ถามเรื่องการทำสมาธิหน่อยน่ะครับ
 เนื้อความ :

คือว่า หากผมภาวนา "พุทโธ" เพื่อจะมุ่งให้จิตสงบ แล้วต้องพิจารณา "ลมหายใจเข้าออก" พร้อมกันด้วยหรือเปล่าครับ ?
คือ ผมลองทำดูแล้วจิตไม่ค่อยตั้งมั่นเลย บางทีไปจับคำบริกรรมพุทโธ แต่บางทีก็ไปตามลมหายใจเข้าออกเลยไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

 จากคุณ : Gow27 [ 7 มิ.ย. 2542 / 00:17:34 น. ]
     [ IP Address : 203.149.9.254 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ดังตฤณ)

ที่พี่ทำอยู่จริงๆเวลานี้ ตอนอยู่ในอานาปานสติจะไม่บริกรรมพุทโธครับดูลมหายใจอย่างเดียว
สำหรับพุทโธนั้น เท่าที่เห็น ที่ไม่ค่อยโฟกัสได้สำเร็จเป็นเพราะนึกเสียงในหัวไว้ผิด เช่นคำว่าพุทและโธสั้นๆเร็วๆ จังหวะไม่สม่ำเสมอเสียงในหัวไม่เรียบ ดังบ้าง ค่อยบ้าง (เพราะอาการเพ่งที่ไม่คงที่)
เท่าที่ทำกับตัวเองแล้วได้ผล คือนั่งอ่านในกระดาษหรือจากจอมอนิเตอร์ก็ได้ เพราะตอนเราอ่านหนังสือ จะมีเสียงในหัวเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติพอดีๆ ไม่ดังเกินไป ไม่เบาเกินไป และหากพยายามประคองการอ่านให้คงที่สม่ำเสมอก็จะเป็น "เสียงตัวอย่าง" ที่เมื่อรักษาไว้ ทำให้จิตอยู่ในสภาพรู้ความคิดได้ชัดเพราะคลื่นความคิดถูกปรับให้เข้มชัดขึ้น ลองอ่านดูนะครับ ไล่สายตาไปเรื่อยๆจนกว่าจะเกิดเสียงขึ้นเองแล้วรักษาเสียงที่เสมอกันเป็นจังหวะคงที่ไว้ จะเห็นว่าง่ายขึ้น
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ (ย้อน)

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 7 มิ.ย. 2542 / 08:02:00 น. ]
     [ IP Address : 203.144.244.104 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (พัลวัน)

สำหรับผมนะครับ พุทโธ ไปพร้อมกับลมหายใจ เพียงแต่ลากเสียงพุท- โธ ยาวตามลมหายใจไป
พอทำไปสักพัก ตัว พุทโธ จะหายไป เหลือแต่ลมหายใจอย่างเดียวอย่าได้ไปกังวลกับพุทโธที่หายไป ก็ให้ดูที่มันเห็นมาชัดเจน คือ ตัวลมหายใจ
เมื่อตามลมหายใจไปตลอดสาย ด้วยพุทโธ ในขณะที่ดึงลมหายใจเข้าหรือ ออก ใจมันจะไม่หนีไปไหน แต่ตอนที่เปลี่ยนลมหายใจ ใจมันชอบหนีไปเที่ยวที่ตรงนี้ก็แก้โดยให้ระลึกรู้ว่า ลมหายใจมันเปลี่ยนจากเข้าเป็นออก (หรือออกเป็นเข้าแล้วแต่กรณี) ตรงนี้บางทีใจมันทำเหมือนกับว่าเรากำลังยูเทิร์น
ถ้ารักษาสติให้อยู่กับลมหายใจไปตลอดไม่ว่อกแว่กเลยสักสอง 3 - 4 ครั้ง รับรอง ได้รู้จัก "ปิติ" แน่นอน (จากประสบการณ์ของผมเอง)

 จากคุณ : พัลวัน [ 7 มิ.ย. 2542 / 08:46:48 น. ]
     [ IP Address : 203.149.33.71, 149.202.159.155 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (สันตินันท์)

