ประวัติหลวงปู่เสาร์
 เนื้อความ :

หลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล
วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

คำสอนเด่น “ กายเรานี้เป็นแต่เพียงธาตุสี่ ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่สัตว์ บุคคล เรา เขา ผู้ปฎิบัติยึดหลักอันนี้ภาวนาบ่อยๆ พิจารณาให้มากๆ พิจารณาย้อนกลับไปกลับมา จิตจะค่อยๆ ก้าวเข้าสู่ภูมิรู้ ภูมิธรรม เป็นลำดับๆ ไป “

ชาติกำเนิดและชีวิตปฐมวัย
พระอาจารย์เสาร์ ฉายา กน.ตสี.โล เกิด ณ วันจันทร์ แรม 4 ค่ำ เดือนยี่ปีระกา วันที่ 2 พฤศจิกายน 2402 ที่วัดข่าโคม ตำบลหนองซาง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
เนื่องจากท่านเป็น พระวิปัสสนาธุระ รุ่นแรกก่อนที่จะมีการบันทึกจดจำประวัติของท่านได้โดยละเอียดถี่ถ้วน จึงทำให้ทราบแต่เพียงชีวประวัติย่อเท่านั้น

ชีวิตสมณะ การแสวงหาธรรมและปฏิปทา
ภายหลังที่หลวงปู่เสาร์ ท่านสละเพศฆราวาสแล้ว ท่านอุปสมบทอบู่ที่วัดใต้จังหวัดอุบลราชธานี ภายหลังต่อมาได้เปลี่ยนแปลงเป็นพระธรรมยุต ที่วัดศรีทอง มีพระครูทา โชติปาโล เป็นพระอุปัชฌายะ เจ้าอธิการสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ท่านเป็นผู้มีอัธยาศัยน้อมไปในสมาธิวิปัสสนา และพอใจแนะนำสั่งสอนผู้อื่นในทางนั้นด้วย จึงเป็นผู้ใส่ใจในธุดงค์วัตร หนักในพระธรรมวินัย ชอบวิเวก และไม่ติดถิ่นที่อยู่ และท่านได้รับความสงบใจในการปฏิบัติเป็นอย่างมาก เพราะการปฏิบัติสมาธิเป็นชื่อแห่งความเพียรเป็นข้อปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ซึ่งไม่มีข้อปฏิบัติอื่นดียิ่งไปกว่า
หลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล มีความรู้ความเข้าใจขึ้นโดยลำดับแห่งองค์ภาวนา ต่อมาท่านมีความปรารภขึ้นว่า การที่ท่านปฏิบัติภาวนาอยู่นี้ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ทางที่ดีควรออกไปอยู่ป่าดงหาสถานที่สงบจากผู้คนจิตใจคงจะสงบลงกว่าเป็นแน่แท้ ดังนั้นท่านได้ออกธุดงค์มุ่งสู่ป่าทันทีในวันรุ่งขึ้น ความปราถนาของท่านก็เพื่อภาวนา และพิจารณาสมาธิธรรม ถ้าแม้นเป็นไปจริงดังคำตั้งใจแล้ว เมื่อกลับเข้าสู่วัดท่านจะนำความรู้ที่เกิดจากจิตใจเหล่านั้นมาเผยแพร่ฝึกสอนศิษย์ที่หวังซึ่งความพ้นทุกข์ต่อไป
ภายหลังจากหลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล ไปอยู่ป่าดงฝึกจิตใจเจริญ ศีล สมาธิ ปัญญา จำพรรษาในท่ามกลวงสิงสาราสัตว์ในหุบเขาถ้ำลึกเป็นเวลาอันสมควรท่านจึงได้ออกมาเปิดสำนักปฏิบัติธรรมใน วัดเลียบ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในสมัยก่อนนั้น มีพระสงฆ์และฆราวาสที่สนใจกันอย่างจริงจังไม่มากนัก ถึงกระนั้นท่านก็มิได้ลดละพยายาม ท่านตั้งอกตั้งใจในการสอนอบรมผู้สนใจในธรรมให้เกิดความรู้แจ้งแก่ผู้ปฏิบัติ เพื่อเป็นหลักยืนยันว่าการเจริญศีล สมาธิ ปัญญานี้ เป็นความสงบและสามารถทำตนให้พ้นทุกข์ได้จริง
