ชอบลืมกำกับสติ เวลาพูดคุยกับคนอื่นๆ
 เนื้อความ :

สังเกตว่า เริ่มรู้สติมากขึ้น
เวลาอยู่ว่างปุ๊บ หรือกำลังเดิน ก็มาจับลม จับเวทนา จับ อริยาบถต่างๆ ตามเรื่อง ตามราว
แต่ยังสังเกตว่าเวลาพูดคุยกับคนอื่นนี่ มักแบ่งสติมาดูตัวเองพูดไม่ทัน
พอคุยจบ เดินจากมา ก็นึกได้ว่าเมื่อกี๊ ไม่ได้กำหนดสติดูเลย

ช่วยแนะนำด้วยครับ

 จากคุณ : Lee [ 10 มิ.ย. 2542 / 19:22:56 น. ]
     [ IP Address : 168.120.254.30 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (นายโจโจ้)

ถ้าเมื่อไหร่เห็นประโยชน์ของการดูจิตหรือการมีสติ
หรือเข้าถึงความเบิกบานที่เกิดจากความรู้ตัว ก็จะ
ปฏิบัติจนเป็นปกติได้ครับ =)

ส่วนอีกทางหนึ่งก็คือ เมื่อมีความอยากพ้นทุกข์ และ
เห็นว่าทางนี้เป็นทางพ้นทุกข์ได้จริงๆแล้ว ก็จะ
ปฏิบัติได้ครับ

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 10 มิ.ย. 2542 / 20:02:28 น. ]
     [ IP Address : 203.149.34.139 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (rising_sun)

รู้เท่าที่รู้ได้ไปก่อนครับ เหมือนเรายกน้ำหนักก็ยกเท่าที่ยกได้ไปก่อน
เมื่อไรที่ฝึกฝนร่างกายมากๆเข้า เราก็ยกได้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นไปเองครับ

ที่สำคัญคือความเพียรอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

 จากคุณ : rising_sun [ 10 มิ.ย. 2542 / 20:53:19 น. ]
     [ IP Address : 203.134.2.107 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (Lee)

ขอบคุณ คุณ โจโจ้ และ คุณ rising_sun

คุณโจโจ้ ตามมาจนได้นะครับ

 จากคุณ : Lee [ 10 มิ.ย. 2542 / 20:57:08 น. ]
     [ IP Address : 168.120.254.30 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (สันตินันท์)

การปฏิบัติทางจิต กับการออกกำลังกายก็คล้ายกันครับ
นักมวย หรือนักกีฬานั้น เขาต้องฟิตซ้อมร่างกายให้แข็งแรง
เช่นออกวิ่งตอนเช้าๆ การวิ่งของนักมวยนั้น ไม่ได้เอาประโยชน์ที่การวิ่ง
แต่เอาประโยชน์ที่ร่างกายแข็งแรงแล้ว เอาไปใช้ชกมวย

ทางจิตก็เหมือนกันครับ คือเราจะต้องฟิตซ้อมด้วยการเฝ้ารู้เฝ้าดูจิตใจ
หรือทำความสงบสลับกับการเจริญวิปัสสนาไป
เพื่อให้มีสติสัมปชัญญะ มีปัญญาว่องไว
แล้วเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ได้

เช่นเวลาเราทำงาน หรือคุยกับคนอื่น เราเฝ้ารู้อยู่ที่จิตไม่ได้
(เหมือนกำลังชกมวย จะตั้งท่าวิ่งไม่ได้)
แต่ทันทีที่คุยแล้วกิเลสเกิด ตัณหาเกิด จิตจะมีสติรู้ทันขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ

ดังนั้นการฝึกกับการออกสนามจริงจึงไม่เหมือนกัน
ถ้ากำลังชกมวยอยู่ มัวคิดถึงท่าวิ่ง ก็ถูกชกหมอบสิครับ
หมายถึงว่า ถ้ากำลังคุยกับคนอื่น
แล้วย้อนมาเฝ้าอยู่ที่จิต จนความคิดดับ ก็คุยกับใครไม่ได้เลย

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 11 มิ.ย. 2542 / 08:20:04 น. ]
     [ IP Address : 203.154.120.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ข้าวสาร)

ขอบคุณค่ะ...ในที่สุดก็ได้คำตอบที่สงสัยมานาน

 จากคุณ : ข้าวสาร [ 11 มิ.ย. 2542 / 09:51:59 น. ]
     [ IP Address : 203.154.252.207 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (นายโจโจ้)

มาหลายวันแล้วครับ =) แต่ไม่ค่อยได้แจม งานยุ่งน่ะ
อิอิ

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 11 มิ.ย. 2542 / 10:59:45 น. ]
     [ IP Address : 203.149.34.134 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (Lee)

ขอบตุณมากครับ

ผมนึกว่าจะต้องนั่งดูตัวรู้ตอนคุย ตอนอ่านหนังสือ
ลองดูแล้วรู้สึกแปลกๆ
เหมือนทำอะไรไม่สมบูรณ์สักอย่าง

 จากคุณ : Lee [ 11 มิ.ย. 2542 / 19:06:20 น. ]
     [ IP Address : 203.152.50.21 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (สันตินันท์)