จะพุทโธ อย่างเดียว หรือกำหนดลมหายใจอย่างเดียว
หรือพุทโธ ประกอบลมหายใจ ก็แล้วแต่ความถนัดครับ
อันนี้แล้วแต่จริตนิสัยครับ
ผมเคยถามพระบางองค์ที่ท่านชอบพุทโธอย่างเดียว ว่าทำไมไม่กำหนดลมหายใจ
ท่านบอกว่าเคยเห็นคนป่วยหนัก หายใจไม่สะดวก
ท่านจึงหันมาใช้กรรมฐานที่ไม่เกี่ยวกับลมหายใจเพราะเกรงจะมีปัญหาตอนใกล้ตาย
ส่วนพระอีกองค์หนึ่งท่านชอบกำหนดลมหายใจ ไม่ชอบพุทโธ
ด้วยเหตุผลว่า พุทโธเป็นความปรุงแต่งของจิต
กำหนดแล้วรู้สึกรุงรัง สู้รู้ลมหายใจไม่ได้ จิตได้พักเต็มที่มากกว่า
สำหรับผมเวลาเริ่มต้นภาวนาในแต่ละวัน บางทีก็ใช้พุทโธ+ ลมหายใจ
ทำไปสักครู่ก็ทิ้งพุทโธ มารู้ลมหายใจ
ถัดจากนั้นทิ้งลมหายใจเข้าไปรู้จิต
ถ้าจะทำสมถะต่ออีก ก็จะเข้าที่ความว่างในจิตต่อไป
และถ้าจะเดินวิปัสสนา ก็อ่านจิตใจต่อไปเลย
สรุปแล้ว การปฏิบัติไม่มีเรื่องตายตัว
ใครถนัดอย่างไหน ก็ทำอย่างนั้น
อันนี้ต้องพิจารณาตนเอง ว่าเราควรทำอย่างไรนะครับ

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 7 มิ.ย. 2542 / 09:02:03 น. ]
     [ IP Address : 203.151.63.131 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ทรายแก้ว)

ขอบพระคุณค่ะ พี่ดังตฤณ พี่พัลวัน และพี่สันตินันท์
พอดีหลายวันนี้ กำลังหัดอ่าน พุทโธ ในใจเหมือนกันค่ะ
เลยจะลองเอามาเล่าให้น้อง Gow27 ฟังดู
เพราะลองดูแล้ว รู้สึกว่าดีกับตัวเองค่ะ
คือตอนแรก จะพิมพ์ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ(ตัวใหญ่หน่อย)
ใส่ไว้ในกระดาษ แล้วตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน
พอช่วงพักจากงานเมื่อไหร่ เงยขึ้นมาก็จะเห็นพอดีจะได้อ่านซ้ำบ่อยๆค่ะ
พอเริ่มคุ้นกับเสียง พุทโธ ในใจแล้ว
ทีนี้ตอนตื่นนอนปุ๊บ ก็จะพยายามอ่าน พุทโธ ในใจเลยก่อนที่ความคิดอื่นๆจะมาแทรกค่ะ
(พอมันเป็นสิ่งแรกที่เราทำตั้งแต่ตื่นนอนเลย แล้วรู้สึกว่าจะมีผลกับเวลาช่วงต่อๆมาค่ะ)
นี่คือที่ทดลองกับตัวเองนะคะ พอดียังเป็นนักเรียนใหม่ค่ะเลยยังต้องคอยลองคอยสังเกตอยู่
แต่รู้สึกว่ามีผลดีกับตัวเอง เลยลองเอามาเล่าให้ฟังดูค่ะ
ที่นี่มีท่านผู้รู้เยอะ เผื่อทรายแก้วควรแก้ไขยังไงจะได้มีพี่ๆเพื่อนๆน้องๆคอยเตือนด้วย :-)
ขอบพระคุณค่ะ

 จากคุณ : ทรายแก้ว [ 7 มิ.ย. 2542 / 09:50:25 น. ]
     [ IP Address : 171.66.164.219 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ดังตฤณ)

เรื่องจริตมีบทบาทจริงๆครับ
สำคัญที่ว่าเราไปให้ถึงความเป็นสมาธิได้เท่านั้นเอง
สมนัยกับคำกล่าวของพี่สันตินันท์

แรกๆผมลองใช้พุทโธประกอบลมหายใจบ้าง
ดูลมหายใจอย่างเดียวบ้าง
ดูพุทโธอย่างเดียวบ้าง ขอแยกเป็นข้อๆดังนี้

1) พุทโธประกอบลมหายใจอย่างคุณพัลวันว่าไว้ เป็นวิธีที่ได้ผลจริงหากลากเสียงพุทและโธให้ยาว แล้วกำหนดว่าลมหายใจก็จะยาวเท่ากัน เป็นการกำกับสติให้จดจ้องกับความสั้นยาวของลมหายใจถึงจังหวะหนึ่งพุทโธจะเป็นตัวตัวรู้ (เพราะเป็นคำที่กระทบจิต เราทราบว่าจิตอยู่ที่ไหนก็จากตำแหน่งกระทบซึ่งความคิดเป็นตัวกระทบใกล้จิตที่สุด ซึ่งก็ได้แก่คำว่า "พุทโธ" นั่นเอง)และลมหายใจจะเป็นอารมณ์ให้ตัวรู้ใช้จับอย่างแท้จริง หากไปไม่ถึงขั้นนี้ ก็จะติดอยู่กับบริกรรมลมหายใจสั้นยาวเท่านั้น