ดังคำพระธรรมเทศนาโดยพระอาจารย์บุญเพ็ง เขมาภิรโต แสดงที่วัดถ้ำกลองเพลเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2532 เรื่อง “ ปฏิปทาของพระกรรมฐาน “ ตอนหนึ่งว่า…หลวงปู่เสาร์ เป็นบูรพาจารย์ของพระกรรมฐานทั้งหลาย ในภาคอีสาน แต่ก่อนพระกรรมฐานไม่ได้มีมากมายเหมือนอย่างสมัยปัจจุบันนี้ เพราะว่าไม่มีใครไปศึกษาและนำไปประพฤติปฏิบัติไม่มีใครหอบเอาความรู้จากพระไตรปิฎกมาสอนคน โดยมากสมัยก่อนเทศน์ไปตามหนังสือให้โยมฟัง พออ่านเสร็จโยมก็สาธุ นึกว่าได้บุญแล้ว และก็พากันกลับบ้าน บางวันเทศน์เรื่องพระโพธิสัตว์ใช้ชาติ เช่น สัญชัย ท้าวก่ำกาดำ เรื่องมโหสถ ฯลฯ ไม่ให้เอาธรรมะเข้ามาสอนใจของตัวเราเอง เพราะฉะนั้นหลวงปู่ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายนี้ ท่านเอาแต่ประพฤติปฏิบัติ รู้ธรรมแจ้งมาสอนพวกเรา…
หลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล ท่านเจริญพรหมวิหารธรรมอยู่เป็นนิจ ถ้าจะเรียกให้สมกับจริยาวัตรของท่านแล้ว จะกล่าวได้ว่า… ท่านบริสุทธิ์ด้วยกาย วาจา ใจ ล้นเปี่ยมตามคุณธรรม ท่านเจริญเดินตามทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ทุกประการ คือ มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา นำคณะศรัทธาทั้งหลายให้ได้เจริญ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ให้ได้รู้เล่ห์เหลี่ยมของกิเลสตัณหา ที่เข้ามารบกวนรบเร้าจิตใจให้เตลิดไปต่างๆ เพราะท่านมีความเมตตาอันสูงสุดนี้ ท่านได้พยายามรวบรวมเขียนหนังสือไว้ชื่อว่า จตุราลักษณ์
จตุราลักษณ์ เป็นหนังสือที่หลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล ได้แสดงแต่งไว้สรุปได้ดังนี้
ให้มนุษย์เราทุกคน รู้จักระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า คือให้เจริญพุทธานุสติ
ให้มนุษย์เราทุกคนเมื่อเกิดมาแล้วเข้าใจตนเองว่านับถือพระพุทธศาสนาแล้ว จงให้เจริญ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นอนุสติ
ให้มนุษย์เราทุกคน จงรู้ว่าเมื่อเกิดมาแล้ว จงรู้กฎของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่ได้ คือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงให้รู้ถึงความไม่เที่ยง มีความทุกข์ และไม่ใช่ตัวตนเราเขา ฉะนั้นจงเจริญ อสุภานุสติ
ให้มนุษย์เราทุกคน จงพิจารณากองทุกข์ นับตั้งแต่ เกิดมาจนวาระสุดท้ายคือความตายเพราะทุกคนหนีความตายไปไม่ได้ จงให้เจริญ มรณานุสติ

หลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล ได้พยายามเน้นให้ทุกคนเปิดจิตเปิดใจมองดูตัวเราเองให้กว้างขวางออกไป และได้ปลูกฝังศรัทธาแห่งความเชื่อในเหตุผล ที่องค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเจริญมาแล้ว จนสามารถสำเร็จผลหนทางแห่งความดีในที่สุดได้อย่างจริงแท้แน่นอน

