วยคะ
ได้อ่านในกระทู้นี้  รู้สึกเหมือนได้มีส่วนร่วมในงานด้วย  อิอิ
ขอบคุณพี่ deedi มาก ๆ คะ

 จากคุณ : ปลาทอง [ 7 ต.ค. 2542 / 19:47:31 น. ]
     [ IP Address : 203.149.11.113 ]


 ความคิดเห็นที่ 30 : (พัลวัน)

มีอีกคำถามที่วันนั้นน่าจะได้ถามหลวงปู่ท่านด้วย

่ว่า วัตถุธาตุ อัญมณีทั้งหลาย แท้จริงแล้วไม่ได้มีอิทธิพลหรืออำนาจใดๆที่จะดลบันดาลอะไรให้เราได้เลย

(ที่จริงคำตอบนั้นก็พอรู้อยู่ แต่หากได้คำตอบจากหลวงปู่ฯแล้ว จะได้หนักแน่น มั่นคง ตราตรึงอยู่ในใจ ไม่เสื่อมคลาย เพราะไม่มีอิทธิพลของวิจิกิจฉามาปะปนไปได้เลย)

 จากคุณ : พัลวัน [ 8 ต.ค. 2542 / 08:35:10 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 31 : (ทรายแก้ว)

สาธุค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ พี่ deedi

 จากคุณ : ทรายแก้ว [ 8 ต.ค. 2542 / 09:31:05 น. ]
     [ IP Address : 203.151.254.94 ]


 ความคิดเห็นที่ 32 : (aston27)

ราวกับพระอานนท์ มาเองเลยนะครับ
ละเอียดยิบทุกกระทงความ
ขอบคุณครับ

 จากคุณ : aston27 [ 9 ต.ค. 2542 / 08:02:38 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 33 : (ปลาทอง)

สาธุด้วยคะ

 จากคุณ : ปลาทอง [ 15 ต.ค. 2542 / 21:55:36 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.252 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!