2) ดูลมหายใจอย่างเดียวเหมาะกับคนที่มีจิตว่างสว่างนิ่งพร้อมจับลมแล้วระดับหนึ่งลักษณะจิตดังกล่าวเหมือนกับพอหลับตาแล้วนึกถึงความว่างก็ว่างได้อย่างนั้นสำเหนียกถึงความแผ่สบายพร้อมรู้ก็ทรงอยู่กับความแผ่ออกได้อย่างนั้น

3) ท่องพุทโธในใจอย่างเดียวเหมาะกับคนที่ยังม ีจิตสัดส่าย(ซึ่งก็เกือบร้อยทั้งร้อย) การตีกรอบ สร้างจุดรวมไว้อย่างแน่นอนจะดีกว่าปล่อยให้จิตกระโดดไปจับสิ่งโน้นสิ่งนี้ไปเรื่อยสังเกตคลื่นความคิดในหัวจะกระจายไปเรื่อย คิดก็ไม่รู้ว่าคิดด้วยซ้ำ รู้แต่ว่ามัวๆคลุ้งๆอยู่ หากความคิดถูกปรับให้เป็นเสียงพุทโธอย่างเดียว ในที่สุดจะมีความเข้มขึ้นมาซึ่งเป็นลักษณะจิตพร้อมรู้อะไรก็ได้ จึงพร้อมทำความรู้ลมหายใจเข้าออกอย่างเดียวพูดง่ายๆ ทำข้อนี้อยู่เนืองๆ "ตลอดวัน" ก็จะทำให้สามารถเข้าสู่ข้อ (2) ได้"ตลอดเวลา" นั่นเอง

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 7 มิ.ย. 2542 / 14:31:44น. ]
     [ IP Address : 203.144.244.128 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (snow_creeper)

เวลาทำสมาธิท่องพุทโธ แล้วอยากจะมาดูจิตเนี่ยค่ะไม่รู้ว่าจิตมันต้องนิ่งถึงแค่ไหน หรือว่าท่องไป
เรื่อยๆ ถ้าอยากดูจิตก็ดูความอยากดูจิต พอดูความอยากสมาธิมันก็หายไปเลยตอนดูจิตกับช่วง
ที่สมาธิกำลังจะหายเนี่ยมันเร็วมากจนจับไม่ทันมารู้อีกทีก็คือสมาธิหายไปแล้ว ต้องมานั่งทำสมาธิ
กันใหม่ ก็เลยไม่เข้าใจยิ่งไม่เข้าใจมันก็ยิ่งสับสนแล้วมันก็มีความคิดอื่นๆแทรกเข้ามาในหัวตลอด
แบบนี้ทำไงดีคะ

 จากคุณ : snow_creeper [ 7 มิ.ย. 2542 / 14:51:16 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.163 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (ดังตฤณ)

คุณ snow_creeper
เป็นคำถามที่ดีมากครับ
จะรู้เองครับ แต่ก่อนอื่นต้องให้มีแต่พุทโธในหัวอย่างต่อเนื่องกระทั่งจิตรวมระดับหนึ่งจริงๆ ถึงตรงนั้นจิตมันจะพอดีกับสภาวะตัวรู้ (เพราะความคิดที่ถูกรวมให้เข้มชัดขึ้นเป็นพุทโธนั้นพอดีกับระนาบของตัวรู้ ครูบาอาจารย์ถึงให้ท่องพุทโธกันนักหนา)

พอจิตนิ่งแล้ว จิตรู้เองครับว่าถึงเวลาทิ้งพุทโธตอนนั้นสติรู้จะเข้มออกมาจากภายใน จะตามดูความคิดก็ง่าย (เพราะเป็นเสียงในหัวเหมือนพุทโธนั่นแหละหรือละเอียดกว่าเสียงในหัวเช่นเป็นภาพ หรือเจตนา ก็ไม่หนีไปกว่าพุทโธเท่าไหร่)หรือจะหันไปจับลมหายใจ ก็ไม่ยากแล้ว เพราะจิตถูกทำให้อยู่ในภาวะที่สมดุล พร้อมรู้มากที่สุด

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 7 มิ.ย. 2542 / 20:03:15 น. ]
     [ IP Address : 203.144.245.135 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (ดังตฤณ)

ที่สำคัญนะครับ เท่าที่เห็นมา คือยังประคองพุทโธกันไม่ถึงไหนก็เลิกเสียกลางคันเลยไม่ได้เห็นค่า ไม่รู้จะเอาไปใช้ประโยชน์อย่างไร