ธรรมโอวาท
จากหนังสือ ธรรมวิสัขนา เรื่องแนวปฏิบัติของท่านพระอาจารย์เสาร์ กน.ตสี.โล ดังนี้
โดยหลักการที่ ท่านอาจารย์เสาร์ ได้อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหามานั้น ยึดหลักการบริกรรมภาวนา พุทโธ และอานาปานสติ เป็นหลักปฏิบัติ
การบริกรรมภาวนา ให้จิตอยู ณ จุดเดียว คือ พุทโธ ซึ่ง พุทโธ แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นกิริยาของจิต เมื่อจิตมาจดจ้องอยู่ที่คำว่า พุทโธ ให้พิจารณาตามองค์ ฌาน 5
คือ การนึกถึง พุทโธ เรียกว่า วิตก
จิตอยู่กับ พุทโธ ไม่พรากจากไปเรียกว่า วิจารณ์
หลังจากนี้ ปิติ และ ความสุข ก็เกิดขึ้น
เมื่อ ปิติและความสุขเกิดขึ้นแล้ว จิตของผู้ภาวนาย่อมดำเนินสู่ความสงบ เข้าไปสู่ อุปจารสมาธิ และ อัปปนาสมาธิ
ลักษณะที่จิตเข้าสู่อัปนนาสมาธิ ภาวะจิตเป็นภาวะสงบนิ่ง สว่าง ไม่มีกิริยาอาการแสดงความรู้ ในขั้นนี้เรียกว่า จิตอยู่ในสมถะ
ถ้าจะเรียกโดยจิตก็เรียกว่า อัปนนาจิต
ถ้าเรียกโดยสมาธิเรียกว่า อัปปนาสมาธิ
ถ้าเรียกโดยฌานก็เรียกว่า อัปปนาฌาน
บางท่านนำไปเทียบกับฌานขั้นที่ 5
จิตในขั้ขนี้เรียกว่า จิตอยู่ในอัปปนาจิต อัปปนาสมาธิ อัปปนาฌาน จิตย่อมไม่มีความรู้อะไรเกิดขึ้น นอกจากมีสภาวะรู้อยู่อย่างเดียวเท่านั้น
เมื่อนักปฏิบัติผู้ที่ยังไม่ได้ระดับจิต เมื่อจิตติดอยู่ในความสงบนิ่งเช่นนี้ จิตย่อมไม่ก้าวขึ้นสู่ภูมิแห่งวิปัสสนาได้
เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านอาจารย์เสาร์ ผู้เป็นอาจารย์สอนกรรมฐานในสายนี้ จึงไดเดินอุบายสอนให้ลูกศิษย์พิจารณา กายคตาสติ เรียกว่ากายคตาปฏิปทา โดยการพิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น โดยน้อมนึกไปในลักษณะความเป็นของปฏิกูลน่าเกลียด เป็นของโสโครก จนกระทั่งจิตมีความสงบลง รู้ยิ่งเห็นจริงตามที่ได้พิจารณา
เมื่อผู้ปฏิบัติได้พิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นสิ่งปฏิกูล ในที่สุดได้เห็นจริงในสิ่งนั้นว่าเป็นของปฏิกูล โดยปราศจากเจตนาสัญญาแล้ว ก็เกิดนิมิตเห็นสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นของปฏิกูลน่าเกลียดโสโครกจริงๆ โดยปราศจากสัญญาเจตนาใดๆทั้งสิ้น จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้พิจารณาเห็น อสุภกรรมฐาน
และเมื่อผู้ปฏิบัติได้พิจารณาอสุภกรรมฐานจนชำนิชำนาญ จนรู้ยิ่งเห็นจริงในอสุภกรรมฐานนั้นแล้ว ในขั้นต่อไปท่านอาจารย์เสาร์ได้แนะนำให้พิจารณาร่างกายให้เห็นเป็นธาตุ 4 ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ จนกระทั่งเห็นเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ
เมื่อจิตรู้ว่าเป็นแต่เพียงสักแต่ว่าธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ จิตก็จะเกิดความรู้ขึ้นมาว่า ตามที่พูดกันว่า สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา ไม่มี มีแต่ความประชุมพร้อมของธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ เท่านั้น
เมื่อเป็นเข่นนั้น จิตก็ย่อมรู้จักอำนาจของความคิดขึ้นมาได้ว่า ในตัวของเรานี้ไม่มีอะไรอัตตา ทั้งสิ้น มีแต่ธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ เท่านั้น
ถ้าหากภูมิจิตของผู้ปฏิบัติจะมองเห็นแต่เพียงกายทั้งหมดนี้ เป็นแต่เพียงธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ รู้แต่เพียงว่าเพียงธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ และภูมิจิตของท่านอยู่แค่นั้น ก็มีความรู้เพียงแค่ขั้น สมถกรรมฐาน
และในขณะเดียวกันนั้น ถ้าภูมิจิตของผู้ปฏิบัติปฏิบัติความรู้ไปสู่ พระไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ไม่เที่ยง ทุกขัง เป็นทุกข์ อนัตตา ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง
ถ้าหากมีอนิจจสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าไม่เที่ยง ทุกขสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นทุกข์ อนัตตสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ภูมิจิตของผู้ปฏิบัตินั้นก็ก้าวเข้าสู่ภูมิแห่งวิปัสสนา
เมื่อผู้ปฏิบัติมาฝึกฝนอบรมจิตของตนเองให้มีความรู้ด้วยอุบายต่างๆ และมีความรู้แจ้งเห็นจริงในลักษณะของอสุภกรรมฐานโดยอุบายอย่างใดอย่างหนึ่ง จนมีความรู้แจ้งเห็นจริงในลักษณะที่ว่า กายเรานี้เป็นแต่เพียงธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ มีความเห็นว่า ธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ก็เป็นแต่เพียงธาตุ ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่สัตว์ บุคคล เรา เขา ด้วยอุบายดังกล่าวแล้ว ผู้ปฏิบัติยึดหลักอันนั้น ภาวนาบ่อยๆ กระทำให้มากๆ พิจารณาให้มากๆ พิจารณาย้อนกลับไปกลับมาจิตจะค่อยๆ ก้าวเข้าสู่ภูมิรู้ ภูมิธรรม เป็นลำดับๆ ไป หลักการปฏิบัติของท่านอาจารย์เสาร์ก็มีดังนี้

