ความคิดเห็นที่ 5 : (มะขามป้อม)
ถึงพระนิพพาน - หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
... พระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาที่รวมความว่า ไตรสิกขาก็ดี ศีล สมาธิ ปัญญาก็ดี ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ก็ดี มรรค ๘ ก็ดี อภิญญาเทสิตธรรมก็ดี ทั้งหมดก็มีความหมายอันเดียวกันคือ ให้เข้าใจ ว่า แต่ละบทแต่ละบาทล้วนส่งต่อพระนิพพานได้ทั้งนั้น
ยกอุทาหรณ์ เช่น นะโม แปลว่า นอบน้อม แต่การนอบน้อมต้องมีน้ำหนัก ต่างกันตามเจตนาของธรรมแต่ละท่าน เช่น นะโมพระโสดาบันแปลว่า นอบน้อมจนไม่หลงทาง และเป็น โลกุตระด้วย นอบน้อมไม่เสียดายอยากจะถือศาสนาอื่น นอกจาก พระพุทธศาสนา นอบน้อมไม่เสียดายอยากจะล่วงละเมิดศีล ๕ นอบน้อมไม่เสียดายอยากจะล่วงอบายมุข นอบน้อมไม่เสียดาย จะถืออยู่ยงคงกระพัน นอบน้อมไม่เสียดายอยากจะจองเวรท่านผู้ใด ถึงมีโกรธอยู่นิดๆ ก็ไม่ผูกเวร ไม่เสียดายอยากจะแก้แค้น ดังนี้ เป็นต้น
นี่คือภูมิพระโสดาบันขาดตัว แม้จะไม่เก่งด้านภาวนานั่งได้นานๆ ก็ตาม แต่จิตใจมันขาดจากสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว เพราะได้ดวงตาเห็นธรรม คือ ดวงตาปัญญาอันเห็นชอบในเบื้องต้น ของพระพุทธศาสนาเป้นหลัก หัวใจดิ่งอยู่แล้ว ส่อแสดงให้เห็นว่า โลภ โกรธ หลง อันหยาบๆ อันจะพา ไปเกิดในนรก สัตว์เดรัจฉาน ก็ปิดประตูแล้ว เพราะปิดประตูทางใจ ไม่เสียดายล่วงละเมิดดังกล่างแล้ว
สิ่งเหล่าใดไม่เสียดายล่วงละเมิด สิ่งเหล่านั้นไม่หนักใจ คล้ายกับบ้วนน้ำลายทิ้ง ไม่เสียดายอยากเอาคือมาอีก มันก็ไม่หนักใจ อันนี้เป็นหน้าที่ของชาวพุทธจะต้องเข้าใจ จึงจะขบพระพุทธศาสนาแตก ไม่อย่างนั้นจะเป็นโลกีย์ เป็นน้ำไหลวนคนหลายใจ เป็นพายเรือในอ่าง วนอยู่ ไม่สามารถขึ้นฝั่งได้
แต่หากว่าถึงโสดาบันแล้ว สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็เปิดประตู ไปในตัวแล้ว จะช้าหรือเร็ว ก็ไม่สงสัยว่าจะถอยหลัง ไม่สงสัยว่าจะแวะซ้าย แวะขวาด้วย ช้าหรือเร็วก็เดินรุดหน้าเสมอ คำว่ารุดหน้า หมายความว่าสติปัญญา ไม่ได้หมายด้วยฝีเท้าหยาบๆ ภายนอกนะ
และเหตุนี้จึงยืนยันว่าคำสอนแต่ละบทละบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงพระมหากรุณาเทศนาไปแล้วนั้น จะส่งต่อพระนิพพานหมดทุกๆ วรรค ทุกๆ ตอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับผู้ฟัง ผู้พิจารณา ว่า ทรงสติปัญญาแก่กล้าแค่ไหน
อันนี้เป็นหน้าที่ของชาวพุทธ จะต้องรู้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม แม้จะเรียน จบพระไตรปิฎกก็ตาม แต่ถ้าสติปัญญายังขบไม่แต่ ทั้งหมดก็ยังเป็น โลกีย์อยู่นั่นเอง
....
|