ถ้าถามอีกว่าควรประคองให้ได้นานเท่าไหร่ ก็ตอบว่าระยะเวลาเป็นนาทีไม่ดีไปกว่าระยะเวลาที่วัดกันเป็นความรู้ตัวรู้ชัดออกมาจากภายในครับ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 7 มิ.ย. 2542 / 20:04:53 น. ]
     [ IP Address : 203.144.245.135 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (rising_sun)

ผมเคยไปเยี่ยมแม่ชีท่านหนึ่งแถวน้ำตกป่าละอู เข้าไปสนทนาเรื่องวิธีการปฏิบัติกับท่านครับท่านสอน
วิธีท่องพุทโธมาด้วยครับ ท่านบอกว่าก็ให้รู้พุทโธที่มันดังอยู่ในหัวไปเรื่อยๆพอพุทโธหายไปก็ให้รู้อยู่ตรงนั้นนิ่งๆแหละ

พอท่านสอนผมท่องพุทโธเสร็จท่านก็บอกให้ผมลองทำ ผมก็นั่งหลับตาทำให้ท่านดูเดี๋ยวนั้นก็ท่อง
พุทโธในหัวไปเรื่อยๆล่ะครับ ดูแต่ตัวพุทโธไม่ได้ดูอย่างอื่นเลยท่องไปเรื่อยๆในใจแต่พุทโธไม่ยักหาย
ไปไหนแฮะ ผมก็ดูมันไปอย่างนั้นแหละครับ จะหายหรือไม่หายก็ช่างมันรู้มันไปเรื่อยๆ สักพักผมรู้
สึกว่าพอ ผมก็ลืมตาขึ้นมา ก็สนทนากันต่อ สักพักท่านก็สอนวิธีเดินจงกรมให้ครับ

พอจะกราบลาท่านออกมา ท่านถามผมว่าอยู่คนเดียวหรือเปล่าผมก็ตอบว่าอยู่กับพ่อแม่ครับ ท่าน
ก็บอกว่างั้นอยู่คนเดียวอย่างนี้แหละนะดีแล้ว ผมได้แต่ยิ้มแหยๆไม่กล้าปฏิเสธท่าน แต่ก็ไม่กล้ารับ
ปากท่านครับ เพราะใจยังเสียดายทางโลกอยู่มาก

สรุปก็คือถ้าจะท่องพุทโธ ก็จับเป็นฐานรู้ไว้นิ่งๆแหละครับอย่าไปเร่งให้มันหาย เรามีหน้าที่ดูมันไป
เรื่อยๆก็พอ จะผูกไว้กับลมหายใจ หรือจ ะท่องให้สม่ำเสมอก็แล้วแต่ถนัดครับสำหรับผมท่องไว้สม่ำ
เสมอจะถนัดกว่าครบ

 จากคุณ : rising_sun [ 8 มิ.ย. 2542 / 10:03:51 น. ]
     [ IP Address : 203.134.7.66 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (สันตินันท์)

rising_sun ตั้งใจท่องมากไปครับ
ลดความตั้งใจลง และละความคาดหวังเสียนะครับ
แล้วบริกรรมสบายๆ ไปเรื่อยๆ

เรื่องบริกรรมพุทโธนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยครับ
หลวงปู่หล้า แห่งภูจ้อก้อ ท่านถึงกับกล่าวว่า
พุทโธคำเดียวนี้ จะทำสมถะก็ได้ จะทำวิปัสสนาก็ได้
กระทั่งจะเอาให้ได้มรรคผลนิพพานก็ยังได้

คือถ้าพุทโธแล้ว จิตจ่อเข้าไปรวมกับพุทโธ สบายอยู่กับพุทโธ อันนั้นเป็นสมถะ
ถ้าพุทโธแล้ว จิตผู้รู้แยกออก ผุดออก แล้วเฝ้ารู้ความเกิดดับของพุทโธ
พุทโธเป็นเพียงสังขารขันธ์ที่ถูกรู้ อันนี้เป็นวิปัสสนา

หลายปีก่อนผมไปหาหลวงตามหาบัว
ไปกราบเรียนท่านว่า จิตอยู่กับรู้มานานแล้ว ไม่ถึงที่สุดเสียที
ท่านกลับแนะว่า จากประสบการณ์ที่ท่านผ่านมาด้วยตนเอง
การบริกรรมกำกับเข้าไปที่ตัวรู้นั้น ดีที่สุด(สำหรับท่าน)
แม้จะเป็นขั้นไหนๆ ก็อย่างทิ้งพุทโธ ท่านให้เอามาเป็นกำลังไว้