มัจฉิมบท
นอกจากหลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล จะเป็นพระผู้ปฏิบัติดีแล้ว ท่านยังมีความเคร่งครัดทางด้านพระวินัยอย่างมาก ลูกศิษย์ทุกคนสมัยนั้น ท่านจะถือเอาวัตรปฏิบัติวิปัสสนาเป็นวิชาเอก คือหมายถึงว่า เมื่อท่านได้อบรมแล้วแสดงพระสัทธรรมให้เป็นที่เข้าใจแล้วท่านจะส่งเสริมลูกศิษย์ทุกรูปให้ถือข้อธุดงควัตร แยกออกจากหมู่มุ่งสู่ราวป่าดง มุ่งสู่ความแจ่มแจ้ง ในธรรมที่องค์พระบรมศาสดาทรงรับรองผล
หลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล พระบุพพาจารย์แห่งยุคได้อำลาละสังขารไปด้วยอาการสงบระงับอย่างสิ้นเชิง ท่านได้อบรมสั่งสอน ศิษย์ต่างก็ยอมรับว่าหลวงปู่เสาร์ กน.ตสี.โล ได้ปฏิบัติกิจเสร็จสิ้น ที่วัดมหาอำมาตยาราม นครจำปาศักดิ์ คืนวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเมีย วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2484 คำนวนอายุได้ 82 ปี 62 พรรษา

 จากคุณ : หลังเขา [ 25 ก.ค. 2542 / 23:46:24 น. ]
     [ IP Address : 203.147.6.121 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (พีทีคุง)

หลวงปู่เสาร์


(พึ่งปรับรูปหลวงปู่เสาร์เสร็จพอดี คุณอาสันตินันท์ได้ส่งมาให้อีก 38 รูป
จะค่อยๆทะยอยขึ้นในเพื่อนๆได้ชมครับ )