จิตรู้อารมณ์ได้ทีละอย่างเท่านั้นครับ
ถ้าพยายามฝืนจะรู้หลายๆ อย่างพร้อมกัน จิตจะฟุ้งซ่าน
ไม่มีเอกัคตา จะทำวิปัสสนาก็ไม่ได้ สมถะก็ไม่ได้
เป็การเพิ่มงาน เพิ่มภาระให้จิตโดยเปล่าประโยชน์ครับ

แต่ถ้าคุยแล้วเกิดความมันส์ หรือเกิดราคะโทสะอะไรก็แล้วแต่
ให้จิตมันรู้ทันขึ้นเองเป็นอัตโนมัตินะครับ
จึงจะเรียกว่าพอจะทำได้จริงในชีวิตประจำวันแล้ว
แต่จะทำอย่างนั้นได้ เราก็ต้องฝึกฝนเข้ม มาสักช่วงหนึ่งแล้ว

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 11 มิ.ย. 2542 / 20:24:48 น. ]
     [ IP Address : 203.151.110.210 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (มวยวัด)

"แต่ทันทีที่คุยแล้วกิเลสเกิด ตัณหาเกิด จิตจะมีสติรู้ทันขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ
ดังนั้นการฝึกกับการออกสนามจริงจึงไม่เหมือนกัน
ถ้ากำลังชกมวยอยู่ มัวคิดถึงท่าวิ่ง ก็ถูกชกหมอบสิครับ"

พี่ครับ ผมโดนชกเป๋ไปหลายรอบแล้วครับ เรื่องที่กิเลสเกิดแล้วสติรู้อัตโนมัตินั้นผมก็มีอยู่ครับ แต่ในเวลาที่กระแสกิเลส มันแรงจัดนี่ ผมล๊อคมันไม่ทัน มารู้เอาอีกทีก็ตอนที่ เริ่มออกอาการเซแล้วน่ะครับ(สติมันตามกิเลสไปผมเลยว่ามันเซไปน่ะครับ)
ที่อยากถามคือเวลาที่กิเลสแรงจัดเกินกำลังสตินี่จะทำยังไงดีเพราะมันอันตรายเหลือเกินครับ

 จากคุณ : มวยวัด [ 11 มิ.ย. 2542 / 20:44:03 น. ]
     [ IP Address : 203.155.128.250 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (นิดนึง)

ชอบกระทู้นี้จังค่ะ กำลังหาคำตอบหลายๆ อย่างอยู่
บางอย่างก็ยังงง นึกไม่ออกค่ะ พี่สันตินันท์เคลีย์ให้ทุกทีค่ะ
รอฟังคำตอบเรื่องของคุณมวยวัดด้วยคนค่ะ เรื่องกระแสกิเลสนี่
สู้กันทุกวี่ทุกวัน ต้องหาไม้เด็ดจัดการมันบ้างค่ะ เบื่อเรื่องต้อง
ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่เรื่อย

 จากคุณ : นิดนึง [ 12 มิ.ย. 2542 / 08:33:09 น. ]
     [ IP Address : 158.108.2.82 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (สันตินันท์)

ถ้ากิเลสมันแรงจัดนัก จนสติปัญญาสู้ไม่ไหวแล้ว
สำหรับ คุณมวยวัด คงต้องแก้ด้วยการหยุดหายใจไว้ชั่วคราว
กิเลสนั้นมันทำเก่งได้ ก็เฉพาะเมื่อมันรู้สึกปลอดภัย
ถ้ามันเห็นว่าร่างกายอันเป็นที่รักจะทนไม่ไหว มันก็ถอยไปเอง
เพื่อเลี้ยงคุณมวยวัดไว้เชือดในเวลาอื่นต่อไป

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 12 มิ.ย. 2542 / 09:06:09 น. ]
     [ IP Address : 203.151.110.213 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (มะเหมี่ยว)

ดุจัง คุณมวยวัดตั้งการ์ดดี ๆ นะ อย่าให้แพ้บ่อย :-)

 จากคุณ : มะเหมี่ยว [ 12 มิ.ย. 2542 / 09:38:19 น. ]
     [ IP Address : 202.183.252.220 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (พัลวัน)

กระทู้นี้ ผมได้ประโยชน์มากเลยครับ

 จากคุณ : พัลวัน [ 14 มิ.ย. 2542 / 13:03:52 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.99 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (Pt Kung)

:D Freshy feeling for this Kratoo.

 จากคุณ : Pt Kung [ 14 มิ.ย. 2542 / 18:00:50 น. ]
     [ IP Address : 131.112.119.94 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (ข้าวสาร)

สำนวนคุณอาสันตินันท์ถึงใจจริง ๆ ค่ะ

 จากคุณ : ข้าวสาร [ 15 มิ.ย. 2542 / 09:38:58 น. ]
     [ IP Address : 203.154.252.207 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (
หาอะไรก็ไม่เจอ....นี่มันอะไรครับ....)

กำหนดมากๆเข้า...ความคิดหยุด...รู้...เงียบ...

 จากคุณ :
หาอะไรก็ไม่เจอ....นี่มันอะไรครับ....
[
สู้กันอีก....หยุดอีก....กรุณาช่วยชี้ด้วย....ครับ ]

     [ IP Address :
ต้องรอความคิดใหม่บอกหรือครับ?????...
]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!