ผมเองไม่ชอบพุทโธ เพราะรู้สึกเป็นส่วนเกิน ก็เลยไม่ค่อยได้ทำตามที่ท่านบอก
แต่เมื่อ 2 ปีก่อนไปอยู่วัดป่าวังน้ำมอก นึกถึงคำของท่านได้ก็บริกรรมพุทโธ
เอาพุทโธมา ประคองตัวรู้อีกทีหนึ่ง แล้วก็รู้อยู่ที่รู้
ถึงจุดหนึ่งปัญญาเกิดแว้บขึ้นมาว่า
ไม่มีใครทำจิตให้ถึงนิพพานได้หรอก มีแต่จิตเขาเป็นไปเองเพราะจิตเป็นอนัตตา
แล้วจิตก็พลิกตัวเองออกจากขันธ์ กลายเป็นธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง
คือเป็นจิตที่หลุดพ้นชั่วคราวจากอุปาทานขันธ์
มีความว่าง เบิกบาน เป็นอิสระ
แต่อยู่ได้ไม่กี่วัน จิตก็เข้ามาเกาะขันธ์อีก
แล้วจนป่านนี้ ก็ยังไม่ได้ปฏิบัติจริงจังเข้าไปที่จุดนั้นอีกเลย
เพียงแต่ลองดำเนินจิตดู พบว่าต้องใช้เวลา 1 - 2วัน จึงจะรื้อฟื้นภาวะนั้นขึ้นมาได้อีก

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 8 มิ.ย. 2542 / 11:25:24 น. ]
     [ IP Address : 203.154.120.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (พัลวัน)

สาธุครับ คุณอาสันตินันท์ ผมสงสัยมานานแล้วครับ เพราะพบพระธรรมเทศนาของพระป่าบางท่าน ท่านว่าให้พุทโธติดอยู่ในหัวตลอดเลยกำลังสงสัยอยู่ครับ ได้คำตอบพอดี

 จากคุณ : พัลวัน [ 8 มิ.ย. 2542 11:54:37 น. ]
     [ IP Address : 203.149.34.197, 149.202.159.155 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (rising_sun)

ขอบคุณครับพี่สันตินันท์ ผมจะนำคำแนะนำไปปฏิบัติครับ
: )

 จากคุณ : rising_sun [ 8 มิ.ย. 2542 / 13:43:31 น. ]
     [ IP Address : 203.134.5.48 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (morning_glory)

จะรับไปปฏิบัติเช่นกันครับ

 จากคุณ : morning_glory [ 9 มิ.ย. 2542 / 20:45:28 น. ]
     [ IP Address : 194.83.240.22, 131.111.216.123, 131.111.8.68 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (Lostboy)

ผมเองก็เพิ่งมาลองบริกรรมพุทโธดู ก็ได้ผลดีหลายประการครับ
1. เผลอได้ยากขึ้นในชีวิตประจำวัน เพราะถ้าพุทโธเราหายปั๊บเราก็รู้ทันทีว่าเราเผลอ แล้วก็กลับมาบริกรรมพุทโธใหม่
2. มองเห็นอารมณ์(สิ่งที่ถูกรู้) ได้ง่ายขึ้น เช่นกลุ่มความคิดที่โผล่ขึ้นมาซ้อนกับพุทโธก็จะมองเห็นเป็นสิ่งที่ยิบยับๆ เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เมื่อดับไป พุทโธ และตัวรู้พุทโธก็ยังคงอยู่
3. ทำให้เราปฏิบัติได้เป็นนิสัย และทำได้ทุกอิริยาบถ
ยกเว้นตอนใช้สมาธิมากๆ เช่น อ่านหนังสือ หรือพิมพ์ดีดที่พุทโธจะหายไป ไม่ทราบเพื่อนๆพี่ยังทำได้รึเปล่าครับ

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นปัญหาก็คือ เห็นว่า จิตมีราคะจางๆอยู่ตลอดเวลาที่บริกรรมพุทโธ
รู้สึกเหมือนเราเฝ้ารอพุทโธตัวต่อไปอยู่ตลอดเวลาพอพุทโธตัวต่อไปดังขึ้นมา จิตก็มีความยินดีเล็กๆ อยู่ คล้ายๆ กับการร้องเพลงที่ยินดีที่จำเนื้อท่อนต่อไปของเพลงได้
และหากผมบังคับให้พุทโธหยุดกลางคัน เช่น
พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุท...(หยุด) ก็จะเห็นความขัดใจเล็กๆเกิดขึ้นมา