 จากคุณ : พีทีคุง [ 26 ก.ค. 2542 / 01:43:42 น. ]
     [ IP Address : 133.46.12.227 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ทองคำขาว)

มีเรื่องเกร็ดย่อยเล็กน้อยเกี่ยวกับหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล เล่าสู่กันฟังเพิ่มเติมครับ
คราวเมื่อหลวงปู่มั่นบรรพชาใหม่ๆที่วัดเลียบ อุบลราชธานี
องค์ท่านหลวงปู่เสาร์นี้เองที่เป็นอาจารย์สอนวิปัสสนาให้กับหลวงปู่มั่น
หลวงปู่มั่นท่านเองก็เคารพรักท่านหลวงปู่เสาร์มาก
ช่วงในระยะต้น พระอาจารย์ทั้งสององค์นี้ชอบไปด้วยกัน
อยู่ด้วยกัน แม้จะล่วงออกพรรษาแล้วก็ตาม
พอมาถึงระยะวัยกลาง ซึ่งบรรดาศิษย์ต่างก็มากด้วยกัน
ในช่วงจำพรรษาท่านทั้งสองจึงมักแยกกันอยู่
แต่ก็ไม่ห่างไกลกันนัก พอไปมาหาสู่กันได้สะดวก
เวลาบรรดาศิษย์ๆมาเยี่ยมท่านนึง อีกท่านก็มักจะถามถึงทุกข์สุขซึ่งกันเสมอๆ

สำหรับนิสัยขององค์ท่านพระอาจารย์เสาร์
หลวงตามหาบัวเล่าถึงที่ หลวงปู่มั่นได้เล่าให้ฟังว่า
ท่านค่อนไปทางเรียบๆและเยือกเย็นโดยสม่ำเสมอ
นับแต่เริ่มแรกจนถึงสุดท้ายแห่งปฏิปทาของท่าน
จึงไม่เป็นที่ล่อแหลมต่อความผิดพลาด

มีอยู่เรื่องนึงเกี่ยวกับการอธิษฐานกำกับจิตของท่านหลวงปู่เสาร์
เห็นเป็นประโยชน์ที่ดีต่อการปฏิบัติแก่ทุกๆคนเอง
คือแต่เดิมท่านพระอาจารย์เสาร์เองท่านได้ปรารถนาเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
พอเวลาออกบำเพ็ญ เร่งความเพียรเข้ามากๆ
ใจมักรู้สึกประหวัดๆถึงความปรารถนาเดิม ที่แสดงออกเป็นเชิงอาลัยเสียดาย
ที่ยังไม่มุ่งเพียรเพื่อความรู้แจ้งแห่งนิพพาน
(อย่างเราๆที่อินทรีย์ยังอ่อน คงเป็นอาลัยในกิเลส ให้กิเลสหลอกเสียมากกว่า :-)

ตรงนี้พอท่านเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อความเพียรเพื่อการรู้แจ้งในชาติปัจจุบัน
ท่านเลยอธิษฐานกำกับของดจากความปรารถนานั้น
และขอประมวลมาเพื่อความรู้แจ้งซึ่งพระนิพพานในชาตินี้
ไม่ขอเกิดมารับความทุกข์ทรมานในภพชาติต่างๆอีกต่อไป
พอท่านปล่อยวางความปรารถนาเดิมแล้ว
การบำเพ็ญเพียรรู้สึกสะดวกและเห็นผลเป็นลำดับ
แต่อย่างไรเมื่อสุดท้ายที่ได้สิ้นสุดกิจที่ต้องทำดังใจหมายแล้ว
ท่านไม่ค่อยมีความรู้แตกฉานกว้างขวางนัก
ทั้งนี้อาจเนื่องคงเป็นเพราะความเดิมภูมิเดิมที่ได้ปรารถนาปัจเจกพุทธ
ที่ด้วยปรารถนาจะตรัสรู้เองชอบเอง และไม่สนใจสั่งสอนใครนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีเกร็ดที่สนุกๆเกี่ยวกับหลวงปู่เสาร์ท่านอีก
เกี่ยวกับการตรวจสอบให้แน่ใจในความสามารถบางอย่างของท่านเอง
แต่ไม่ขอนำมาเล่าเพราะไม่เกี่ยวโดยตรงกับการปฏิบัติโดยตรง
แต่หากใครสนใจก็ไปหาอ่านได้ครับ