ผมก็เลยไม่รู้ว่า จิตมันไปจมอยู่กับพุทโธแทนรึเปล่า
เพราะหากดูกายควบไปด้วยจะเห ็นว่า เวลาบริกรรมกายมันทำเหมือนจะเปล่งเสียงพุทโธออกมา คือจังหวะหายใจจะเปลี่ยนเล็กน้อยเหมือนเรากำลังจะพูดลิ้นก็จะขยับเล็กน้อย ไม่ทราบว่าผมบริกรรมพุทโธแบบเพ่งเกินไปหรือไม่

ส่วนเรื่องบริกรรมจนคำภาวนาหายไปเอง ผมก็ยังทำไม่ได้ถึงขั้นนั้นเพราะเพิ่งจะเริ่มมาบริกรรมพุทโธ อีกอย่างตอนทำงาน หรือเข้าสังคมก็เผลอบ่อย :)

ผมบริกรรมพุทโธที่ค่อนข้างเร็ว ประมาณ 1 วินาทีพุทโธ 1 คำ เหมือนเรานับ 1 2 3 4 5 จนผมชินกับจังหวะนี้แล้ว พอไปทำแบบ หายใจเข้าพุท หายใจออก โธ ก็รู้สึกขัดใจอย่างเห็นได้ชัด (มันขัดใจเพราะรู้สึกว่ามันช้า)หากจะควบกับลมหายใจ เลยต้องใช้วิธี พุทโธ 5-10 ครั้ง พอดีกับจังหวะหายใจเข้าออกคราวหนึ่ง(แล้วแต่ว่าจะหายใจสั้นหรือยาว)

ผมเพิ่งเริ่มทำ เลยลองเล่าให้ฟังดู
หากใครมีข้อแนะนำอะไร ก็เชิญได้เลยครับ
และหากบริกรรมแล้วก้าวหน้าหรือติดปัญหาอย่างไรจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครับ

 จากคุณ : Lostboy [ 9 มิ.ย. 2542 / 23:14:58 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.163, 161.200.129.212 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (สันตินันท์)

ฟังที่ Lostboy เล่ามาก็เข้าทีทีเดียวครับ

ตอนที่ต้องใช้ความคิดจริงจังนั้น พุทโธไม่ได้หรอกครับ
เพราะจิตมันรู้ได้ทีละเรื่องเท่านั้น
ที่พุทโธแล้วเห็นกังวานเสียงสืบทอดไปยังพุทโธตัวใหม่
หรือเห็นรอยต่อตรงที่มันรอพุทโธตัวใหม่ อันนั้นคือวิจาร ปีติสุขมันก็แทรกกันอยู่ด้วยกัน
ถ้าเปรียบเทียบแล้ว คำว่าพุทโธเหมือนเสียงตอนเคาะระฆัง
ตรงกังวานเสียงที่ต่อเชื่อมไปยังเสียงเคาะระฆังคราวต่อไป คือวิจาร
เมื่อเป็นได้ถึงจุดนี้ ปีติสุขก็เกิดขึ้นเป็นธรรมดาครับ
แต่ต้องให้จิตมันเป็นไปเอง ถ้าเพ่งจ้องเข้าไปตรงรอยต่อ
จะเกิดอึดอัดขึ้นมาแทนที่จะสบาย

พุทโธแล้ว ยังรู้ราคะและโทสะที่แทรกเข้ามา แสดงว่าพุทโธแบบวิปัสสนาเป็นแล้วครับ
พุทโธแบบสมถะนั้น จิตมันจมแช่ราคะละเอียดอยู่ แล้วไม่รู้ตัวครับ

การภาวนาชนิดต่างๆ นั้น เราทำเพื่อล่อให้จิตรวมอยู่ในจุดเดียว
มันเหมือนเหยื่อล่อปลา(จิต) ให้เข้ามากินเบ็ด(อารมณ์กรรมฐาน)
ถ้าเหยื่อชนิดไหนไม่ถูกใจปลา คือจิตของเราแล้ว ก็อย่าไปใช้มัน
หาเหยื่อหรือกรรมฐานที่ถูกจริต จึงจะรวมจิตลงเป็นหนึ่งได้ครับ

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า เราจะเอาปลา ไม่ได้เอาเหยื่อ

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 10 มิ.ย. 2542 / 09:29:35 น. ]
     [ IP Address : 203.154.120.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (Gow27)

เพิ่งตามมาอ่านคำชี้แนะของพี่ๆ ทั้งหลายครับ พบว่าการปฏิบัตินั้นจุดหมายอยู่ที่ว่าทำอย่างไร ภาวนาอย่างไรก็ได้ให้ใจสงบ เพราะเวลานี้กำลังฝึกทำสมถกรรมฐานพื้นๆ อยู่ครับ ส่วนวิธีการต่างๆ คงขึ้นกับจริตตนเองว่าเหมาะกับวิธีใด ที่ผมเคยลองทำอยู่ก็จะคล้ายๆ กับของพี่พัลวัน มาตลอดครับ คือ การบริกรรมพุทโธยาวไปพร้อมกับลมหายใจ แต่ก็มักเริ่มที่ความสับสม ลังเลและสงสัยอยู่เสมอว่า "เอ..... ที่เราทำอยู่นี่มันผิดทางหรือเปล่าหนอ อย่างนี้แน่หรือ ?" ทำให้ไม่อาจเลือกเดินทางที่แน่นอนอย่างเด็ดขาด จึงไม่มีความก้าวหน้าใดๆ ขึ้นมา สำหรับวิธีการอ่านจากกระดาษหรือในจอมอนิเตอร์นั้นก็น่าสนใจครับ แต่เวลาที่สามารถทำได้อาจมีจำกัด เพราะปรกติ เวลาผมจะทำสมาธิมักจะใช้เวลาขณะนั่งรถไปเรียน หลับตา แล้วภาวนาเพื่อความสงบ เสียเป็นส่วนใหญ่ครับ เห็นพี่ดังตฤณบอกว่าการภาวนาพุทโธในใจอย่างเดียวเหมาะสำหรับผู้มีจิตสัดส่ายซึ่งผมก็มีปัญหาทางจุดนี้เสมอ ควรใช้วิธีเสียเลยจะดีหรือไม่ครับ ?

รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ และสภาพหลังจากพุทโธหายไปแล้วนั้น ผมยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะยังไม่มีประสบการณ์ จึงขอ save ไว้เพื่อศึกษาต่อไป ถ้าพี่ๆ ทุกคนมีอะไรจะแนะนำอีก ก็ขอความกรุณาด้วยครับ !

 จากคุณ : Gow27 [ 10 มิ.ย. 2542 / 19:22:02 น. ]
     [ IP Address : 203.149.9.254 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (kobe)

ขอบคุณคุณอาสันตินันท์และพี่ดังตฤณครับ
ผมจะรับไปเพื่อปฏิบัติดูครับ
ช่วงหลัง ๆ จิตใจไม่ค่อยเป็นสมาธิครับ
มัวแต่ทะเลาะกับเขาอยู่ในห้องสมุดนู้น
พอละทิ้ง ปล่อยวางมาได้ก็รู้สึกสบายใจครับ
เหมือนโบราณท่านว่ายกภูเขาออกจากอก เลยครับ
จะได้เริ่มปฏิบัติใหม่จริง ๆ เสียทีครับ เสียเวลามามากแล้ว

 จากคุณ : kobe [ 12 มิ.ย. 2542 / 01:06:18 น. ]
     [ IP Address : 203.146.13.86 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (Gow27)

อ้าว ? ที่ผม post ไป หายไปใหนล่ะเนี่ย ? ขอส่งอีกทีนะครับ
_________________________________________________

เพิ่งตามมาอ่านคำชี้แนะของพี่ๆ ทั้งหลายครับ พบว่าการปฏิบัตินั้นจุดหมายอยู่ที่ว่าทำอย่างไร ภาวนาอย่างไรก็ได้ให้ใจสงบ
เพราะเวลานี้กำลังฝึกทำสมถกรรมฐานพื้นๆ อยู่ครับ ส่วนวิธีการต่างๆ คงขึ้นกับจริตตนเองว่าเหมาะกับวิธีใด
ที่ผมเคยลองทำอยู่ก็จะคล้ายๆ กับของพี่พัลวัน มาตลอดครับ คือ การบริกรรมพุทโธยาวไปพร้อมกับลมหายใจ แต่ก็มักเริ่มที่ความสับสม
ลังเลและสงสัยอยู่เสมอว่า "เอ..... ที่เราทำอยู่นี่มันผิดทางหรือเปล่าหนอ อย่างนี้แน่หรือ ?"
ทำให้ไม่อาจเลือกเดินทางที่แน่นอนอย่างเด็ดขาด จึงไม่มีความก้าวหน้าใดๆ ขึ้นมา
สำหรับวิธีการอ่านจากกระดาษหรือในจอมอนิเตอร์นั้นก็น่าสนใจครับ แต่เวลาที่สามารถทำได้อาจมีจำกัด เพราะปรกติ
เวลาผมจะทำสมาธิมักจะใช้เวลาขณะนั่งรถไปเรียน หลับตา แล้วภาวนาเพื่อความสงบ เสียเป็นส่วนใหญ่ครับ
เห็นพี่ดังตฤณบอกว่าการภาวนาพุทโธในใจอย่างเดียวเหมาะสำหรับผู้มีจิตสัดส่ายซึ่งผมก็มีปัญหาทางจุดนี้เสมอ
ควรใช้วิธีเสียเลยจะดีหรือไม่ครับ ?

รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ และสภาพหลังจากพุทโธหายไปแล้วนั้น ผมยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะยังไม่มีประสบการณ์ จึงขอ save
ไว้เพื่อศึกษาต่อไป ถ้าพี่ๆ ทุกคนมีอะไรจะแนะนำอีก ก็ขอความกรุณาด้วยครับ !

 จากคุณ : Gow27 [ 12 มิ.ย. 2542 / 10:04:22 น. ]
     [ IP Address : 203.149.9.254 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (กุนเชียงสำออย)

ตอนแรกพุทโธด้วยหายใจด้วย รู้สึกขัดๆฝืนๆ ไปอ่านกุญแจภาวนาจึงพบว่า
เราไปตั้งใจหายใจเกินไป บังคับให้หายใจสั้นยาวมันฝืน เลยลองเปลี่ยนเป็น
พุทโธเร็วๆอย่างเดียวไม่รู้ว่าทำถูกเปล่า?

 จากคุณ : กุนเชียงสำออย [ 14 มิ.ย. 2542 / 12:40:54 น. ]
     [ IP Address : 168.120.254.30 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (นิดนึง)

ลองหายใจให้เป็นธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับคำภาวนาพุทโธ
ลองจังหวะให้พอดีๆ ปรับไปเรื่อยๆ ก่อนค่ะ จนรู้สึกว่าไม่ขัดแล้ว
ก็ทำต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ ระยะแรกๆ เวลาในการทำก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ
เหมือนที่หลวงพ่อชาท่านกล่าวไว้ค่ะ ที่ว่ายังไม่ถึงจุด จิตก็ยังรวมไม่ได้
แรกๆ เราอาจหมดความอดทนไปก่อน วันรุ่งขึ้นก็เริ่มใหม่นะคะ
ลองพยายามหาเวลา ที่สามารถทำให้สม่ำเสมอได้ ในระยะแรกๆ
เช่น ตอนเช้า หรือก่อนนอน และให้เวลามากพอสมควรในระยะแรกๆ
อย่าเพิ่งท้อนะคะ เพราะถึงเวลาแล้วอยู่ๆ ก็จะพบความสงบเอง
บางทีก็เร็ว บางทีก็ช้า ไม่แน่นอนค่ะ ข้อสำคัญตอนแรกก็ต้องอดทน
กันสักหน่อยค่ะ เหมือนพยายามเอาไม้สีกันให้เกิดไฟ อย่าเพิ่งหยุดไปก่อน
พอความร้อนจะได้ที่ เราก็หยุดเสียก่อน ไปเริ่มใหม่ ก็เลยยังไม่ได้พบกับ
ความสงบซักทีค่ะ

 จากคุณ : นิดนึง [ 14 มิ.ย. 2542 / 19:23:47 น. ]
     [ IP Address : 158.108.2.82 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (สันตินันท์)

ที่กุนเชียง บริกรรมพุทโธเร็วๆ (อย่างเดียว)
ก็เป็นวิธีที่ใช้ได้ครับ (ถ้าชอบ)

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 17 มิ.ย. 2542 / 19:57:07 น. ]
     [ IP Address : 203.151.110.199 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (ทองจันทร์)

สาธุ ครับ ข้อธรรมความคิดเห็นของทุกท่านเสมือนดั่งเพชรอันล้ำค่า อ่านได้ไม่จืดจางใจเลยครับ จิตปิติมากตื่นตาตื่นใจมากครับ ขออนุญาตเป็นผู้ศึกษาก่อนนะครับเพราะยังไม่มีความรู้อะไรพอครับ แต่ก็กำลังทำในเบื้องต้น อาศัยเพชรเล็กเพชรน้อยจากจากลานธรรมแห่งนี้ล่ะครับ บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ผมเคยทำมาก่อนแต่ล้มเหลวเมื่อครั้งนั้นก็ได้รับคำตอบอันถูกต้องณ บัดนี้ และรู้แนวทางที่จะทำต่อไปอย่างมีแนวทางอันถูกต้องแน่นอนซึ่ง
ผมก็ตั้งใจพยายามลดละสิ่งอันจะเป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติธรรม เช่น เลิกเหล้า เบียร์ อันเคยเสพนั้นเสียได้แล้ว
ก็จะพยายามลดละอย่างอื่นๆอีกครับ ต่อไปหากมีปัญหาทางด้านการปฏิบัติก็จะขอคำแนะนำจากผู้รู้ในลานธรรมแห่งนี้ช่วยแนะนำล่ะครับ

 จากคุณ : ทองจันทร์ [ 17 มิ.ย. 2542 / 20:49:53 น. ]
     [ IP Address : 203.151.82.4 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!