ส่วนสำหรับใครที่อยู่เมืองไทยและกำลังจะไปกราบนมัสการ
ศพหลวงพ่อพุธ ที่วัดป่าสาละวัน ก็อาจจะได้นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ
ทั้งของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาขโม(ศิษย์รุ่นแรกของหลวงปู่มั่น)
(ถ้าทางวัดได้เปิดให้นมัสการ) ไปในตัวด้วย

รายละเอียดอย่างไร และเกร็ดขององค์ท่านอื่นๆ
คงต้องให้คุณอาสันตินันท์มาเล่าอีกต่อหนึ่งครับ

ปล. สำหรับรูปท่าน ที่คุณอาสันตินันท์ส่งให้มา
แต่เดิมเข้าใจว่าเป็นภาพขาวดำแต่มีการปรับใส่ filter สีแดงลงไป
หากใครพอมีหัวทางปรับภาพ หรือ ชอบใจจะได้ภาพเดิม
ได้ที่นี่ครับ รูปต้นฉบับ พระอาจารย์เสาร์

 จากคุณ : ทองคำขาว [ 26 ก.ค. 2542 / 03:20:21 น. ]
     [ IP Address : 133.46.12.217 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (tan~)

คุณหลังเขา ขยันจังนะคะ เพิ่งได้มาเมื่อวานพิมพ์เสร็จแล้ว
สาธุค่ะ

 จากคุณ : tan~ [ 26 ก.ค. 2542 / 10:15:04 น. ]
     [ IP Address : 202.44.32.204 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ทองจันทร์)

ขอบคุณมากครับ

 จากคุณ : ทองจันทร์ [ 26 ก.ค. 2542 / 18:45:12 น. ]
     [ IP Address : 203.151.82.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (tuli)

อนุโมทนาครับ

 จากคุณ : tuli [ 27 ก.ค. 2542 / 15:33:09 น. ]
     [ IP Address : 202.183.241.254 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (พีทีคุง)

link แฟ้ม doc-file สำหรับ MS-WORD97 Thai ที่นี่ครับ
soa.zip

 จากคุณ : พีทีคุง [ 28 ก.ค. 2542 / 03:48:48 น. ]
     [ IP Address : 133.46.12.204 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (ดังตฤณ)

ขอให้ความชุ่มฉ่ำที่หลังเขาลงแรงพิมพ์เป็นธรรมทาน บันดาลให้ธรรมเกิดอยู่คู่ตัวตลอดไปตราบเข้าถึงมรรคผลครับ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 28 ก.ค. 2542 / 07:56:40 น. ]
     [ IP Address : 203.144.244.129 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (นักเรียนใหม่)

ขออนุโมทนาในความตั้งใจของคุณหลังเขา
และกุศลจิตของพีทีคุงด้วยครับ

 จากคุณ : นักเรียนใหม่ [ 28 ก.ค. 2542 / 11:08:34 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (หลังเขา)

มารับพรครับ

 จากคุณ : หลังเขา [ 28 ก.ค. 2542 / 15:19:58 น. ]
     [ IP Address : 203.148.200.249 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (เล็ก)

ขออนุโมทนาด้วยคนค่ะ

แหม! กลับจากต่างจังหวัดช้าไปนิดนึง (กลับมาวันที่ 28/07/42
พึ่งเห็นเอกสารประวัติหลวงปู่เสาร์ซึ่งคุณ Jasmine ส่งมาให้พิมพ์)
คุณหลังเขาชิงตัดหน้าพิมพ์ให้ก่อนซะแล้ว พิมพ์เร็วจริงๆ ค่ะ

 จากคุณ : เล็ก [ 29 ก.ค. 2542 / 10:02:11 น. ]
     [ IP Address : 203.144.245.219 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (ทรายแก้ว)

อนุโมทนาค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหลังเขา และ คุณทองคำขาว

 จากคุณ : ทรายแก้ว [ 29 ก.ค. 2542 / 17:02:40 น. ]
     [ IP Address : 171.66.164.139 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (โยคาวจร)

๏๏๏

 จากคุณ : โยคาวจร [ 30 ก.ค. 2542 / 08:39:32 น. ]
     [ IP Address : 202.6.107.20 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (deedi)

สาธุ
ขอบคุณมากค่ะคุณหลังเขา

:>

 จากคุณ : deedi [ 30 ก.ค. 2542 / 21:42:18 น. ]
     [ IP Address : 203.146.28.226 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (สันตินันท์)

ขอบคุณ คุณหลังเขา และหลาน ทองคำขาว ครับ.      ผมพอทราบเกร็ดประวัติหลวงปู่เสาร์หลายเรื่อง.   แต่ไม่เหมาะที่จะนำมาเล่าในที่สาธารณะ.   ส่วนมากจะฟังมาจากหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ซึ่งเป็นศิษย์อยู่กับหลวงปู่เสาร์.   (ตอนนั้นหลวงพ่อพุธยังเป็นเณร).   มีบางเรื่องพอจะเล่าได้ครับ.   คือเรื่องการมรณภาพของหลวงปู่เสาร์.      ท่านเป็นพระตัวอย่างแก่ชนรุ่นหลัง.   คือสมาทานธุดงคกัมมัฏฐานและการรักษาสัจจะจนตลอดชีวิต.   แม้ในวาระสุดท้ายซึ่งท่านมีอายุกว่า 80 พรรษาแล้ว.   ท่านก็ยังเดินธุดงค์อยู่ และมรณภาพเพราะการเดินธุดงค์นั้น.      เย็นวันหนึ่ง ท่านต้องการจะพักใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง.   เนื่องจากชราภาพมากแล้ว ท่านจึงไม่เห็นว่า.   กิ่งไม้ที่ท่านจะแขวนกลดนั้น มีรังผึ้งหลวงขนาดใหญ่.   ท่านจึงตั้งใจที่จะพักที่นั้น เหมือนกับการตั้งสัจจะต่อตนเองนั่นเอง.   แต่ก่อนที่ท่านจะพาดเชือกกลด ท่านจึงเห็นผึ้ง.   ศิษย์ที่ไปด้วยก็เห็น และพากันกราบเรียนขอให้ท่านย้ายไปพักที่ต้นไม้ต้นอื่น.   หลวงปู่เสาร์ท่านปฏิเสธ ท่านบอกว่าท่านตั้งสัจจะแล้วที่จะพักที่นี้.   ระหว่าง สัจจะ กับ ชีวิต ท่านเลือก สัจจะ.   แม้ศิษย์จะอ้อนวอนอย่างไร ท่านก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ.   ท่านไล่ลูกศิษย์ออกไปห่างๆ แล้วโยนเชือกพาดกิ่งไม้นั้น.   พอกิ่งไม้กระเทือน ฝูงผึ้งก็ออกมาต่อยท่านล้มลง.   ลูกศิษย์พาท่านเข้าไปพักที่วัดแห่งหนึ่ง แล้วท่านก็มรณภาพที่นั่น.      สัจจะ แม้ในเรื่องเล็กน้อยเพียงแค่การแขวนกลด.   ท่านยังไม่ยอมให้เสื่อมเสีย แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต.   น้ำใจที่กล้าหาญและยิ่งใหญ่ปานนี้ หาได้ยากยิ่ง.   โดยเฉพาะในยุคที่ สัจจะ กลายเป็นนิยายในสังคมการเมืองของบ้านเรา.

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 3 ส.ค. 2542 / 09:24:37 น. ]
     [ IP Address : 203.151.110.183 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (บอยเอง)

ถามพี่สันตินันท์หรือผู้รู้ท่านอื่นๆด้วยครับ.
ผึ้งที่ต่อยหลวงปู่เสาร์ แล้วทำให้ท่านมรณภาพนั้น ก็ทำกรรมหนักสิครับ ?

 จากคุณ : บอยเอง [ 7 ส.ค. 2542 / 14:48:47 น. ]
     [ IP Address : 203.155.128.252 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!